อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้

สกุลเงินซื้อขาย
USD1
31.8733.41
EUR
37.1638.27
CNY
4.584.97
GBP
42.9444.47
JPY
20.0321.14
KRW
18.9021.90
ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ วันที่ 23 มิ.ย. 2026 เวลา 14:45

ราคาน้ำมันวันนี้

ราคา (บาท/ลิตร)วันนี้พรุ่งนีี้
38.85 38.85
38.48 38.48
33.85 33.85
29.79 29.79
ข้อมูลจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันที่ 24 มิ.ย. 2026

ราคาทองคำวันนี้

ทองคำแท่ง

800.00
รับซื้อ (บาทละ)
64,600.00
ขายออก (บาทละ)
64,800.00

ทองรูปพรรณ

800.00
รับซื้อ (บาทละ)
63,308.16
ขายออก (บาทละ)
65,600.00
วันที่ 23 มิ.ย. 2026 17:22 น. (ครั้งที่ 25) ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

บทความล่าสุด

Overweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า OW หรือ Overweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับขึ้นต่อได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ การให้สัญลักษณ์ OW หรือ Overweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์อื่นในพอร์ตแล้วมาเพิ่มสัดส่วนของสินทรัพย์ตัวดังกล่าวได้ หรืออาจจะนำเงินลงทุนก้อนใหม่มาซื้อเพิ่มก็สามารถทำได้ในช่วงดังกล่าว

Default Risk

ความเสี่ยงในการโดนเบี้ยวหนี้
คือ ความเสี่ยงที่เราโดนเบี้ยวหนี้ การลงทุนในหุ้นหรือในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสถานะ “เจ้าของ” และการเป็น “เจ้าหนี้” การเป็นเจ้าของอย่างที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดี คือการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือผ่าน App Streaming เค้าเรียกว่าการเข้าลงทุนแบบความเป็น “เจ้าของ” แต่การลงทุนอีกแบบนึงก็คือการเป็น “เจ้าหนี้” ประเภทลงทุนผ่านตั๋ว B/E ผ่านหุ้นกู้ต่างๆ ข้อดีของการเป็นเจ้าหนี้ คือ เราจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอน แล้วเมื่อถือจนครบอายุหนี้นั้นๆก็จะได้เงินต้นคืนตามที่ลงทุนไป ดังนั้นความเสี่ยงของการลงทุนแบบเป็นเจ้าหนี้นั้นมีเพียงอย่างเดียวหลักๆ คือ Default Risk หรือความเสี่ยงเบี้ยวหนี้นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Value Investor

คือนักลงทุนที่เน้นลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) จะเน้นลงทุนหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆที่ตัวนักลงทุนเองมองเห็นว่า “ราคา” ในปัจจัยนั้นต่ำกว่า “มูลค่าพื้นฐาน” ที่ควรจะเป็น ก็จะทำการเข้าไปซื้อ แล้วรอให้ราคากลับมาเท่ากับหรือมากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ก็จะขายหุ้นหรือสินทรัพย์ ณ ดังกล่าวออกไป

ETF

ย่อมากจาก Exchange Traded Fund เป็นกองทุนรวมดัชนีที่ลงทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้เหมือนกับดัชนีหรือราคาสินทรัพย์อ้างอิง

GDP

ย่อมาจาก Gross Domestic Product หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเป็นมูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายของประเทศนั้นๆ ประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก คือ C + I + G + X – M C = Consumption คือการบริการโภคของภาคเอกชน I = Investment คือการลงทุนของภาคเอกชน G = Government Spending คือการใช้จ่ายของภาครัฐหรือการลงทุนจากภาครัฐ X = Export คือการส่งออก M = Import คือการนำเข้า

H-Shares

คือ ดัชนีของหุ้นจีนที่บริษัทจดทะเบียนและทำธุรกิจในประเทศจีน แต่มาจดทะเบียนบริษัทในตลาดประเทศฮ่องกงแทน โดยจะซื้อขายกันเป็นสกุล ฮ่องกงดอลล่าร์ (HKD) หรือที่มักคุ้นหูเรียกว่ากันว่า Hang Seng China Enterprise Index (HSCE)

Value Investor

คือนักลงทุนที่เน้นลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) จะเน้นลงทุนหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆที่ตัวนักลงทุนเองมองเห็นว่า “ราคา” ในปัจจัยนั้นต่ำกว่า “มูลค่าพื้นฐาน” ที่ควรจะเป็น ก็จะทำการเข้าไปซื้อ แล้วรอให้ราคากลับมาเท่ากับหรือมากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ก็จะขายหุ้นหรือสินทรัพย์ ณ ดังกล่าวออกไป

A-Shares

คือ ดัชนีของหุ้นจีนที่นำเอาหุ้นในตลาดหลัก 2 ตลาดมาคำนวณเป็นดัชนี นั่นก็คือ Shanghai และ Shenzhen มารวมกันแบบถ่วงน้ำหนัก โดยตลาด A-Shares หุ้นในตลาดจะถูกซื้อขายเป็นสกุลเงินหยวน (RMB) เป็นดัชนีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในจีน

FIF

ย่อมาจาก Foreign Investment Fund เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เพื่อเป็นการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยการจัดตั้ง FIF ต้องได้รับความเห็นชอบจากตั้ง กลต. และ ธปท.

Credit Rating

Credit Rating เป็นระดับความน่าเชื่อของตราสารหนี้ฉบับหนึ่งๆว่ามีระดับ Default Risk หรือความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้เป็นอย่างไรบ้าง ในประเทศเรามี 2 บริษัทจะคอยจัดลำดับความเสี่ยงถือกันอยู่ก็คือ TRIS และ FITCH