วิธีซื้อหุ้น

วิธีการ “ซื้อหุ้น” แบบละเอียด สำหรับมือใหม่ | ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน EP3

5 min read  

ฉบับย่อ

  • วิธีการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นมี 2 วิธี ด้วยกัน 1. ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต 2. ส่งคำสั่งซื้อขายผ่าน IC ซึ่งสำหรับมือใหม่แนะนำว่าให้ใช้การส่งคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะค่าธรรมเนียมจะถูกกว่า
  • วิธีการซื้อขายหุ้น รายละเอียดที่เราต้องกรอก คือ ชื่อหุ้น จำนวนหุ้น ราคาหุ้น และรหัส PIN
  • Bid คือ ราคาเสนอซื้อ และ Offer คือ ราคาเสนอขาย เพราะฉะนั้น เราซื้อหุ้นได้ราคาไหน ก็ต้องดูจาก Offer ส่วนถ้าเราอยากขาย เราจะรู้ว่าได้ราคาไหนก็ต้องดูจาก Bid
  • Feature อื่น ๆ ที่น่าสนใจในแอปพลิเคชัน Streaming เช่น Sum Quote และ Ticker

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

การเริ่ม “ซื้อหุ้น” หรือการเทรดหุ้น สำหรับมือใหม่หลาย ๆ คนที่เพิ่งเริ่มหันมาสนใจลงทุนในหุ้น ก็คงจะงงกับตัวเองอยู่ว่าต้องเริ่มยังไงดี ? เค้าซื้อขายกันยังไง ? ทำไมมีตัวเลขและชื่อหุ้นที่เยอะแยะเต็มไปหมด ?

พี่ทุยเข้าใจทุกคนดี เพราะตอนที่พี่ทุยตอนเริ่มเล่นหุ้นใหม่ ๆ พี่ทุยก็งงเหมือนกัน วันนี้ในซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนที่ 3 พี่ทุยเลยเอาวิธีการเริ่ม “ซื้อหุ้น” และการขายหุ้นมาฝากทุกคนกัน..

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

วิธีการส่งคำสั่ง “ซื้อหุ้น” มีแบบไหนบ้าง ?

หลัก ๆ แล้วมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน 

วิธีที่ 1 ผ่านผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) หรือ IC โดยการโทรหา IC ที่ดูแลเรา แล้วบอกว่าเราต้องการ “ซื้อหุ้น” ตัวไหน ที่ราคาเท่าไร จำนวนกี่หุ้น 

วิธีที่ 2 ผ่านระบบออนไลน์ เพราะค่าธรรมเนียมจะถูกกว่า ซึ่งแอปพลิเคชันที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีชื่อว่าแอป Streaming โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android

พี่ทุยแนะนำว่าสำหรับมือใหม่ให้ใช้วิธี “ซื้อหุ้น” ผ่านระบบออนไลน์ จะสะดวกและง่ายกว่าเยอะเลย ที่สำคัญค่าธรรมเนียมยังถูกกว่าด้วย แต่ถ้าใครชอบแบบโทรคุยกับ IC โดยตรงเลยอันนี้ก็ไม่ว่ากันนะ 

วิธีการ “ซื้อหุ้น” บนแอปพลิเคชัน Streaming

ถ้าใครเลือกที่จะซื้อหุ้นผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ก็สามารถทำได้ตามนี้เลย

ขั้นตอนการซื้อหุ้นราคา ณ วันที่ 24 ก.พ. 64 เวลา 17.00 น

ถ้าเราต้องการ “ซื้อหุ้น” ให้กดไปที่  เมนู BUY/SELL และเลือก BUY

  • ตรงช่องที่เป็นรูปแว่นขยายให้เราใส่ชื่อหุ้นที่เราต้องการซื้อ เช่น เราจะซื้อ หุ้น CPALL ก็พิมพ์ CPALL เข้าไปตรงช่องนี้ได้เลย 
  • ส่วน Volume คือ ปริมาณหุ้นที่เราต้องการซื้อ
  • Price คือราคาที่ต้องการซื้อ
  • PIN คือ รหัสที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ตอนสมัครแอปพลิเคชัน
  • ถ้ากรอกข้อมูลครบแล้วก็กด BUY ได้เลย

ถ้าเราต้องการ “ขายหุ้น” ให้กดไปที่  BUY/SELL และเลือก SELL และกรอกรายละเอียดต่าง ๆ เหมือนกันตอนที่เราจะ “ซื้อหุ้น” เลย เพียงแต่เปลี่ยนเป็น SELL เท่านั้นเอง

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะซื้อขายได้ที่ราคาไหน ?

เราสามารถดูราคาจะซื้อและขายได้จาก Bid และ Offer

Bid และ Offer คืออะไร เอาแบบง่าย ๆ เลยนะ Bid คือ ราคาเสนอซื้อ ก็คือ มีคนเสนอซื้อเข้ามาที่ราคาที่เค้าอยากได้ แต่จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้นะ ต้องไปดู Offer คือ ราคาเสนอขายก่อน คนขายก็เสนอราคาขายมา แต่จะขายได้มั้ยก็ต้องดู Bid เหมือนกัน

Bid Offer SETราคา ณ วันที่ 5 มี.ค. 64 เวลา 14.30 น

จากรูปราคาที่เราสามารถซื้อหุ้น CPALL ได้เลย คือ 65.00 บาท ถ้าเราต้องการซื้อจำนวน 100 หุ้น เราก็ต้อง

  • กดที่หน้า BUY แล้วพิมพ์ CPALL ที่ช่องด้านบน
  • Volume ใส่ 100
  • ราคาใส่ 65.00 บาท เพราะเราอยากได้ตอนนี้เลย ไม่อยากรอ
  • จากนั้นใส่เลข PIN ที่เราได้ตั้งไว้ในตอนแรกที่สมัครแอปพลิเคชัน
  • และกด BUY

แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าซื้อหุ้นตัวนี้สำเร็จแล้วรึยัง ?

ให้ไปดูที่เมนู Portfolio และไปที่ Order ถ้าขึ้นว่า Matched แสดงว่าเราได้หุ้นแล้ว แต่ถ้าขึ้นว่า Queue คือยังไม่ได้หุ้น พอเราซื้อหุ้นเสร็จ หุ้นจะมาอยู่ในหน้า Portfolio ของเรา เวลาที่หุ้นขึ้นหรือลง เราก็จะรู้ได้เลยว่าเรากำไรหรือขาดทุนกี่บาทและกี่เปอร์เซ็นต์

แล้วถ้าพี่ทุยอยากขายก็ไปที่เมนู BUY/SELL เหมือนเดิม แล้วไปที่ SELL

  • ช่องบนพิมพ์ CPALL
  • Volume ใส่ 100
  • ถ้าเราอยากขายที่ราคา 61.25 บาท ตรงช่อง Price ก็ใส่ 61.25
  • จากนั้นใส่ PIN และกด SELL ได้เลย

แล้วไปที่หน้า Portfolio เหมือนเดิม ไปดูที่ Order ว่า Matched มั้ย ถ้า Matched รับกำไรเรียบร้อย

ประเภทของคำสั่งที่ใช้บ่อย ๆ

  • Limit ถือว่าเป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้บ่อยมาก ๆ โดย Limit เป็นประเภทคำสั่งซื้อขายแบบกำหนดราคา
  • ATO (At-The-Open) คือ การส่งคำสั่งซื้อขายตอนตลาดเปิด แบบนี้เราไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ อยู่ที่ว่าหุ้นตัวนั้นเปิดที่ราคาเท่าไหร่ ข้อควรระวัง คือ เราไม่รู้ว่าหุ้นตัวนั้นจะเปิดที่ราคาเท่าไร จะใช้บ่อยในกรณีที่เราซื้อหุ้นไว้ แล้ววันนั้นราคาหุ้นเปิดโดดมาก ๆ แล้วเราพอใจในกำไรแล้ว ต่อให้ราคาถูกแพงไปช่องสองช่องก็เสียดาย ก็ใช้ ATO ได้ หรือ เราจะรอตลาดใกล้ ๆ เปิด แล้วค่อยตั้ง ATO ก็ได้จะได้ดูราคาแบบคร่าว ๆ ได้ก่อน
  • ATC (At-The-Close) คือ การส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นตอนที่ตลาดปิด โดยเราต้องตั้งคำสั่งซื้อขายไว้ก่อน พอตลาดปิด หุ้นตัวนั้นปิดที่ราคาเท่าไร เราก็ได้ซื้อหรือขายได้ที่ราคานั้นเลย ข้อควรระวังก็จะคล้าย ๆ กับ ATO เลย 
  • MP (Special Market Order) ถ้าเราสั่งซื้อหรือขายหุ้นแบบ MP เราได้ซื้อหรือขายหุ้นได้ที่ราคา ณ ขณะนั้นเลย เรียกได้ว่าออกแบบมาสำหรับคนที่ใจร้อน ไม่สนว่าจะได้ที่ราคาไหน แต่ขอให้ได้หุ้นไว้ก่อน ข้อเสียของวิธีนี้ คือ บางทีเราจะซื้อหุ้นได้ที่ราคาสูงเกินไป วิธีนี้พี่ทุยยังไม่อยากแนะนำให้คนที่เพิ่งเริ่มเทรดหุ้นใช้ ยิ่งถ้าเราไปเจอหุ้นที่ราคาเหวี่ยงมาก ๆ ราคาเปลี่ยนได้ทุกวินาที ถ้าใช้ MP ซื้อเราอาจจะซื้อได้ที่ราคาสูงสุดของวันนั้นเลยก็ได้ 

เมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจในแอปพลิเคชัน Streaming

Sum SET

SUM เอาไว้ดูภาพรวมของตลาดว่าตอนนี้ SET Index อยู่ที่เท่าไหร่ มีจุดสูงสุดที่เท่าไหร่ และต่ำสุดตรงไหน รวมถึงเอาไว้ดูว่าวันนั้น Volume การซื้อขายของทั้งตลาดอยู่ที่เท่าไหร่

Quote SET

Quote เอาไว้ดูเอาไว้ดูข้อมูลหุ้นที่เราสนใจอย่างละเอียด เช่น Volume ซื้อขาย ราคาต่ำสุด/สูงสุด และราคาย้อนหลัง เป็นต้น

Ticker SET

Ticker เอาไว้ดูว่าวันนั้นหุ้นตัวไหนมีแรงซื้อแรงขายเข้ามาบ้าง หรือ พูดง่าย ๆ คือ เอาไว้ดูว่าวันนั้นเค้าเล่นหุ้นตัวไหนกัน แล้วเราก็เอาหุ้นตัวนั้นมาวิเคราะห์ต่อได้

เห็นมั้ยว่าการซื้อขายหุ้นทำได้ไม่ยากเลย การซื้อขายหุ้นครั้งแรก ๆ อาจจะยัง งง ๆ อยู่บ้าง แต่ถ้าซื้อขายไปเรื่อย ๆ พี่ทุยเชื่อว่าทุกคนจะคล่องขึ้นแน่นอน สำหรับซีรีส์การเงินตอนที่ 4 พี่ทุยก็มาพูดถึงเรื่องอะไรฝากติดตามกันด้วยนะ..

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
error: