วิธีทำกำไรจาก "ตลาดหุ้น" ขาลงผ่าน DW และ Futures

วิธีทำกำไรจาก “ตลาดหุ้น” ขาลงผ่าน DW และ Futures | ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน EP21

5 min read  

ฉบับย่อ

  • เราสามารถทำกำไรจาก “ตลาดหุ้น” ได้ทั้งขาขึ้นและขาลงผ่านการเทรด Derivative Warrants หรือ DW และ Futures
  • การเทรด DW สามารถเทรดได้ 2 ฝั่ง คือ  Call (ซื้อ) และ Put (ขาย) โดยสิ่งที่เราจำเป็นต้องดูในการเทรด DW คือตาราง DW สิ่งที่ต้องดูในตาราง เช่น อัตราทด, ความอ่อนไหวของราคา และ ค่าเสื่อมราคาห หรือ Time Decay
  • การเทรด Futures ที่นิยมในตลาดหุ้นไทย คือ S50 Futures เราสามารถเทรด S50 Futures ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง คือ Long (ซื้อ) และ Short (ขาย)

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing

มีคนถามพี่ทุยกันเข้ามาเยอะมาก ๆ ว่าพี่ทุยเราสามารถทำกำไรได้จากการที่หุ้นขึ้นอย่างเดียวหรอ แล้วถ้าตอนไหนที่ “ตลาดหุ้น” ลงแรง ๆ เราจะทำกำไรได้จากไหน แบบนี้ก็ไม่ต้องเทรดหุ้นเลยใช่มั้ย พี่ทุยจะบอกว่าจริง ๆ แล้วเราสามารถทำกำไรทั้งตอนที่หุ้นเป็นขาขึ้นและขาลงได้ผ่าน Derivative Warrants (DW) และ Futureห วันนี้พี่ทุยจะพาทุนคนไปรู่จักกับ DW และ Futures กัน ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย..

วิธีทำกำไรจาก “ตลาดหุุ้น” ผ่าน Derivative Warrants 

Derivative Warrant (DW) เป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่เอาไว้ป้องกันความเสี่ยง หรือ เก็งกำไรในระยะสั้น ๆ ก็ได้เหมือนกัน โดยเราสามารถเก็งกำไรได้ทั้งตลาดหุ้นขาขึ้นและขาลง โดยราคาของ DW จะขึ้นลงตามราคาของหุ้นอ้างอิงหรือหุ้นแม่ 

DW จะแบ่งเป็นสองฝั่งด้วยกัน คือ

  • ถ้าเรามองว่าหุ้นอ้างอิงกับ DW ตัวนี้จะขั้น ก็ซื้อหรือใน DW จะเรียกว่า “Call” 
  • ถ้าเรามองว่าหุ้นอ้างอิงกับ DW จะลง เราก็ขายหรือใน DW จะเรียกว่า “Put”

เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากจะทำกำไรขาลงจากหุ้นตัวนั้น ๆ เราก็ทำได้โดยการซื้อ DW ในด้าน “Put” ที่อิงกัยราคาของหุ้นตัวนั้น

ก่อนจะเริ่มเทรด DW เราต้องรู้อะไรบ้าง ?

พี่ทุยคิดว่าก่อนที่เราจะเข้าไปเทรดและทำกำไรจาก DW สิ่งที่เราต้องรู้ คือ

1. วิธีการดูประเภท DW 

ตัวอย่าง UUUUXXCYYMMA

  • UUUU คือ ชื่อย่อ 4 ตัวอักษรของหลักทรัพย์อ้างอิง
  • XX คือ รหัสของโบรกเกอร์ผู้ออก DW
  • C คือ ประเภทของ DW ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ C (Call) กับ P (Put)
  • YY คือ ปี ค.ศ. สองหลังสุดท้าย ของวันซื้อขายวันสุดท้า
  • MM คือ เดือน หมายเลข 2 หลัก ของวันซื้อขายวันสุดท้าย
  • A คือ รุ่นของ DW โดยเรียงจาก A – Z (ตามรุ่นที่มีเดือนหมดอายุเดียวกัน)

2. การเทรด DW  ต้องดูตารางเป็น 

ตารางราคา ถือเป็นอาวุธสำคัญของคนที่เล่น DW สิ่งที่เราต้องดูในตารางราคา มี คือ 

  1. อัตราทด (Effective Gearing) เป็นตัวที่บอกว่า ถ้าราคาหุ้นแม่เปลี่ยนแปลงไป 1% ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ 
  2. ความอ่อนไหว (Sensitivity) เป็นตัวที่บอกว่า ถ้าราคาหุ้นแม่เปลี่ยนแปลงไป 1 ช่อง ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปกี่ช่อง
  3. ค่าเสื่อมทางเวลา (Time Decay) เป็นค่าที่บอกว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ราคา DW จะลดลงกี่เปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้นยิ่ง Time Decay สูง เรายิ่งถือ DW นานเท่าไรราคาของ DW จะยิ่งลดลงมากเท่านั้นทั้งที่ราคาหุ้นแม่อาจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยก็ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ อยู่เฉย ๆ ก็ขาดทุน

3. ประโยชน์ของ DW 

  1. อัตราทดของ DW ทำให้ได้กำไรจำนวนมากจากเงินทุนที่น้อยได้
  2. สามารถเก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Call) และขาลง (Put)
  3. สามารถใช้ DW ในการป้องกันความเสี่ยงได้ 
  4. ตัวอย่างเช่น เราซื้อหุ้น A เพื่อหวังว่าราคาจะขึ้น แต่ปรากฎว่า ราคาหุ้น A กลับปรับตัวลงเรื่อย ๆ ตรงนี้เราควรซื้อ Put DW ของหุ้น A เพื่อให้กำไรจาก DW มาหักล้างกับการขาดทุนจากหุ้น A  

4. ข้อควรระวังของ DW

  1. อัตราทดของ DW ทำให้เราได้กำไรมากก็จริง แต่ถ้าเราเก็งกำไรผิดทาง ก็ทำให้เราขาดทุนจำนวนมากได้เช่นกัน
  2. DW มีค่าเสื่อมทางเวลา (Time Decay) เพราะฉะนั้น DW จึงเหมาะกับการเก็งกำไรในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น 

วิธีการทำกำไรจาก “ตลาดหุ้น” ผ่าน Futures 

Futures เป็นดัชนีอ้างอิงกับสินค้าต่าง ๆ แต่ที่นักลงทุนในตลาดนิยมเทรดกันจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ Futures ที่อ้างอิงกับหุ้นแต่ละแต่ และ Future ที่อิงกับดัชนี SET50 ซึ่งทั้งสองอย่างมีหลักการที่ใกล้เคียงกัน แต่ในบทความนี้พี่ทุยจะขอยกตัวอย่างจาก SET50 Future เพราะเป็นที่นิยมกว่านั่นเอง

Futures ที่อ้างอิงกับ SET50 จะใช้ชื่อย่อว่า S50 ซึ่งจริง ๆ แล้วจะมีหลายซีรีส์มาก ๆ แต่โดยหลักแล้วจะมีอยู่ 4 ซีรีส์ด้วยกันที่นักลงทุนในตลาดนิยมเทรดกัน โดยแต่ละซีรีส์จะแบ่งตามวันหมดอายุนั่นเอง คือ

  1. H หมดอายุเดือน มีนาคม 
  2. M หมดอายุเดือน มิถุนายน
  3. U หมดอายุเดือน กันยายน
  4. Z หมดอายุเดือน ธันวาคม

ใครที่จำไม่ได้พี่ทุยมีทริคมาฝากให้ทุกคนจำว่า He Make Up Zero เท่านี้ก็จำได้แล้วง่าย ๆ แค่นี้เอง

ตัวย่อของดัชนี SET50 Futures ในแต่ละซีรีส์ 

วิธีการหาตัวย่อข้างดัชนี Set50 Future ในแต่ละซีรีส์จะมีรูปแบบ คือ S50XUU

S50 คือ สินทรัพย์อ้างอิง คือ SET50

X คือ ตัวย่อของซีรีส์หรือเดือนที่จะหมดอายุ

UU คือ เลขปี ค.ศ. สองตัวสุดท้ายที่จะหมดอายุ 

ตัวอย่างเช่น S50M21  หมายถึง ดัชนี Future ที่อ้างอิงกับ SET ที่จะหมดอายุ หมดอายุในเดือนมิถุนายน ปี 2021

เราควรเทรด S50 Futures ซีรีส์ไหน ?

พี่ทุยแนะนำว่าให้เราเล่นตามซีรีส์ที่เปลี่ยนตามเดือนที่ใกล้ที่สุด ตัวอย่างเช่น ซีรีส์ H ที่หมดอายุในเดือนมีนาคม ก็ควรจะเล่นในเดือนมกราคม – ปลายกุมภาพันธ์ 

แล้ว S50 Futures มีฝั่งไหนบ้าง ?

S50 Futures จะมีอยู่ 2 ฝั่งด้วยกัน คือ

  • Long หรือ ซื้อ คือ การที่เราคาดการณ์ว่า  SET50 จะขึ้น
  • Short หรือ ขาย คือ การที่เราคาดการณ์ว่า SET50 จะลง

โดย S50 Future จะมีราคาอยู่ที่จุดละ 200 บาท เช่น ถ้าเราเปิด Short (ขาย) S50M21 ที่ 921 จุด 1 สัญญา แล้วปรากฏว่าในวันนั้น S50M21 ปรับตัวลงมาที่ 907 จุด แปลว่าเราได้กำไร 14 จุด หรือคิดเป็นเงิน 2,800 บาทต่อ 1 สัญญา 

ข้อดีของ Futures

  1. สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
  2. สามารถใช้ Futures ในการป้องกันความเสี่ยงได้

ข้อควรระวังของ Futures

  1. Future มีความเสี่ยงสูง อาจมีโอกาสที่จะทำให้เราขากทุนได้ง่าย แต่วิธีป้องกัน ก็คือ เราต้องวางแผน, ทำตามแผน, และควรมีความรู้ก่อนที่จะลงทุน  

DW กับ Futures แตกต่างกันยังไง ?

ความแตกต่างหลัก ๆ ของ DW และ Futures คือ การเทรด Futures เราจะต้องมี Maintenance Margin (MM) หรือ จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องมีไว้ในพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง ในปัจจุบันทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ตั้ง MM ของ S50 Futures ไว้ที่ 9,544.80 บาทต่อสัญญา หมายความว่า ถ้าเงินในพอร์ตเราลดลงมาต่ำกว่า 9,544.80 บาท ทางโบรกเกอร์จะเรียกให้เราเติมเงินเข้าไปในพอร์ต (Call Margin) เพื่อให้ถึง 9,544.80 นั่นเอง ซึ่งการที่ตลาดหลักทรัพย์จะต้องกำหนด Maintenance Margin ขึ้นมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้เราขาดทุนจนหมดพอร์ตนั่นเอง 

แต่การเทรด DW ไม่ต้องมี Maintenance Margin และสามารถเทรดเหมือนกับการเทรดหุ้นได้เลย

จริง ๆ การเทรด DW และ Futures ก็เหมือนกับการเทรดหุ้นนั่นแหละ ทเพียงแต่ว่าจะมีกฎเกณฑ์ หรือความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามา แต่เราสามารถเอาหลักการของ Technical มาปรับใช้ได้ แถม DW และ Futures ยังเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้เรา ให้เรามีลูกเล่นในตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้เราสนุกกับการลงทุนมากขึ้นนั่นเอง.. 

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: