อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้

สกุลเงินซื้อขาย
USD1
32.3233.86
EUR
37.7438.86
CNY
4.655.04
GBP
44.2345.78
JPY
20.1821.30
KRW
19.8023.00
ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ วันที่ 17 ก.ค. 2026 เวลา 16:40

ราคาน้ำมันวันนี้

ราคา (บาท/ลิตร)วันนี้พรุ่งนีี้
34.94 34.94
34.57 34.57
29.94 29.94
25.88 25.88
ข้อมูลจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันที่ 20 ก.ค. 2026

ราคาทองคำวันนี้

ทองคำแท่ง

350.00
รับซื้อ (บาทละ)
63,850.00
ขายออก (บาทละ)
64,050.00

ทองรูปพรรณ

350.00
รับซื้อ (บาทละ)
62,580.48
ขายออก (บาทละ)
64,850.00
วันที่ 18 ก.ค. 2026 09:02 น. (ครั้งที่ 1) ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

บทความล่าสุด

H-Shares

คือ ดัชนีของหุ้นจีนที่บริษัทจดทะเบียนและทำธุรกิจในประเทศจีน แต่มาจดทะเบียนบริษัทในตลาดประเทศฮ่องกงแทน โดยจะซื้อขายกันเป็นสกุล ฮ่องกงดอลล่าร์ (HKD) หรือที่มักคุ้นหูเรียกว่ากันว่า Hang Seng China Enterprise Index (HSCE)

Mutual Fund

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ การนำเงินลงทุนของนักลงทุนหลายๆคนมารวมกันให้เป็นเงินก้อนใหญ่ๆ แล้วนำเงินก้อนดังกล่าวไปจดทะเบียนให้มีสถานะเป็น “นิติบุคคล” เพื่อนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในสินทรัพย์และหลักทรัพย์ต่างๆตาม “นโยบายของกองทุนรวม” นั้น โดยจะมีคนที่ดูแลเงินดังกล่าวเราจะเรียกว่า “ผู้จัดการกองทุน”

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Credit Rating

Credit Rating เป็นระดับความน่าเชื่อของตราสารหนี้ฉบับหนึ่งๆว่ามีระดับ Default Risk หรือความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้เป็นอย่างไรบ้าง ในประเทศเรามี 2 บริษัทจะคอยจัดลำดับความเสี่ยงถือกันอยู่ก็คือ TRIS และ FITCH

Bad Debt

หนี้เลว
คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายจ่ายมากกว่ารายได้ เช่น การกู้ยืมเพื่อการบริโภคต่างๆ เพื่อความสบายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อรถโดยไม่มีความจำเป็นหรือไม่สามารถนำรถไปหารายได้เพิ่มได้ การกู้ยืมเพื่อไปเที่ยวก่อน แล้วกลับมาจ่ายทีหลัง
อ่านเพิ่มเติม

Default Risk

ความเสี่ยงในการโดนเบี้ยวหนี้
คือ ความเสี่ยงที่เราโดนเบี้ยวหนี้ การลงทุนในหุ้นหรือในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสถานะ “เจ้าของ” และการเป็น “เจ้าหนี้” การเป็นเจ้าของอย่างที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดี คือการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือผ่าน App Streaming เค้าเรียกว่าการเข้าลงทุนแบบความเป็น “เจ้าของ” แต่การลงทุนอีกแบบนึงก็คือการเป็น “เจ้าหนี้” ประเภทลงทุนผ่านตั๋ว B/E ผ่านหุ้นกู้ต่างๆ ข้อดีของการเป็นเจ้าหนี้ คือ เราจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอน แล้วเมื่อถือจนครบอายุหนี้นั้นๆก็จะได้เงินต้นคืนตามที่ลงทุนไป ดังนั้นความเสี่ยงของการลงทุนแบบเป็นเจ้าหนี้นั้นมีเพียงอย่างเดียวหลักๆ คือ Default Risk หรือความเสี่ยงเบี้ยวหนี้นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

FED

ย่อมาจาก Federal Reserve หรือธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา

Overweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า OW หรือ Overweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับขึ้นต่อได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ การให้สัญลักษณ์ OW หรือ Overweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์อื่นในพอร์ตแล้วมาเพิ่มสัดส่วนของสินทรัพย์ตัวดังกล่าวได้ หรืออาจจะนำเงินลงทุนก้อนใหม่มาซื้อเพิ่มก็สามารถทำได้ในช่วงดังกล่าว

ECB

ย่อมาจาก European Central Bank หรือธนาคารกลางของกลุ่มยูโรโซน

Accredited Investor

เป็นนักลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อย โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ 1. นักลงทุนสถาบัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนต่างๆ เป็นต้น 2. นักลงทุนรายใหญ่ ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็คือนักลงทุนที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปหรือรายได้ต่อปีมากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป มีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นกรณีของนิติบุคคลต้องมีส่วมของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป