ช่วงที่ผ่านมาบอกเลยว่าเป็นช่วงการลงทุนที่ผันผวนและท้าทายมากกว่าปกติ จากหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนตัดสินใจล้างพอร์ตและกลับมาถือเงินสดกันเยอะเลยทีเดียว
แต่รู้หรือไม่ว่า ในช่วงเวลาแบบนี้การขายทุกอย่างเพื่อกลับมาถือเงินสดอาจจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีนัก ทำไมถึงเป็นแบบนั้น❓ แล้วถ้าอยากลงทุนให้ชนะตลาดในระยะยาวต้องทำยังไง ❓ พี่ทุยสรุปมาให้แล้ว ไปดูกันได้เลย ✔️
ถือเงินสดนานเกินไป = แพ้เงินเฟ้อแน่
เงินสดอาจดูปลอดภัยในระยะสั้น แต่ถ้าถือไว้นานเกินไป มูลค่าของเงินจะค่อย ๆ ลดลงจากเงินเฟ้อ
ของที่เคยซื้อได้ 100 บาท วันนี้อาจต้องใช้ 105 บาท หรือ 110 บาทในอนาคต นั่นหมายความว่า แม้เงินต้นจะยังอยู่ครบ แต่ “กำลังซื้อ” ลดลงเรื่อย ๆ
ดังนั้น ถ้าหนีความผันผวนจนไม่ลงทุนเลย สุดท้ายอาจแพ้เงียบ ๆ ให้กับเงินเฟ้อ
รีบตัดสินใจตอนกลัว มักผิดพลาดง่าย
เวลาตลาดลงแรง อารมณ์จะเข้ามามีบทบาททันที หลายคนขายเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะแผนลงทุนเปลี่ยน ปัญหาคือ ตลาดมักฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด และวันที่บรรยากาศดูแย่ที่สุด บางครั้งกลับเป็นช่วงที่ราคาสินทรัพย์น่าสนใจที่สุด
ถ้าตัดสินใจจากความกลัวเพียงชั่วคราว อาจขายตอนต่ำ แล้วกลับไปซื้อแพงตอนมั่นใจอีกครั้ง
วันที่ตลาดขึ้นแรง มักมีน้อย แต่สำคัญมาก
ผลตอบแทนระยะยาวของตลาด มักมาจาก “ไม่กี่วันสำคัญ” ที่ตลาดดีดตัวแรงมาก ถ้าขายออกไปแล้วรอจังหวะกลับเข้า แต่ดันพลาดวันเหล่านั้น ผลตอบแทนทั้งปีหรือหลายปีอาจต่างกันมหาศาล
จากข้อมูลเห็นได้ชัดว่า ถ้าเราพลาดแค่ 10 วันที่หุ้นขึ้นดีที่สุดไป ผลตอบแทนจะหายไปมากกว่า 4.2% ต่อปี ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลกระทบกับพอร์ตลงทุนอย่างมาก
และวันที่ตลาดขึ้นได้ดีและแรง ก็มักจะเป็นวันที่ตลาดเด้งฟื้นตัวจากความกลัวเป็นส่วนใหญ่ แปลว่านักลงทุนจำนวนมากไม่ได้แพ้เพราะเลือกสินทรัพย์ผิด แต่แพ้เพราะเข้าออกตลาดผิดเวลา
คำตอบไม่ใช่การเดาตลาด แต่คือ “วางระบบลงทุนให้รอดทุกสภาวะ” วิธีที่เหมาะกว่าคือทำ Asset Allocation แบบ Active ปรับพอร์ตการลงทุนให้ทันสภาวะตลาด รู้ว่าจังหวะนี้ควรลดสัดส่วน หรือควรเพิ่มสัดส่วนอะไร ให้พอร์ตมีความเหมาะสมและสร้างผลงานตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อม Rebalancing เพื่อรักษาสมดุลพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
Asset Allocation คือการกระจายเงินลงทุนไปหลายสินทรัพย์ ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง เมื่อสินทรัพย์หนึ่งลง อีกสินทรัพย์อาจช่วยพยุงพอร์ตได้ เพราะไม่มีสินทรัพย์ไหนที่เป็นขาขึ้นตลอดเวลา เวลาที่ตลาดผันผวน พอร์ตของเราก็จะไม่ต้องรับแรงกระแทกเต็ม ๆ จากด้านเดียว
และที่สำคัญต้องทำ Rebalancing เป็นระยะ เพื่อปรับพอร์ตให้กลับมาสู่สัดส่วนเดิม เช่น ตั้งใจมีหุ้น 60% ตราสารหนี้ 40% แต่พอหุ้นขึ้นแรงจนทำให้สัดส่วนเปลี่ยนไปกลายเป็นหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30% ก็ให้ขายสินทรัพย์ส่วนที่ขึ้นมากออกมา แล้วนำไปเติมส่วนที่น้อยลงเพื่อให้กลับมาสมดุล
ข้อดีของการทำแบบนี้คือ
✔️ ช่วยล็อกกำไรบางส่วนแบบมีวินัย
✔️ บังคับซื้อของที่ราคาลดลงอย่างเป็นระบบ
✔️ ลดการใช้อารมณ์ตัดสินใจ
✔️ ไม่ต้องเดาว่าตลาดจะขึ้นหรือลงพรุ่งนี้
การทำ Asset Allocation พร้อม Rebalancing จะช่วยให้เราไม่ต้องมาคอยจับจังหวะตลาดว่าจะขายตอนไหน แล้วจะต้องตัดสินใจให้ถูกอีกว่าจะกลับเข้าไปซื้อตอนไหน เพราะการตัดสินใจให้ถูกถึง 2 ครั้ง (ตอนขายและตอนซื้อกลับ) เป็นเรื่องที่แม้แต่นักลงทุนมืออาชีพก็ยังทำได้ยากมากในระยะยาว
แต่แน่นอนว่าการทำ Asset Allocation พร้อม Rebalancing ไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น เพราะต้องเข้าถึงสินทรัพย์การลงทุนหลายชนิดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต้องติดตามต่อเนื่องและทำ Rebalancing ให้อยู่ ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับใครที่ต้องการ Core Port สำหรับการลงทุนระยะยาว ไม่ต้องเสี่ยงและผิดพลาดกับการจับจังหวะตลาดในระยะยาว พี่ทุยแนะนำเลยว่าลองดูที่ กองทุน ES-ULTIMATE GA Series จาก ttb ระดับความเสี่ยงกองทุน 5 ที่เป็นกองทุนผสมที่กระจายลงทุนทั่วโลก ที่สามารถเลือกได้ตามระดับความเสี่ยง
✅ ES-ULTIMATE GA1 ความเสี่ยงปานกลางค่อนต่ำ ลงทุนตราสารหนี้ 70% ตราสารทุน 30% ทำผลตอบแทนได้ +8.60%*
✅ ES-ULTIMATE GA2 ความเสี่ยงปานกลาง ลงทุนตราสารหนี้ 50% ตราสารทุน 50% ทำผลตอบแทนได้ +14.64%*
✅ ES-ULTIMATE GA3 ความเสี่ยงปานกลางค่อนสูง ลงทุนตราสารหนี้ 30% ตราสารทุน 70% ทำผลตอบแทนได้ +15.57%*
ที่น่าสนใจก็คือ กองทุน ES-ULTIMATE GA Series มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ELN เพื่อสร้างกระแสเงินสด และลดความผันผวน และใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ ทำให้นอกจากสามารถทำผลตอบแทนที่ดีช่วงตลาดขาขึ้นแล้ว ยังจัดการความเสี่ยงในขาลงได้ดีด้วย กองทุนมีผลตอบแทนติดลบสูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนไม่มาก และสามารถกลับมาเป็นบวกได้ในเวลาเพียง 1-2 เดือน
max drawdown/ #recovery days
GA1 : -4.65% / 70 days
GA2 : -6.81% / 39 days
GA3 : -8.32% / 37 days
ทุกพอร์ตจะมี Amundi และ Eastspring คอยติดตามและปรับพอร์ตให้ต่อเนื่อง ทำให้เราไม่ต้องติดตามด้วยตัวเอง แต่ก็มั่นใจได้ว่าพอร์ตจะปรับตัวตามสถานการณ์โลกได้
ใครที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ ทีทีบี ทุกสาขา หรือ ttb investment line โทร.1428 กด #4 ทุกวัน จ.–ศ. เวลา 9:00–17:30 น.
สนใจลงทุน คลิก https://www.ttbbank.com/link/touch/ga หรือเข้าที่ https://www.ttbbank.com/link/fb/es-ultimate-ga
*ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ณ วันที่ 28 ม.ค. 25
อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ บลจ.อีสปริง (ประเทศไทย) ณ วันที่ 20 เม.ย. 26
หมายเหตุ : การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน /กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / การลงทุนในกองทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงของการลงทุนผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ / ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารทหารไทยธนชาตทุกสาขา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับแต่งตั้ง
อ่านบทความเพิ่มเติม