spaylater

SPayLater ใช้ยังไงไม่โดนแบน เช็กผลกระทบจ่ายช้าแต่ละวัน

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • SPayLater คือหนี้ ไม่ใช่เงินฟรี: เป็นแหล่งเงินกู้หลักสำหรับบางคน แต่ต้องมีวินัยในการใช้และตระหนักว่าเป็นการสร้าง “หนี้” ที่ต้องชำระคืน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น “ดาบสองคม” ที่ทำให้การเงินมีปัญหาได้ง่าย
  • การจ่ายล่าช้ามีผลกระทบรุนแรงเป็นขั้นตอน: การจ่ายล่าช้าเพียง 1 วันจะเริ่มมีค่าติดตามทวงหนี้และเสี่ยงถูกระงับบัญชี และหากล่าช้าเกิน 30 วัน ประวัติเสียจะถูกส่งเข้าเครดิตบูโร ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อโอกาสในการขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต
  • ใช้อย่างมีวินัยและรีบแก้ไขเมื่อผิดพลาด: ควรใช้เท่าที่จำเป็นและมั่นใจว่ามีเงินพอจ่ายตรงเวลา หากจ่ายช้าควรรีบปิดหนี้ให้หมด และหากต้องการกลับมาใช้เครดิตใหม่ ต้องสร้างประวัติใหม่ด้วยการชำระตรงเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน เพราะหนี้ทุกก้อนไม่เคยเล็กและมีผลกระทบใหญ่ต่ออนาคตทางการเงิน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

พี่ทุยเชื่อว่าการมี SPayLater อาจกลายเป็นโลกทั้งใบของใครหลายคนเลย เพราะมันแทบจะเป็นแหล่งเงินกู้หลักในการหมุนเงิน โดยเฉพาะคนที่เข้าถึงบัตรเครดิตไม่ได้ จนบางคนใช้จนติดเป็นนิสัย เห็นอะไรก็จ่ายผ่าน SPay ไปหมด ลืมไปว่านี่ไม่ใช่เงินฟรี แต่คือหนี้ที่เราต้องตามมาจ่ายทีหลังครับ

วันนี้พี่ทุยจะมาอธิบายให้ฟังว่า SPayLater คืออะไร มีผลกระทบอย่างไรถ้าจ่ายช้า ดอกเบี้ยเท่าไหร่ และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ให้การเงินของเราพังหรือโดนแบนบัญชี มาดูกันเลยฮะ

 

SPayLater คืออะไร

คือระบบผ่อนชำระของ shopee คือบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของ Shopee ที่ให้เราสามารถซื้อของได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินทันที แต่จ่ายทีหลังตามกำหนดชำระที่ตกลงกัน อาจจะเป็นการจ่ายเต็มจำนวนในเดือนถัดไป หรือจ่ายเป็นงวด ๆ ก็ได้

บริการนี้ได้รับความนิยมมากเพราะตอบโจทย์คนที่ต้องการซื้อของแต่ยังไม่มีเงินพอในขณะนั้น หรือต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้จ่ายอย่างอื่น โดยเฉพาะคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ก็สามารถใช้ SPay แทนได้

การสมัครใช้งานก็ไม่ยาก แค่มีบัญชี Shopee ตรวจสอบคุณสมบัติผ่านระบบ ก็จะได้วงเงินตามที่ระบบประเมิณ วงเงินอาจจะตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประวัติการใช้งานและข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคนครับ

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SPayLater

หลายคนมักจะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SPay ที่ทำให้ใช้งานผิดพลาดและเกิดปัญหาตามมา

  1. ความเข้าใจผิดแรกคือ คิดว่าเป็นเงินฟรี ความจริงคือ SPay ไม่ใช่เงินฟรี แต่เป็นเงินกู้ที่เราต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยถ้าผ่อนชำระ หรือจ่ายเต็มจำนวนตามกำหนด
  2. ความเข้าใจผิดที่สองคือ คิดว่าจ่ายช้าหน่อยไม่เป็นไร ความจริงคือ แค่จ่ายช้า 1 วันก็มีค่าปรับแล้ว และยิ่งช้านาน ผลกระทบก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ
  3. ความเข้าใจผิดที่สามคือ คิดว่าใช้แค่นี้คงไม่มีปัญหา แต่ความจริงคือ ถ้าใช้บ่อย ๆ โดยไม่มีวินัย เงินที่ต้องจ่ายจะสะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจจ่ายไม่ไหว
  4. ความเข้าใจผิดที่สี่คือ คิดว่าไม่กระทบเครดิต ความจริงคือ ถ้าจ่ายช้าเกิน 14 วัน ประวัติจะถูกบันทึก และอาจส่งผลกับการขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต
  5. ความเข้าใจผิดที่ห้าคือ คิดว่าไม่มีดอกเบี้ย ความจริงคือ ถ้าเลือกผ่อนชำระ จะมีดอกเบี้ยที่ไม่ต่ำเลย อยู่ที่ 15-25% ต่อปีครับ

 

spaylater

 

ผลกระทบจากการจ่ายช้า แต่ละขั้นตอน

เพราะแบบนี้ เวลาเห็นคำว่าซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เลยทำให้หลายคนตาลุกวาว ได้ของทันทีโดยไม่ต้องควักเงินก้อน แต่พี่ทุยอยากเตือนว่า ถ้าใช้ไม่ระวัง มันจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้การเงินพังได้ง่ายกว่าที่คิด

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ จ่ายช้าหน่อยคงไม่เป็นไร แต่ความจริงคือ แค่วันเดียวปัญหาก็เริ่มแล้ว และยิ่งปล่อยไว้นาน มันก็จะบานปลายเหมือนภูเขาไฟที่รอวันปะทุ แรงขึ้นตามเวลา โดยมีหลายขั้นตอนแบบนี้ฮะ

 

  • ขั้นตอนที่ 1 จ่ายช้าแค่ 1 วัน

จ่ายช้าแค่ 1 วัน ก็เจอแล้ว ทั้งค่าติดตามทวงหนี้ 50 บาทต่อรอบบิล บวกกับความเสี่ยงที่บัญชี SPayLater จะถูกระงับการใช้งานชั่วคราว

นี่เป็นสัญญาณเตือนแรกที่ระบบส่งให้เรา บอกว่าเราจ่ายไม่ตรงเวลา แม้จะเป็นแค่วันเดียว แต่ระบบก็บันทึกไว้แล้ว และถ้าทำบ่อย ๆ ประวัติก็จะแย่ลง

บางคนอาจคิดว่า 50 บาทไม่มาก แต่ถ้าจ่ายช้าบ่อย ๆ เดือนละ 2-3 ครั้ง ก็เป็น 100-150 บาทแล้ว เงินที่ควรจะเก็บออมหรือใช้จ่ายอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าครับ

 

  • ขั้นตอนที่ 2 จ่ายช้า 7 วัน

จ่ายช้า 7 วัน คราวนี้ไม่ได้เสียเงินเพิ่มแค่ค่าทวงหนี้ แต่ยังเสียสิทธิ์ที่เคยได้จาก Shopee ไปด้วย เช่น คูปองส่วนลด หรือสิทธิ์เก็บ Coin ที่ใคร ๆ ก็อยากได้

สิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ Shopee ให้กับลูกค้าที่ดี ที่จ่ายตรงเวลา แต่เมื่อเราจ่ายช้า เราก็เสียสิทธิ์เหล่านี้ไป ทำให้การช็อปครั้งต่อไปแพงขึ้น เพราะไม่มีส่วนลด

นอกจากนี้ยังอาจถูกจำกัดการใช้งานบางฟีเจอร์ เช่น ไม่สามารถเพิ่มวงเงิน SPay ได้ หรือไม่สามารถใช้โปรโมชั่นพิเศษได้ครับ

 

  • ขั้นตอนที่ 3 จ่ายช้า 14 วัน

จ่ายช้า 14 วัน นี่เริ่มหนักแล้ว เพราะข้อมูลจะถูกบันทึกเป็นประวัติชำระล่าช้า ซึ่งจะติดตัวเราไป และอาจส่งผลต่อโอกาสขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต ไหนจะยังมีโอกาสถูกลดวงเงินอีก

ประวัติการชำระล่าช้านี้จะเป็นข้อมูลที่ระบบใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของเรา ถ้าเรามีประวัติไม่ดี โอกาสในการขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิตในอนาคตก็จะลดลง

วงเงิน SPayLater ที่เคยมีอาจถูกลดลง ทำให้เราใช้จ่ายได้น้อยลง หรือในกรณีที่แย่มาก อาจถูกปิดบัญชีเลยก็ได้

นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อการใช้บริการอื่น ๆ ของ Shopee เช่น การขอเครดิตเพิ่ม หรือการใช้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ Shopee มีครับ

 

  • ขั้นตอนที่ 4 จ่ายช้า 30 วันขึ้นไป

จ่ายช้า 30 วันขึ้นไป อันนี้คือขั้นวิกฤต นอกจากค่าติดตามหนี้จะเพิ่มเป็น 100 บาทต่อรอบบิลแล้ว ยังมีสิทธิ์ถูกดำเนินการตามกฎหมาย และที่พีคที่สุดคือ ประวัติเสียจะถูกส่งเข้าเครดิตบูโร กลายเป็นรอยด่างที่ลบออกยากมาก

เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลเครดิตของคนทั่วประเทศ ธนาคารและสถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลจากที่นี่ก่อนอนุมัติสินเชื่อ ถ้าเรามีประวัติเสียในเครดิตบูโร โอกาสในการขอสินเชื่อใด ๆ ก็จะลดลงมาก

การถูกดำเนินการตามกฎหมายหมายถึง อาจถูกฟ้องร้อง ต้องขึ้นศาล จ่ายค่าปรับ ค่าทนายความ และอาจมีคำสั่งบังคับจากศาลให้ชำระหนี้

รอยด่างในเครดิตบูโรจะติดอยู่นานหลายปี แม้จะจ่ายหนี้หมดแล้ว ประวัติก็ยังอยู่ ทำให้การขอสินเชื่อในอนาคตยากขึ้นมากครับ

 

ดอกเบี้ย SPayLater สูงแค่ไหน

อย่าลืมนะครับว่า SPay คิดดอกเบี้ยไม่ธรรมดาเลย ถ้าใครสมัครก่อน 4 กันยายน 2566 จะเจอดอกเบี้ยปีละ 15% แต่ถ้าสมัครหลังจากนั้น ดอกเบี้ยสูงถึง 25% ต่อปี ลองคิดดูว่า ถ้าเราปล่อยหนี้ค้างสะสมไว้นาน ๆ ดอกเบี้ยมันจะงอกเงยแค่ไหน

เปรียบเทียบกับบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยประมาณ 18% ต่อปี SPayLater ที่ 25% ต่อปีถือว่าสูงกว่า ทำให้ต้นทุนในการกู้แพงขึ้น

ยกตัวอย่าง ถ้าเรามีหนี้ SPay 10,000 บาท ผ่อนชำระเป็นเวลา 1 ปี ดอกเบี้ย 25% เราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 2,500 บาท หรือรวมทั้งหมด 12,500 บาท

ถ้าเราปล่อยหนี้ค้างนานขึ้น ดอกเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เงินที่ต้องจ่ายมากขึ้นกว่าเดิมมาก อาจจะมากกว่าของที่เราซื้อเสียอีกครับ

 

วิธีใช้ SPayLater อย่างปลอดภัย

เพราะฉะนั้น การใช้ SPay ให้ปลอดภัย ต้องมีวินัยมาก ๆ ใช้เท่าที่จำเป็น และต้องมั่นใจว่ามีเงินพอจ่ายตรงเวลา

  1. วิธีแรก ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ อย่าใช้เพราะอยากได้ของ แต่ให้ใช้เพราะต้องการของจริง ๆ และมั่นใจว่าจะจ่ายได้ตรงเวลา
  2. วิธีที่สอง ตั้งงบประมาณที่ชัดเจน กำหนดว่าจะใช้ SPay ได้เท่าไหร่ต่อเดือน และไม่เกินจำนวนนั้น เช่น ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน
  3. วิธีที่สาม จ่ายเต็มจำนวนทันที ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกจ่ายเต็มจำนวนในเดือนถัดไป ไม่ผ่อนชำระ เพื่อไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
  4. วิธีที่สี่ ตั้งเตือนวันชำระหนี้ ใช้แอพหรือปฏิทินตั้งเตือนก่อนวันชำระ 2-3 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดและมีเงินพอจ่าย
  5. วิธีที่ห้า ตรวจสอบยอดหนี้เป็นประจำ เข้าไปเช็คว่ามีหนี้ค้างเท่าไหร่ ครบกำหนดเมื่อไหร่ เพื่อวางแผนการจ่ายได้ทันเวลาครับ

 

ถ้าจ่ายช้าแล้ว จะทำอย่างไรดี

ถ้าใช้แล้วเผลอจ่ายช้า สิ่งที่ควรทำคือ รีบปิดหนี้ให้หมด อย่าปล่อยให้ค้างข้ามเดือน จากนั้นถ้าอยากกลับมาใช้เครดิตใหม่ ก็ต้องสร้างประวัติใหม่ด้วยการใช้สินเชื่อเล็ก ๆ แล้วจ่ายตรงเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน

  1. ขั้นตอนแรก รีบปิดหนี้ทันทีที่มีเงิน อย่ารอให้ผ่านไปนานขึ้น ยิ่งรอนาน ค่าปรับและดอกเบี้ยก็ยิ่งเพิ่ม
  2. ขั้นตอนที่สอง ติดต่อ Shopee เพื่อขอผ่อนผันหรือขอความช่วยเหลือ ถ้าเราติดต่อก่อนและอธิบายสถานการณ์ อาจได้รับการพิจารณาบ้าง
  3. ขั้นตอนที่สาม หาเงินมาจ่ายให้ได้ ไม่ว่าจะกู้ยืมจากครอบครัว ขายของ หรือหารายได้เสริม ก็ต้องหาทางจ่ายให้ได้
  4. ขั้นตอนที่สี่ หลังจากจ่ายหมดแล้ว ให้ระมัดระวังการใช้งานครั้งต่อไป ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น และมั่นใจว่าจะจ่ายได้ตรงเวลา
  5. ขั้นตอนที่ห้า สร้างประวัติใหม่ด้วยการใช้งานอย่างมีวินัย ใช้เป็นจำนวนเล็ก ๆ แล้วจ่ายตรงเวลาทุกครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อฟื้นฟูเครดิตครับ

 

ข้อควรระวังเมื่อใช้ SPayLater

นอกจากเรื่องการจ่ายตรงเวลาแล้ว ยังมีข้อควรระวังอื่น ๆ เมื่อใช้ SPay

  1. ข้อแรก อย่าใช้เกินตัว แม้จะมีวงเงินสูง แต่ไม่ได้แปลว่าเราควรใช้หมด ให้ใช้เท่าที่จำเป็นและจ่ายได้จริง ๆ
  2. ข้อสอง อย่าใช้ซื้อของฟุ่มเฟือย SPay ควรใช้กับของที่จำเป็น ไม่ใช่ของที่อยากได้แค่ชั่วคราว
  3. ข้อสาม ระวังโปรโมชั่นล่อใจ บางครั้งร้านค้าหรือ Shopee มีโปรโมชั่นที่ดูน่าสนใจ แต่อย่าลืมว่าเราต้องจ่ายคืน อย่าซื้อเพราะโปรโมชั่น
  4. ข้อสี่ อย่าใช้หลายบริการพร้อมกัน ถ้าใช้ทั้ง SPay บัตรเครดิต และเงินกู้อื่น ๆ พร้อมกัน อาจควบคุมหนี้ไม่ไหว
  5. ข้อห้า เก็บหลักฐานการชำระหนี้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต ว่าเราจ่ายแล้วหรือยังครับ

 

พี่ทุยอยากบอกตรงนี้เลยว่า หนี้ทุกก้อนมันไม่เคยเล็ก ต่อให้ยอดไม่กี่ร้อยบาท แต่ถ้าเราปล่อยให้กลายเป็นหนี้เสีย ผลกระทบมันใหญ่จนเราอาจพลาดโอกาสในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถ หรือแม้แต่การขอสินเชื่อเล็ก ๆ ที่ควรจะผ่านง่าย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องยากทันที

สุดท้ายนี้ พี่ทุยอยากให้เพื่อน ๆ มอง SPay ว่าเป็นแค่เครื่องมือทางการเงิน ที่จะดีหรือร้าย ขึ้นอยู่กับวิธีที่เราใช้ ถ้าใช้ด้วยความเข้าใจและมีวินัย มันก็ช่วยให้เราหมุนเงินได้สะดวก แต่ถ้าใช้แบบตามใจ ไม่คิดถึงตอนจ่ายคืน มันจะกลายเป็นหลุมพรางที่ดึงเราไปสู่ปัญหาการเงินที่หนักกว่าเดิมก็ได้นะฮะ

การมี SPayLater เป็นเหมือนมีเงินกู้ฉุกเฉินไว้ใช้ยามจำเป็น แต่ไม่ใช่เงินที่ให้เราใช้ฟุ่มเฟือย ต้องใช้อย่างรับผิดชอบ คิดถึงอนาคต และรักษาเครดิตของเราให้ดีไว้ เพราะเครดิตที่ดีจะเป็นทรัพย์สินที่มีค่าในการขอสินเชื่อใด ๆ ในอนาคตครับ

ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook

อ่านบทความอื่น ๆ

หยุด “สร้างหนี้” ดีจริงหรอ ? ทำไมบางคนเป็นหนี้แล้วรวย แต่บางคนหมดตัวเพราะหนี้ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile