บทความล่าสุด

Default Risk

ความเสี่ยงในการโดนเบี้ยวหนี้
คือ ความเสี่ยงที่เราโดนเบี้ยวหนี้ การลงทุนในหุ้นหรือในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสถานะ “เจ้าของ” และการเป็น “เจ้าหนี้” การเป็นเจ้าของอย่างที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดี คือการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือผ่าน App Streaming เค้าเรียกว่าการเข้าลงทุนแบบความเป็น “เจ้าของ” แต่การลงทุนอีกแบบนึงก็คือการเป็น “เจ้าหนี้” ประเภทลงทุนผ่านตั๋ว B/E ผ่านหุ้นกู้ต่างๆ ข้อดีของการเป็นเจ้าหนี้ คือ เราจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอน แล้วเมื่อถือจนครบอายุหนี้นั้นๆก็จะได้เงินต้นคืนตามที่ลงทุนไป ดังนั้นความเสี่ยงของการลงทุนแบบเป็นเจ้าหนี้นั้นมีเพียงอย่างเดียวหลักๆ คือ Default Risk หรือความเสี่ยงเบี้ยวหนี้นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Good Debt

หนี้ดี
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย เช่น กู้ธนาคารเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วนำค่าเช่ามาจ่ายดอกเบี้ยในแต่เดือนได้ หรือ การกู้เงินไปซื้อรถเพื่อมาให้ประกอบอาชีพ กู้ซื้อรถแล้วมีรายได้มากขึ้นเพราะอาชีพหรืองานที่เราทำมันจำเป็นต้องใ้ช้รถ เป็นต้น แต่รถยนต์มีค่าเสื่อม ก็อาจจะต้องคิดค่าเสื่อมเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

กองทุนรวม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

หนี้สิน

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม
error: