สำหรับ Webull แล้วแค่เราโหลดแอป พร้อมกับแลกเงินดอลลาร์พร้อมเริ่มต้นลงทุน ยังไม่ต้องซื้อหุ้นหรือ ETFs ใด ๆ ก็ให้ดอกเบี้ยเรทที่ดีสูงสุดถึง 3.75% ต่อปี* จากเงิน USD ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ยังไม่ได้นำไปลงทุน โดยจะคิดดอกเบี้ยให้รายวัน พร้อมจ่ายเป็นรายเดือน
จะแลกเท่าไหร่ ก็ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีขั้นต่ำในการถือครอง เหมาะกับมือใหม่เริ่มต้น แลกเงิน ไว้รอจังหวะการลงทุนได้ดี
*อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
**การแปลงสกุลเงินอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าวก่อนทำรายการ
ถ้าจะพูดถึง Platform ที่มีความน่าเชื่อถือ Webull ยังไงก็ต้อง pop-up ขึ้นมาให้หัวของนักลงทุนทั่วโลกกันอย่างแน่นอน เพราะว่า Webull Corp นั้นเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด Nasdaq
แถม ณ ปัจจุบันตอนนี้ก็เปิดให้บริการใน 14 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแน่นอนรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งก็แปลว่า Webull อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากสำนักงาน กลต. ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วย
และอีกหนึ่งความดีที่ Webull มีเลย ก็คือมี “ผู้รับฝากทรัพย์สิน(Custodian)” คือ APEX ซึ่งเป็นสมาชิก SIPC ดังนั้นหลักทรัพย์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองสูงสุดถึง 500,000$* เลยทีเดียว
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ SIPC กำหนด
สำหรับการข้ามไปลงทุนหุ้นต่างประเทศหลายคนอาจจะติดภาพจำว่า “ค่าธรรมเนียม” หรือค่าคอมฯ จะถูกเรียกเก็บในอัตราที่สูง แค่สำหรับ Webull คิดเริ่มต้นเพียง 0.10% สำหรับหุ้นสหรัฐฯ
และสำหรับกระดานหุ้นไทยก็คิดเพียง 0.04% หรือแสนละ 40 บาทเท่านั้นเอง แถมตอนนี้ก็มีโปรฯ ลดเหลือเพียง 0.028%* เท่านั้น ยิ่งค่าธรรมเนียมต่ำ ก็ยิ่งช่วยให้นักลงทุนรายย่อยแบบเรา ๆ ไม่เสียเปรียบด้วย
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
อีกหนึ่งอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เข้าไปลุยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ “ข้อมูล”
Webull ก็จัดมาให้แบบจัดเต็ม ไม่มีกั้กใด ๆ การให้ข้อมูลแบบ Real Time ไม่มี Delay ช่วยทำให้ตัดสินใจได้แบบไม่ผิดพลาด หรือจะเป็นข่าวภาพรวม ไปจนถึงข่าวหุ้นรายตัวก็รวมมาให้แบบครบ ๆ
แถมยังมีกราฟและ indicator ต่าง ๆ ให้พร้อมมือสำหรับสายเทรด จะเทรดสั้นหรือถือยาวก็ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด
สำหรับตลาดสหรัฐแล้ว มีหุ้นมากกว่าตลาดหุ้นไทยมาก แถมยังมี ETFs และตัวเลือกการลงทุนมาให้เลือกเยอะแยะไปหมด
ทาง แอปฯ Webull เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี เลยมีฟีเจอร์ Screener ที่เป็นเหมือนตัวกรองให้กับนักลงทุน ช่วยกรองหุ้น หรือ ETFs ที่เข้าเงื่อนไขสำหรับการลงทุนมาให้ สำหรับพี่ทุยแล้ว ชอบฟีเจอร์นี้ม๊ากกกกกกก
สำหรับใครที่อยากลงทุนในระยะยาว แน่นอนว่านอกจากจะต้องมีการทยอยลงทุนในเงินต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแล้ว เวลาได้เงินปันผลมาบางทีก็ต้องมานั่งปวดหัวคำนวณ พร้อมเข้าแอปมากดซื้อใหม่อีก แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดกับทุกคนที่ใช้งานผ่านแอป Webull เลยเพราะเค้ามีฟังก์ชัน DCA และ DRIP
DCA คือการทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่องตามช่วงเวลาหรือตามเงื่อนไขที่เราตั้งไว้ พร้อมกับสามารถจำกัดจำนวนเงินที่เราต้องการ
ส่วน DRIP หรือ Dividend Reinvestment Plan เอาไว้เวลาที่หุ้นที่เราถือจ่ายปันผลมาให้ ระบบจะทำการเอาเงินปันผลกลับไปซื้อหุ้นให้แบบอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดดอกเบี้ยทบต้นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
แล้วที่สำคัญทั้ง 2 ฟังก์ชันนี้จะไม่มีการคิดค่าคอมมิชชันแต่อย่างใด ลงทุนกันได้แบบฟรี ๆ เลยทีเดียว
อีกหนึ่งความดีของ แอปฯ Webull เลยก็คือ ขั้นตอนเปิดบัญชีที่ง่าย จากประสบการณ์พี่ทุยไม่ถึง 5 นาที จากนั้นก็รออนุมัติพร้อมใช้งานได้เลย
สำหรับใครที่สนใจลุยตลาดหุ้นสหรัฐและเปิดบัญชีกับ Webull
บอกเลยว่าโปรโมชั่นตอนนี้คุ้มค่ามาก ห้ามพลาดเลยล่ะ
ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.webull.co.th/k/MoneyBuffalo

อ่านบทความเพิ่มเติม
- สอนซื้อ ETF บน Webull กับ Dime! : โหลด–เปิด–ซื้อ จบ !
- AI ลงทุนอย่างมีสติ 5 ETF กระจายห่วงโซ่ไม่ต้องสุดโต่ง
- DCA คืออะไร ? – ทำไมถึงควรรู้ก่อนลงทุน
