อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้

สกุลเงินซื้อขาย
USD1
31.8833.42
EUR
37.2738.38
CNY
4.584.97
GBP
43.4044.94
JPY
20.0721.19
KRW
18.9021.90
ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ วันที่ 03 ก.ค. 2026 เวลา 09:40

ราคาน้ำมันวันนี้

ราคา (บาท/ลิตร)วันนี้พรุ่งนีี้
37.45 37.45
37.08 37.08
32.45 32.45
28.39 28.39
ข้อมูลจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันที่ 04 ก.ค. 2026

ราคาทองคำวันนี้

ทองคำแท่ง

1450.00
รับซื้อ (บาทละ)
65,350.00
ขายออก (บาทละ)
65,550.00

ทองรูปพรรณ

1450.00
รับซื้อ (บาทละ)
64,035.84
ขายออก (บาทละ)
66,350.00
วันที่ 03 ก.ค. 2026 17:22 น. (ครั้งที่ 17) ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

บทความล่าสุด

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Overweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า OW หรือ Overweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับขึ้นต่อได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ การให้สัญลักษณ์ OW หรือ Overweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์อื่นในพอร์ตแล้วมาเพิ่มสัดส่วนของสินทรัพย์ตัวดังกล่าวได้ หรืออาจจะนำเงินลงทุนก้อนใหม่มาซื้อเพิ่มก็สามารถทำได้ในช่วงดังกล่าว

ECB

ย่อมาจาก European Central Bank หรือธนาคารกลางของกลุ่มยูโรโซน

Underweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า UW หรือ Underweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับลงตัวลงด้วยปัจจัยต่างๆ การให้สัญลักษณ์ UW หรือ Underweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปบางส่วนแล้วถือเงินสดแทนหรือสามารถเอาเงินดังกล่าวไปกระจายซื้อสินทรัพย์อื่นๆในพอร์ตแทน

Underweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า UW หรือ Underweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับลงตัวลงด้วยปัจจัยต่างๆ การให้สัญลักษณ์ UW หรือ Underweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปบางส่วนแล้วถือเงินสดแทนหรือสามารถเอาเงินดังกล่าวไปกระจายซื้อสินทรัพย์อื่นๆในพอร์ตแทน

Good Debt

หนี้ดี
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย เช่น กู้ธนาคารเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วนำค่าเช่ามาจ่ายดอกเบี้ยในแต่เดือนได้ หรือ การกู้เงินไปซื้อรถเพื่อมาให้ประกอบอาชีพ กู้ซื้อรถแล้วมีรายได้มากขึ้นเพราะอาชีพหรืองานที่เราทำมันจำเป็นต้องใ้ช้รถ เป็นต้น แต่รถยนต์มีค่าเสื่อม ก็อาจจะต้องคิดค่าเสื่อมเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Value Investor

คือนักลงทุนที่เน้นลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) จะเน้นลงทุนหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆที่ตัวนักลงทุนเองมองเห็นว่า “ราคา” ในปัจจัยนั้นต่ำกว่า “มูลค่าพื้นฐาน” ที่ควรจะเป็น ก็จะทำการเข้าไปซื้อ แล้วรอให้ราคากลับมาเท่ากับหรือมากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ก็จะขายหุ้นหรือสินทรัพย์ ณ ดังกล่าวออกไป

IPO

ย่อมาจาก Initial Public Offering ก็คือหุ้นใหม่ที่กำลังจะเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถูกเสนอขายให้กับประชาชนโดยทั่วไปเป็นครั้งแรก เพื่อนำเงินเสนอขายไปเป็นทุนของบริษัท

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Accredited Investor

เป็นนักลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อย โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ 1. นักลงทุนสถาบัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนต่างๆ เป็นต้น 2. นักลงทุนรายใหญ่ ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็คือนักลงทุนที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปหรือรายได้ต่อปีมากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป มีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นกรณีของนิติบุคคลต้องมีส่วมของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป