KRUNGSRI EXCLUSIVE

ปี 2026 ปีแห่งโอกาสการลงทุน ที่มาพร้อมความผันผวน

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ปี 2026 เศรษฐกิจโลกยังโตได้ แต่ความผันผวนสูงขึ้นจากภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางนโยบาย ทำให้นักลงทุนต้องเน้นพอร์ตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
  • สหรัฐฯ ยังแข็งแรงจาก AI และแนวโน้มลดดอกเบี้ย แต่โลกไม่ได้โตพร้อมกัน ขณะที่ไทยยังโตต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาโครงสร้างและหนี้ครัวเรือนสูง
  • ธีมการลงทุนเปลี่ยนจากการกระจุกใน US Tech ไปสู่การกระจายพอร์ต เช่น หุ้นขนาดกลาง–เล็ก หุ้นวัฏจักร และตลาดเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า
  • กลยุทธ์หลักคือใช้ Global Equity เป็นแกนพอร์ต ทำ Rebalancing สม่ำเสมอ และผสมสินทรัพย์หลายประเภทเพื่อลดความเสี่ยง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

โลกการลงทุนในปี 2026 ดูเหมือนจะเป็นปีที่ “โอกาส” และ “ความผันผวน” เดินมาคู่กันแบบแยกไม่ออก หลายคนเริ่มรู้สึกว่าการลงทุนไม่ได้ง่ายเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนเร็ว สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศกระทบตลาดแทบทุกเดือน และธีมการลงทุนที่เคยชนะในอดีตอาจไม่ใช่คำตอบเดิมอีกแล้ว

งานสัมมนา KRUNGSRI EXCLUSIVE Investment Outlook 2026 ภายใต้หัวข้อ Building Resilient Portfolios in Volatile World จึงเป็นเหมือนเวทีรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกรุงศรี และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนชั้นนำจาก บลจ.เกียรตินาคินภัทร Invesco และ Allianz Global Investors ที่ช่วยถอดรหัสว่าโลกกำลังเดินไปทางไหน และนักลงทุนควรปรับพอร์ตอย่างไรให้ “อยู่รอดและเติบโต

ปี 2026 ปีแห่งโอกาสการลงทุน ที่มาพร้อมความผันผวน เศรษฐกิจโลกปี 2026  โตได้ แต่ไม่ง่าย

เริ่มด้วย ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด  (มหาชน) ฉายภาพเศรษฐกิจโลกด้วยประโยคที่ชัดมากว่า ปีนี้คือโลกที่ “โตได้ แต่ไม่ง่าย” เพราะแม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้ แต่ความเสี่ยงรอบตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายปีก่อน

สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดคือโลกกำลังเข้าสู่ “ระเบียบโลกใหม่” ที่การแบ่งขั้วทางการเมืองและสังคมชัดเจนขึ้น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ขณะที่ระยะยาวโลกต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

พูดแบบภาษาพี่ทุยคือ โลกยังวิ่งต่อได้ แต่ถนนไม่ได้เรียบเหมือนเดิม นักลงทุนที่คิดแค่ว่าเศรษฐกิจโตหรือไม่โตอาจมองไม่ครบ เพราะสิ่งที่ต้องดูเพิ่มคือ “ความไม่แน่นอน” ที่แทรกอยู่ในทุกภูมิภาค

สหรัฐฯ ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่ก็เป็นแหล่งความเสี่ยง

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI นโยบายการคลัง และโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายการค้าก็ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นแหล่งความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกได้เช่นกัน

นี่คือภาพที่น่าสนใจ เพราะประเทศที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจโลก ก็เป็นแหล่งสร้างความผันผวนได้ในเวลาเดียวกัน นักลงทุนจึงต้องคิดเรื่องการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

ยุโรป ญี่ปุ่น และจีนเจอความท้าทายต่างกัน

ยุโรปยังอยู่ในภาวะทรงตัว ภาคบริการพอช่วยพยุง แต่ภาคการผลิตยังอ่อนแรง ญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว แต่มีความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ส่วนจีนกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว สังคมสูงวัย และปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาพรวมคือ โลกไม่ได้โตพร้อมกันอีกต่อไป การลงทุนจึงไม่ควรยึดติดกับภูมิภาคเดียว

เศรษฐกิจไทย โตต่ำกว่าศักยภาพ และติดกับดักเดิม

เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แม้มีแรงพยุงจากภาคท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนใหม่ในกลุ่มดิจิทัล แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 87% ของ GDP กดดันกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่รายได้โตไม่ทันรายจ่าย ส่งผลให้การบริโภคในประเทศไม่แข็งแรงเท่าที่ควร อีกทั้งไทยยังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ และเริ่มเสียความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศเพื่อนบ้าน พูดง่าย ๆ คือ ไทยยังโตได้ แต่เป็นการโตแบบเหนื่อยและต้องใช้เวลาแก้ปัญหาเชิงลึก

ปี 2026 กระจายการลงทุนคือทางรอด

คุณ David Chao, Global Market Strategist, Asia Pacific ex Japan, Invesco เสนอกรอบคิดการลงทุนที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง คือการทบทวนพอร์ตทุก 3 เดือน ผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ มองภาพเศรษฐกิจ (Macro View) กำหนดธีมลงทุน (Investment Theme) และจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation)

ในมุมมองมหภาค เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่หลายคนคาด และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าจากการคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นสัญญาณบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดเกิดใหม่

หนึ่งในสารสำคัญของปีนี้คือ ตลาดหุ้นอาจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว การกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเดิมเริ่มกลายเป็นความเสี่ยง

แนวทางที่แนะนำคือการขยายพอร์ตไปยังหุ้นขนาดกลางและเล็ก หุ้นกลุ่มวัฏจักร และตลาดเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า แนวคิดนี้สะท้อนว่าการลงทุนปี 2026 คือการเปิดพื้นที่ให้โอกาสใหม่ ๆ มากกว่าการวิ่งตามหุ้นกลุ่มเดิม

จากภาพรวมทั้งหมด กลยุทธ์ที่ถูกเน้นคือการให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ โดยเฉพาะการลดน้ำหนักพันธบัตรระยะยาวที่อาจได้รับผลกระทบหากเศรษฐกิจฟื้นและเงินเฟ้อกลับมา การ Rebalance พอร์ตจึงสำคัญมาก เพราะพอร์ตที่ดีไม่ใช่พอร์ตที่ซื้อแล้วปล่อยยาวโดยไม่ปรับ แต่ต้องค่อย ๆ กระจายความเสี่ยงตามสภาพตลาด

ปี 2026 ปีแห่งโอกาสการลงทุน ที่มาพร้อมความผันผวน

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ ความยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญ

คุณวิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) แนะนำให้ใช้ Global Equity เป็นพอร์ตหลัก (Core Port) พร้อมนำเสนอกองทุน Flagship ภายใต้ธีม A.L.P.H.A (Asset Stability, Long-term AI Theme, Portfolio Rebalancing, Hands-on Allocation, Active Selection) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและการป้องกันความเสี่ยง แนวคิดนี้คือการมีแกนพอร์ตที่มั่นคง แล้วใช้เครื่องมืออื่นช่วยเพิ่มโอกาสในจังหวะที่เหมาะสม

สำหรับการเจาะลึกกองทุนในธีม Portfolio Rebalancing อย่าง KF‑GEI‑A ถือเป็นทางออกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหุ้นโลกแต่กังวลความผันผวนของกลุ่ม AI โดย Mr. Ken Lin, CFA, CAIA, Managing Director, Head of Hong Kong and Southeast Asia Intermediary Business, Invesco ได้เผยกลยุทธ์หลักของกองทุนที่เน้นการใช้หุ้นสไตล์ Dividend Compounder หรือหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงและจ่ายปันผลต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดแรงเหวี่ยงของพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน

ในส่วนของกองทุน KFGDB-A ซึ่งกรุงศรีจัดให้อยู่ในธีม Hands-on Allocation นั้น Mr. Kelvin Lam, CAIA, Managing Director Head of Sales, Southeast Asia, Retail and Private Bank Distribution, Allianz Global Investors เสนอแนวคิด Dynamic Asset Allocation ที่สามารถหมุนพอร์ตระหว่างหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือแม้แต่เพิ่มสัดส่วนเงินสดในช่วงวิกฤต เพื่อให้พอร์ตปรับตัวได้กับทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ
ส่วนคุณลักษณ์ชนก สงวนรักศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้จัดการกองทุน-การลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเกียรตินาคินภัทร จำกัด ได้นำเสนอกองทุน KKP GNP-H เน้นการลงทุนหุ้นโลกแบบ Active Selection โดยใช้ทีมผู้จัดการกองทุนหลายคนร่วมกันคัดเลือกหุ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวและลดความเสี่ยงจากการอิงมุมมองใดมุมมองหนึ่งมากเกินไป

โลกยังโตได้ แต่จะมาพร้อมกับความผันผวนที่ต้องระวัง

ถ้าสรุปใจความสำคัญของงานสัมมนาครั้งนี้ให้เหลือสั้นที่สุด คือ โลกยังโต แต่ความผันผวนจะอยู่กับเราไปอีกนาน นักลงทุนจึงต้องเปลี่ยนจากการไล่ตามธีมร้อน มาเป็นการสร้างพอร์ตที่ยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยงจริง ๆ

หุ้นยังเป็นสินทรัพย์หลัก แต่ไม่ควรกระจุกอยู่แค่กลุ่มเดียว การขยายพอร์ตไปยังหุ้นกลุ่มอื่น ตลาดเกิดใหม่ หรือกลยุทธ์ที่ช่วยลดความผันผวน จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของปีนี้

สุดท้าย พอร์ตที่ดีในปี 2026 ไม่ใช่พอร์ตที่วิ่งแรงที่สุด แต่คือพอร์ตที่รับแรงกระแทกได้ ฟื้นตัวได้ และเดินต่อได้ในระยะยาว นั่นคือความหมายของคำว่า Resilient Portfolio ที่ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านพูดตรงกันในงานนี้

• ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน • KFGDB-A, KF-GEI-A ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ • ขอรับหนังสือชี้ชวน และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2296 5566 หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา • บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

บทความเพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial