วิธีวิเคราะห์ "Bid Offer" ง่าย ๆ ฉบับนักลงทุนมือใหม่

วิธีวิเคราะห์ “Bid Offer” ง่าย ๆ ฉบับนักลงทุนมือใหม่ | ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน EP20

5 min read  

ฉบับย่อ

  • “Bid Offer” คือ การเสนอซื้อและขายหุ้น ตามจำนวนหุ้นและราคาที่นักลงทุนต้องการ และ BId Offer เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้นได้ดี
  • Bid Offer เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ๆ ในการวิเคราะห์ว่าหุ้นตัวไหนที่มีเจ้ามือเข้ามาซื้อขาย 
  • รูปแบบของ Bid Offer หลัก ๆ แล้วจะแบ่งเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. Bid บาง Offer หนา 2. Bid หนา Offer บาง 3. Bid บาง Offer บาง 4. Bid หนา Offer หนา

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

ซีรีส์การเงินในตอนนี้พี่ทุยจะมาพูดถึงหนึ่งในอาวุธที่สำคัญของนักลงทุนสายเทคนิค (Technical) นั่นก็คือ การวิเคราะห์ “Bid Offer” เหตุผลที่พี่ทุยอยากให้ทุกคนวิเคราะห์ Bid Offer เพราะมันจะเป็นตัวช่วยทำให้เราเลือกซื้อหุ้นได้ถูกตัวและซื้อได้ในจังหวะที่ดีมากขึ้น ถ้าพร้อมไปแล้วไปดูกันเลย.. 

Bid คืออะไร ?

Bid คือฝั่งเสนอซื้อหุ้น แปลง่าย ๆ คือ ฝั่ง Bid หมายถึงคนที่ต้องการซื้อหุ้น หรือแปลว่าคนนั้นยังไม่มีหุ้นในพอร์ต หรือมีแล้วแต่ต้องการซื้อเพิ่มในราคาที่ตัวเองอยากได้ ถ้าเค้ารีบหรืออยากได้จริง ๆ เค้าอาจจะยอมซื้อที่ราคา Offer (เสนอขาย) ณ ตอนนั้นเลย (เคาะขวา) แต่ถ้ายังไม่รีบ หรือยอมเกี่ยงราคาซื้อได้ เค้าก็อาจจะตั้งราคาที่อยากได้ แล้วรอคิวเอาไว้ได้ 

แต่ประเด็นที่เราต้องระวัง คือการตั้ง Bid มันไม่ได้แปลว่าคนนั้นอยากจะได้หุ้นตัวนี้เสมอไป เพราะเค้าสามารถยกเลิกการตั้ง Bid ได้ หรือเค้าอาจจะตั้ง Bid หลอกเราได้นั่นเอง

Offer คืออะไร ?

Offer คือราคาเสนอขาย เช่น มีคนที่หุ้น CPALL อยู่ เค้าก็สามารถเอาหุ้นออกมาขายได้ตามราคาที่ตัวเองต้องการ สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Bid กับ Offer คือ Bid สามารถตั้งหลอกได้ แต่ Offer จะต้องเป็นคนที่มีหุ้นตัวนั้นอยู่ในพอร์ตจริง ๆ ถึงจะสามารถเอามาตั้ง Order ได้ 

แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือทั้ง Bid และ Offer สามารถตั้งหลอกนักลงทุนในตลาดได้เหมือนกัน เพราะเค้าจะตั้งซื้อหรือขายที่ราคาไหนก็ได้ และที่สำคัญ คือเค้าสามารถที่จะยกเลิกหรือถอนคำสั่งเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนกัน

ประโยชน์ของ “Bid Offer” 

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า Bid Offer ไม่ค่อยมีประโยชน์มากเท่าไหร่ คิดว่าเอาไว้ดูว่าหุ้นตัวไหนซื้อหรือขายเยอะกว่ากันแค่นั้น แต่จริง ๆ แล้ว Bid Offer ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ๆ ในการวิเคราะห์หุ้น รูปแบบของ Bid Offer จะสามารถบอกเราได้ว่าตอนนี้เกิดอะไรกับหุ้นตัวนั้นบ้าง และที่สำคัญสามารถเอาไว้ดูได้เบื้องต้นว่าหุ้นตัวไหนที่เจ้ามือเข้าซื้ออยู่

รูปแบบของ “Bid Offer”

รูปแบบของ Bid Offer สามารถแบ่งได้หลัก ๆ 4 แบบด้วยกัน คือ

1. Bid บาง Offer หนา

Bid บาง Offer หนา หมายถึง ปริมาณหุ้นของฝั่ง Bid จะบาง หรือน้อยกว่า ฝั่ง Offer อย่างเห็นได้ชัด Bid Offer รูปแบบนี้ถือเป็นรูปแบบที่นักลงทุนสายเก็งกำไรชอบมากที่สุด เพราะ การตั้ง Offer หนา ๆ แบบนี้ มันหมายถึงต่อให้มีคนซื้อหุ้นตัวนี้เท่าไหร่ Offer ก็ยังไม่หมด และคนที่ตั้ง Offer นี้เราก็สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นเจ้ามือแน่นอน เพราะการตั้ง Offer หนา ๆ เค้าตั้งเอาไว้เพื่อเก็บของ หรือซื้อหุ้นตัวนั้นในราคาที่เค้าต้องการให้ครบก่อน เพราะการตั้ง Offer หนา ๆ เค้าสามารถเคาะซื้อได้เรื่อย ๆ เพราะตั้ง Offer กันเอาไว้แล้ว 

เช่น จากรูปเราจะเห็นว่าหุ้นตัวนี้มี Bid น้อยกว่า Offer อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณราคา 18.20  บาท ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราไปดูกราฟแล้วเห็นว่าแนวต้านของหุ้นตัวนี้อยู่ 18.20 บาท ด้วย พี่ทุยว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว จุดสำคัญที่เราจะทำให้เรามั่นใจว่าหุ้นตัวนี้วิ่งแน่ ๆ คือ ตอนที่มี Volume ซื้อหวดเข้ามาเยอะ ๆ นั่นแหละ

2. Bid หนา Offer บาง

Bid Offer รูปแบบนี้ ถ้าเรามองเผิน ๆ เราอาจจะรู้สึกว่าหุ้นตัวนี้น่าสนใจ เพราะ ปริมาณความต้องการซื้อ เยอะมาก แต่ปริมาณความต้องการขายกลับน้อยนิดเดียว แต่จริง ๆ แล้วรูปแบบ Bid Offer แบบนี้นี่แหละที่น่ากลัวและต้องระวังมากที่สุด เพราะ มันเป็นการส่งสัญญาณว่าหุ้นตัวนี้กำลังอยู่ปลายเทรนด์และพร้อมที่จะลงแล้ว 

หลายคนอาจจะงงว่าเป็นเพราะอะไร เดี๋ยวพี่ทุยจะขยายความให้ฟังที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ จริง ๆ แล้ว Bid ที่เยอะ ๆ หนา ๆ นั้นเป็นเพียงการตั้งเอาไว้เพื่อให้ซื้อเท่าไหร่ Offer ก็ไม่ก็หมด ราคาไม่ขึ้นสักที และต้องอย่าลืม Bid เป็นเหมือนภาพลวงตาที่เจ้ามืออาจจะหลอกเราได้จากที่ Bid หนา ๆ เพียงแค่เค้าเอา Bid ออกราคาหุ้นก็พร้อมก็ลงได้ทุกเมื่อ

3. Bid บาง Offer บาง

Bid Offer รูปแบบนี้ หมายความว่าในช่วงนั้นหุ้นตัวนี้ยังไม่มีนักลงทุนสนใจเท่าไหร่ ยังไม่ค่อยมีปริมาณการซื้อขายเข้ามา มีสภาาพคล่องต่ำ ส่วนตัวพี่ทุยคิดว่าหุ้นในช่วงนี้จะวิเคราะห์แนวโน้มได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นถ้าเราเจอสถานการณ์แบบนี้ก็อย่าเพิ่งเข้าไปซื้อหุ้นเลยดีกว่า แต่ถ้าเราสนใจหุ้นตัวนี้จริง ๆ ก็รอตอนที่ปริมาณการซื้อเข้ามา, ทรงกราฟเริ่มดีค่อนเข้าไปซื้อก็ยังไม่สาย

4. Bid หนา Offer หนา


ถ้าเราดูแบบเผิน ๆ เราอาจจะคิดว่ารูปแบบ Bid Offer แบบนี้น่าจะดี เพราะ มีปริมาณการซื้อขายเยอะ มีสภาพคล่องซื้อ จะซื้อจะขายก็สามารถทำได้ หรือถ้าซื้อแล้วราคาหุ้นปรับตัวลงมาก็สามารถ Cut Loss ได้ง่าย ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดไปซะทีเดียว เพียงแต่ว่าถ้าเป็นพี่ทุยเองส่วนตัวแล้วถ้าเจอรูปแบบ Bid Offer จะรอนิ่ง ๆ แล้วออกมามองเกมข้างนอกก่อน เพราะ Bid Offer รูปแบบนี้ หมายถึงแนวโน้มหุ้นที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเลือกขึ้นหรือลง 

ในสถานการณ์แบบนี้พี่ทุยแนะนำเราให้เราดูกราฟหุ้นตัวนั้นประกอบด้วย ถ้ากราฟสวย, พร้อมจะขึ้น แล้ว Bid Offer เปลี่ยนรูปแบบเป็น Bid บาง Offer หนาแบบนี้พี่ทุยถึงจะเข้าซื้อ แต่ถ้ากราฟก็ไม่สวยเท่าไหร่ แล้ว Bid Offer ยังเปลี่ยนเป็น Bid หนา Offer บางด้วยแบบนี้ก็ควรไปหาหุ้นตัวอื่นเทรดดีกว่า

เราจะหาหุ้นที่จะเอามาวิเคราะห์ “Bid Offer” ได้ยังไง ?

ถึงตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจวิธีการดู Bid Offer แล้ว แต่ในทางปฏิบัติสิ่งที่ยากที่สุด ก็คือการหาหุ้นที่เราจะเอามาดู Bid Offer นี่แหละ โดยส่วนตัวแล้ววิธีการหาหุ้นของพี่ทุยจะใช้การดู Ticker เป็นหลัก ถ้ามีหุ้นตัวไหนไหลเข้ามาใน Ticker บ่อย ๆ และ มีปริมาณการซื้อขายเยอะก็ถือว่าน่าสนใจ พี่ทุยจะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ และลิสต์หุ้นที่ตัวเองสนใจเอาไว้ หลังจากนั้นก็เอาหุ้นที่ตัวเองลิสต์ไว้ไปดู Bid Offer และกราฟทางเทคนิคต่อไป

การดู Bid Offer เป็นอะไรที่ซับซ้อน, ต้องอาศัยระยะเวลา และสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ พี่ทุยเชื่อว่าตอนแรกหลาย ๆ คนอาจจะยังดูไม่เป็น แต่เชื่อพี่ทุยเถอะว่าถ้าเราฝึกฝนไปเรื่อย ๆ ดูมันบ่อย ๆ ทำทุก ๆ วัน ยังไงก็ต้องมีสักวันที่เราทำได้อย่างแน่นอน.. 

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
error: