อัพเดทล่าสุด

อัตราแลกเปลี่ยน

ซื้อ (บาท)ขาย (บาท)
USD30.8331.55
GBP42.8644.04
EUR36.8637.85
JPY27.6628.51
ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ วันที่ 17 มิ.ย. 2021 เวลา 08:30

ราคาน้ำมัน

ราคา (บาท/ลิตร)
แก๊สโซฮอล์ 9528.25
แก๊สโซฮอล์ 9127.98
ดีเซล28.59
NGV14.31
ข้อมูลจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันที่ 17 มิ.ย. 2021

ทองคำแท่ง

รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)
27,000.0027,100.00
วันที่ 17 มิ.ย. 2021 09:32 น. (ครั้งที่ 1)

ทองรูปพรรณ

รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)
26,514.8427,600.00
ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

บทความล่าสุด

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Accredited Investor

เป็นนักลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อย โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ 1. นักลงทุนสถาบัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนต่างๆ เป็นต้น 2. นักลงทุนรายใหญ่ ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็คือนักลงทุนที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปหรือรายได้ต่อปีมากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป มีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นกรณีของนิติบุคคลต้องมีส่วมของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป

Underweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า UW หรือ Underweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับลงตัวลงด้วยปัจจัยต่างๆ การให้สัญลักษณ์ UW หรือ Underweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปบางส่วนแล้วถือเงินสดแทนหรือสามารถเอาเงินดังกล่าวไปกระจายซื้อสินทรัพย์อื่นๆในพอร์ตแทน

หุ้นกู้ (Bond)

เป็นตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี โดยที่ผู้ออกตราสารหนี้ดังกล่าวคือก็คือภาคเอกชน

กองทุนรวม

H-Shares

คือ ดัชนีของหุ้นจีนที่บริษัทจดทะเบียนและทำธุรกิจในประเทศจีน แต่มาจดทะเบียนบริษัทในตลาดประเทศฮ่องกงแทน โดยจะซื้อขายกันเป็นสกุล ฮ่องกงดอลล่าร์ (HKD) หรือที่มักคุ้นหูเรียกว่ากันว่า Hang Seng China Enterprise Index (HSCE)

Default Risk

ความเสี่ยงในการโดนเบี้ยวหนี้
คือ ความเสี่ยงที่เราโดนเบี้ยวหนี้ การลงทุนในหุ้นหรือในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสถานะ “เจ้าของ” และการเป็น “เจ้าหนี้” การเป็นเจ้าของอย่างที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดี คือการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือผ่าน App Streaming เค้าเรียกว่าการเข้าลงทุนแบบความเป็น “เจ้าของ” แต่การลงทุนอีกแบบนึงก็คือการเป็น “เจ้าหนี้” ประเภทลงทุนผ่านตั๋ว B/E ผ่านหุ้นกู้ต่างๆ ข้อดีของการเป็นเจ้าหนี้ คือ เราจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอน แล้วเมื่อถือจนครบอายุหนี้นั้นๆก็จะได้เงินต้นคืนตามที่ลงทุนไป ดังนั้นความเสี่ยงของการลงทุนแบบเป็นเจ้าหนี้นั้นมีเพียงอย่างเดียวหลักๆ คือ Default Risk หรือความเสี่ยงเบี้ยวหนี้นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

หนี้สิน

Bull Market

คือ ตลาดที่กำลังเป็นขาขึ้น เวลาที่เราดูกราฟแล้ว “ราคากำลังขึ้น” จะเป็นเหมือนลักษณะของกระทิงที่กำลังขวิดขึ้น

Bad Debt

หนี้เลว
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายจ่ายมากกว่ารายได้ เช่น การกู้ยืมเพื่อการบริโภคต่างๆ เพื่อความสบายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อรถโดยไม่มีความจำเป็นหรือไม่สามารถนำรถไปหารายได้เพิ่มได้ การกู้ยืมเพื่อไปเที่ยวก่อน แล้วกลับมาจ่ายทีหลัง
อ่านเพิ่มเติม

Good Debt

หนี้ดี
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย เช่น กู้ธนาคารเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วนำค่าเช่ามาจ่ายดอกเบี้ยในแต่เดือนได้ หรือ การกู้เงินไปซื้อรถเพื่อมาให้ประกอบอาชีพ กู้ซื้อรถแล้วมีรายได้มากขึ้นเพราะอาชีพหรืองานที่เราทำมันจำเป็นต้องใ้ช้รถ เป็นต้น แต่รถยนต์มีค่าเสื่อม ก็อาจจะต้องคิดค่าเสื่อมเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม
error: