ลงทุนเงินก้อน vs "ลงทุนแบบ DCA" แบบไหนดีกว่ากัน ?

ลงทุนเงินก้อน vs “ลงทุนแบบ DCA” แบบไหนดีกว่ากัน ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การลงทุนแบบ DCA หรือ Dollar Cost Average คือ การทยอยลงทุนโดยจะกำหนด “ช่วงเวลา” ที่เราจะทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อ “ลดความเสี่ยง” ด้านความผันผวนของราคา
  • ในโลกการลงทุน ไม่มีใครรู้ว่าในระยะสั้นราคาของสินทรัพย์จะเป็นอย่างไร แต่ในระยะยาวเรายังสามารถคาดการณ์ “แนวโน้มของราคา” ได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

สำหรับพี่ทุยแล้ว วิธีการ “ลงทุนแบบ DCA” หรือ Dollar Cost Average เป็นสิ่งที่พี่ทุยค่อนข้างชื่นชอบมาก เพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องคิดมากเข้าใจง่าย และมีผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะถ้าหากเรามองเรื่องการลงทุนในระยะยาวแล้ว เรามีโอกาสที่จะชนะตลาดได้ค่อนข้างมาก เพราะปกติแล้วในการลงทุนระยะสั้น เราไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องและเฉียบคมได้ตลอดเวลา การซื้อถูก-ขายแพง จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก

วิธีการ “ลงทุนแบบ DCA” คืออะไร ?

การ “ลงทุนแบบ DCA” นี้นั้นเข้าใจง่าย มันคือการที่เรากำหนด “ช่วงเวลา” ที่เราจะลงทุน โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะนิยมว่าลงทุนกันทุกเดือนหลังจากที่เงินเดือนออก เมื่อเงินเดือนออกปุ๊บก็หักออมทันที เช่น เราตั้งใจว่าเงินเดือนออกวันที่ 30 เราก็จะลงทุนทุกเดือนวันที่ 30 ไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจ “ราคา” ของหุ้นตัวนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่มีใครรู้อนาคตในระยะสั้น แต่ระยะยาวราคาจะสามารถขึ้นไปอีกได้เรื่อย ๆ

เนื่องจากในระยะสั้น นั้นยากที่จะมีคนสามารถทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ในระยะยาวแล้ว พี่ทุยเชื่อว่าราคาจะสามารถขึ้นไปได้อีกเรื่อย ๆ การทำ DCA จะช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น เราซื้อหุ้นตัวหนึ่งด้วยเงิน 100,000 บาท และราคาหุ้นอยู่ที่ 100 บาท เราก็จะได้หุ้น 1,000 ตัว แต่อยู่ดี ๆ หุ้นราคาลดลงไป 10% เงินเราก็จะเหลือ 90,000 บาททันที

แต่ถ้าเราทำ DCA เดือนละ 50,000 บาท เมื่อระยะเวลาผ่านไป 1 เดือน ราคาลดลง 10% เท่ากับเงินเราก็เหลือ 45,000 บาท แล้วทีนี้เราก็ค่อยซื้ออีก 50,000 บาท ในเดือนต่อไป เงินสุทธิที่เราเหลือจะเท่ากับ 95,000 บาท จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า การลงทุนแบบ DCA ช่วยลดความเสี่ยงได้

พอมาถึงตรงนี้พี่ทุยเชื่อว่าต้องมีคนเห็นต่างแน่นอนว่า ถ้าสมมติว่าเราลงทุนด้วยเงินก้อน และหุ้นขึ้น 10% (จากเดิมให้ตัวอย่างว่าหุ้นราคาลดลง) เราก็จะมีเงินเป็น 110,000 บาท แต่ถ้าเราทำ DCA ก็จะมีเงินเพียงแค่ 105,000 บาท

แน่นอนว่าพี่ทุยตอบได้คำเดียวเลยว่า “ถูกต้อง” คำนวณเก่งมาก (ฮ่า)

แต่พี่ทุยขอถามต่อว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าราคาหุ้นตัวนั้นจะขึ้นหรือว่าจะลง แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จริง ๆ หรอก แต่สิ่งที่หนึ่งที่เรารู้ก็คือ ยังไงแล้วในระยะยาวราคาหุ้นก็น่าจะวิ่งไปได้อีกไกล การลงทุนแบบ DCA ก็เลยถูกใช้ในการ “ลดความเสี่ยง” พี่ทุยย้ำว่าเพื่อลดความเสี่ยง ไม่ใช่การเพิ่มผลตอบแทนแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม

ข้อควรระวังของการลงทุนแบบ DCA คือ จะต้องเลือกสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นในระยะยาวเท่านั้น 

การลงทุนแบบ DCA ก็มีสิ่งที่ควรระวังไว้นิดนึง ก็คือ เราต้องหาแหล่งลงทุนของเราให้ดี ต้องเป็นแหล่งลงทุนที่ระยะยาวมีแนวโน้ม “เติบโตที่ดี” เท่านั้น แล้วมันก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาให้กับเรา ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างคำนวณกันว่า DCA มันดีจริงหรือเปล่า สมมติว่าเรากำลังจะลงทุนในตลาดหุ้น กราฟนี้ คือ กราฟดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET TRI) ย้อนหลัง 17 ปี ตั้งแต่ปี 2547 – 2563

ลงทุนเงินก้อน vs "ลงทุนแบบ DCA" แบบไหนดีกว่ากัน ?
ในกรณีที่เราลงทุนซื้อหุ้นทุกตัวในตลาด โดยพยายามลอกเลียนดัชนีตลาดหุ้นไทย ถ้าเราลงทุนเป็นเงินก้อนเดียวด้วยเงินลงทุนทั้งหมด 1,700,000 บาท เงินเราจะเติบโตเป็น 6,031,953 บาท และถ้าเราลองลงทุนแบบ DCA ปีละ 100,000 บาท ตลอด 17 ปี เป็นเงินลงทุนทั้งหมด 1,700,000 บาท เงินเราจะเติบโตเป็นทั้งหมด 3,387,142 บาท

ลงทุนเงินก้อน vs "ลงทุนแบบ DCA" แบบไหนดีกว่ากัน ?

พอมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะร้องอ้าว! พี่ทุย แบบนี้ก็แปลว่า เราลงทุนเป็นเงินก้อนเลยก็จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าใช่มั้ย ? คำตอบในกรณีนี้ก็คือใช่เลย! เพราะในช่วงปี 2547-2563 นั้นเจอวิกฤตที่ให้ตลาดหุ้นตกลงแบบหนัก ๆ เลยแค่ครั้งเดียวก็คือช่วงปี 2551-2552 ที่เกิดวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์จนทำให้ตลาดหุ้นไทยปีนั้นติดลบไปมากกว่า -45.1% และหลังจากนั้นก็ปรับตัวขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง

แล้วถ้าเราลองดูกราฟช่วงปี 2551-2552 เราจะเห็นได้ว่าเป็นช่วงที่เงินลงทุนในภาพรวมติดลบเกือบ 500,000 บาทหรือติดลบมากกว่า 28.5% เลยทีเดียว แล้วลองจินตนาการว่าถ้าเราเจอสถานการณ์แบบนั้น หลาย ๆ คนอาจจะตัดสินใจขายทิ้งออกมาเพื่อตั้งหลักก็เป็นไปได้ ความยากลำบากของการลงทุนอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ การต้องสู้กับจิตใจตัวเองหรือที่เราจะเรียกว่า “จิตวิทยาการลงทุน”

แต่ถ้าเราลองดูในปีถัดไปจะเห็นได้ว่าตลาดกลับมาบวกมากกว่า 71.35% ซึ่งถ้าเราขายออกไปก่อนหน้านั้น พอร์ตการลงทุนเราก็จะขาดทุนอย่างมหาศาล แต่สำหรับการลงทุนแบบ DCA ไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร ราคาจะขึ้นหรือว่าจะลง เราก็จะทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่องอย่างมีวินัย เพื่อคาดหวังผลลัพธ์ในระยะยาว

การลงทุนแบบ DCA นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องตัดเรื่องของอารมณ์ออกไป แต่การลงทุนเป็นเงินก้อนจำเป็นที่จะต้องมีเงินก้อนใหญ่ ณ จุดเริ่มต้น ซึ่งนักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่มีเงินก้อนที่สูงในช่วงแรก การเลือกทยอยลงทุนแบบ DCA จึงเป็นทางออกที่ดีและน่าสนใจ

สุดท้าย พี่ทุยขอย้ำอีกครั้งนึงว่า การลงทุนแบบ DCA คือ การทยอยการลงทุนที่เน้นการลดความเสี่ยงเป็นหลัก ไม่ใช่เน้นการเพิ่มผลตอบแทน พี่ทุยแนะนำให้ลองนำไปปรับใช้กันดูเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการลงทุนของแต่ละคน และถ้าใครคิดว่าคอนเทนต์นี้มีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ที่เรารักให้มาอ่านกันได้เลยนะ

อ่านเพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: