4 เทคนิคการ "Cut Loss" หุ้นง่าย ๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้

4 เทคนิคการ “Cut Loss” หุ้นง่าย ๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ | ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน EP19

5 min read  

ฉบับย่อ

  • “Cut Loss” คือ การตัดขาดทุนหุ้นเมื่อผิดทาง และถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาเงินทุนให้เราได้
  • การ Cut Loss หุ้นมีอยู่ 4 เทคนิคด้วยกัน คือ 1. กำหนดเปอร์เซ็นต์ เช่น กำหนดว่าถ้าราคาหุ้นแรับลงมา 5% เราจะยอมตัดขาดทุน 2. Cut Loss เมื่อราคาหลุดกรอบแนวรับ แนวต้าน 3. Cut Loss เมื่อราคาหุ้นหลุดกรอบ Uptrend และ 4. หาจุด Cut Loss จากเส้น EMA 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing

ซีรีส์การเงินในตอนที่ผ่าน ๆ มาเราได้เรียนรู้วิธีการหาจุดซื้อขายหุ้นในรูปแบบต่าง ๆ และได้รู้แล้วว่าในตลาดหุ้นมีแนวโน้มอะไรบ้าง แต่อีกหนึ่งที่สำคัญ ที่นักลงทุนมือใหม่ไม่ควรจะละเลย ก็คือ การ “Cut Loss” หรือ การตัดขาดทุนหุ้น ซีรีส์การเงินในตอนนี้พี่ทุยจะพาทุกคนไปรู้จักกับการตัดขาดทุนหุ้นกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย..

การ “Cut Loss” หุ้น คืออะไร ?

จริง ๆ แล้ว ความหมายแบบตรง ๆ ของ Cut Loss คือ การตัดขาดทุนหุ้นเมื่อผิดทาง เช่น เราตัดสินใจซื้อหุ้น CPALL เพราะ หวังว่าราคาหุ้นจะขึ้น แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดราคาหุ้น CPALL ไม่ขึ้น แถมราคายังค่อย ๆ ร่วงลงมาอีก ถ้าเราเจอสถานการณ์แบบนี้เราต้องเอาการ Cut Loss เข้ามาช่วย เพื่อไม่ให้เราขาดทุนไปมากกว่านี้ 

ถ้ามองแบบลึกลงไปการตัดขาดทุนก็เปรียบเหมือนกับเกมฟุตบอลเกมนึง ที่เกมรุกเราจะดีอย่างเดียวไม่ได้ แต่เกมรับเราก็ต้องดีด้วย เราถึงจะชนะคู่แข่งได้ การรู้จักการตัดขาดทุนก็เหมือนกับเกมรับที่ดี ที่จะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราชนะตลาด และอยู่ในตลาดได้ไปนาน ๆ  

เทคนิคการ “Cut Loss” หุ้น

พี่ทุยจะบอกว่าจริง ๆ แล้วการ Cut Loss หรือ การตัดขาดทุนหุ้นไม่ได้มีกฎตายตัวว่าเราจะต้องตัดขาดทุนตรงไหน พี่ทุยคิดว่ามันอยู่ที่สไตล์ของแต่ละคน, ประสบการณ์ และแต่ละสถานการณ์มากกว่า แต่ในบทความนี้พี่ทุยขอเลือกเทคนิคการตัดขาดทุนหลัก ๆ 4 วิธีมาให้ทุกคนดูกัน 

1. กำหนดเปอร์เซ็นต์ขาดทุน

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการตัดขาดทุนเลยก็ว่าได้ โดยการตัดขาดทุนด้วยวิธีนี้ทำได้โดยการ ที่เรากำหนดจำนวนเปอร์เซ็นต์ไว้แบบแน่นอนว่า ถ้าราคาหุ้นลงมากี่เปอร์เซ็นต์เราจะต้องจำใจยอมตัดขาดทุน ซึ่งจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่เราจะกำหนดก็ไม่มีถูกไม่มีผิด บางคนอาจจะใช้ 3%, 5% หรือ 8% ก็ไม่ว่ากัน แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ถ้าราคาหุ้นลงมาถึงตรงที่เราตั้งใจว่าจะตัดขาดทุนก็ต้องตัดขาดทุน จริง ๆ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะขาดทุนมากกว่าที่เราตั้งไว้ก้ได้

2. กรอบแนวรับ แนวต้าน หรือ Channel Trade

 

กรอบการเทรดที่เราสร้างจากการตีเส้นแนวรับ แนวต้านไม่ได้มีประโยชน์ในการหาจุดซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถเอากรอบนี้มาเป็นจุดตัดขาดทุนได้ด้วยเหมือนกัน 

โดยถ้ากราฟแท่งเทียน หรือราคาหุ้นหลุดจากกรอบแนวรับเมื่อไหร่ จุดนั้น คือ จุดที่เราควรจะโยนขายหุ้นทิ้งไป เพื่อไม่ให้เราขาดทุนไปมากกว่านี้ อย่างในรูปด้านบนเราจะเห็นว่า พอราคาหุ้นหลุดจากเส้นสีน้ำเงินด้านล่างที่เราตีเป็นแนวรับเอาไว้ ราคาหุ้นก็ร่วงลงทันที ถ้าเราไม่ตัดขาดทุนในช่วงนี้ก็อาจจะทำให้เราขาดทุน และกระทบกับเงินในพอร์ตหุ้นของเราได้

3. “Cut Loss” โดยการใช้กรอบ Uptrend

การตีกรอบของหุ้นในช่วงขาขึ้น หรือ Uptrend สามารถใช้ประโยชน์ได้คล้ายคลึงกับกรอบแนวรับ และแนวต้าน คือ เอาไว้หาจุดเขาซื้อหุ้นได้, เอาไว้ดุแนวโน้มหุ้นในช่วงนั้น ๆ ได้, เอาไว้ดูการเปลี่ยนแนวโน้มหุ้นได้ และยังสามารถเอาไว้หาจุดตัดขาดทุนได้ 

ตัวอย่างเช่น จากรูปในตอนแรกหุ้นตัวนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (Uptrend) ซึ่งถือเป็นช่วงที่เราสามารถเข้าไปเทรด และหากำไรได้ง่ายที่สุด แต่เราก็ยังคงต้องมีความระวังตัว เพราะ หุ้นตัวนั้นอาจจะเจอกับแรงขาย และเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ก็ได้ 

การหาจุดตัดขาดทุนจากกรอบ Uptrend คือ เราต้องตัดขาดทุนเมื่อหุ้นตัวนั้นหลุดเส้นด้านล่าง หรือแนวรับของกรอบ Uptrend อย่างจากรูปเราจะเห็นว่าตอนแรกหุ้นตัวนี้ก็ขึ้นมาได้ดี แต่พอหลุดจากเส้นสีน้ำเงินด้านล่าง หรือกรอบล่าง ราคาหุ้นก็ร่วงลงทันที ถ้าเราไม่ตัดขาดทุนในช่วงนี้ก็อาจจะเจ็บหนักได้เลย  

4. ตัดขาดทุนจากเส้น EMA

เส้น EMA (Exponential Moving Average) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือ (Indicator) ที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมาก ๆ ในการตัดขาดทุนโดยวิธีการตัดขาดทุนจากการใช้ EMA สามารถทำได้ 2 ทางด้วยกัน 

  • EMA เส้นสั้นตัด EMA เส้นยาวลงด้านล่าง 

ถ้าสมมติว่าเราซื้อหุ้นตัวนึง แล้วเราหวังว่ามันจะขึ้น แต่ถ้าเกิดอยู่ดี ๆ หุ้นตัวนั้นมีข่าวร้ายในระยะสั้นเข้ามา ทำให้มีแรงเทขายหุ้น แล้วเส้น EMA เส้นสั้นตัด EMA ยาวเมื่อไหร่ เราก็ควรจะขายหุ้นตัวนั้นออกไปก่อน เพื่อรักษาเงินทุนเราเอาไว้

จากรุปเราจะเห็นว่า ตอนแรกเส้น EMA 5 วัน (เส้นสีน้ำเงิน) ที่ถือเป็นเส้นสั้น ตัดเส้น EMA 50 วัน (เส้นสีเหลือง) ลงด้านล่าง ถึงตรงนี้สำหรับพี่ทุยถือว่ากราฟหุ้นตัวนี้ค่อนข้างเสียทรงแล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจจะมองว่ายังไม่เสียทรงมาก ก็อาจจะยังถือต่อไปได้ไม่ว่ากัน 

แต่พอมาถึงตรงที่เส้น EMA 5 วัน (เส้นสีน้ำเงิน) ตัด เส้น EMA 75 วัน (เส้นสีชมพู) ลงด้านล่าง เราควรจะตัดขาดทุนแล้ว เพราะ ยิ่งเส้น EMA จำนวนน้อยตัดลงตรงเส้น EMA มากวันมากเท่าไหร่ โอกาสที่หุ้นตัวนั้นจะปรับตัวลงก็ยิ่งมีมากเท่านั้น และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เราจะเห็นว่าถ้าเราไม่ตัดขาดทุนในจังหวะนี้ราคาหุ้นจะยิ่งดิ่งลง จนถึงเส้น EMA 5 วัน ไปตัดเส้น EMA 200 วัน (เส้นสีแดง) เลย ซึ่งถือว่าจะขาดทุนค่อนข้างเยอะ และจะต้องมีคนบอกว่ารู้แบบนี้ขายซะตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีแน่นอน

  • Cuเมื่อหลุดเส้น EMA

วิธีนี้จะค่อนข้างง่ายกว่าวิธีแรก คือ วิธีนี้จะตัดขาดทุนเมื่อราคาหุ้นหลุด หรือต่ำกว่าเส้น EMA ที่เราวางไว้ แต่ว่าแต่ละคนก็จะชอบ และใช้เส้น EMA ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเทรดหุ้นระยะสั้นก็อาจจะใช้เส้น EMA 5 วัน, บางคนเทรดหุ้นระยะกลางก็อาจจะใช้เส้น EMA 50 วัน หรือ 75 วัน ส่วนคนไหนที่เทรดหุ้นระยะยาวก็อาจจะใช้เส้น EMA 200 วัน ก็ได้ 

จริง ๆ แล้วพี่ทุยเชื่อว่าไม่มีใครชอบ และอยากที่จะตัดขาดทุนหุ้นหรอก เพราะ นั่นหมายถึงเราขาดทุน หรือบางคนอาจจะคิดว่านั่น หมายความว่าเราแพ้ แต่พี่ทุยจะบอกว่าการตัดขาดทุนหุ้นไม่ใช่เรื่องผิด และอยากให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะ ทุก ๆ กัน Cut Loss มันทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น และทำให้เราเป็นคนวินัยมากขึ้นนั่นเอง..

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: