3 สิ่งที่ "นักลงทุนมือใหม่" มักทำพลาดในตลาดหุ้น

3 สิ่งที่ “นักลงทุนมือใหม่” มักทำพลาดในตลาดหุ้น | ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน EP14

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สิ่งที่ “นักลงทุนมือใหม่” มักจะทำพลาดมีอยู่ 3 สิ่งด้วยกัน คือ 1. ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ 2.ไม่รู้จักหุ้นที่ลงทุนดีพอ และ 3. ยอมขาดทุนไม่เป็น 
  • ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ หมายถึง การที่นักลงทุนมือใหม่ไม่สามารถทนถือเงินสดได้ มีความอยากที่จะเทรดหุ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจจะทำให้เราติดดอยได้ ซึ่งข้อเสียข้อนี้ถือเป็นข้อเสียที่เจอกับนักลงทุนมือใหม่ข้อแรก ๆ เลยก็ว่าได้ 
  • ไม่รู้จักหุ้นที่ลงทุนดีพอ หมายถึง บางครั้งการลงทุนของเรา เราไม่ได้เชื่อการวิเคราะห์ของตัวเอง แต่เรากลับไปเชื่อคำพูดของเพื่อน, เซียนหุ้นหรือคนอื่น ๆ ซึ่งอาจะทำให้เราขาดทุนได้ เพราะ เราไม่ได้รู้จักหุ้นตัวนั้นจริง ๆ 
  • ยอมขาดทุนไม่เป็น นักลงทุนที่ดีต้องยอมขาดทุนหรือยอมแพ้ให้เป็นเพื่อที่จะรักษาเงินต้นไว้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Money Buffalo TikTok"
"Money Buffalo TikTok"

ซีรีส์การเงินตอนลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ในตอนที่ผ่าน ๆ เราได้เรียนรู้กันไปแล้วว่าวิธีการคัดเลือกหุ้นเบื้องต้นของนักลงทุนสายพื้นฐานทำยังไง และพอคัดหุ้นมาได้แล้วเราต้องเอาไปวิเคราะห์อะไรบ้าง และส่วนสุดท้ายก็คือการหามูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นตัวนั้น แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เรายังไม่ได้เรียนรู้กันและพี่ทุยอยากจะเอามาเสริมให้ทุกคน ก็คือสิ่งที่ “นักลงทุนมือใหม่” มักจะทำพลาดในตลาดหุ้น 

3 สิ่งที่ “นักลงทุนมือใหม่” มักจะทำพลาดในตลาดหุ้น

ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ 

ข้อนี้ถือเป็นข้อเสียข้อแรก ๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะเจอกันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่นักลงทุนมือใหม่มักจะยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ ทนถือเงินสดไม่ได้ จะต้องพยายามหาตัวเทรดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งมันอาจจะทำให้เราซื้อหุ้นในตอนที่มีราคาแพงได้ 

สิ่งที่พี่ทุยแนะนำให้นักลงทุนที่เพิ่งเริ่มศึกษาหุ้นแก้ไขปัญหานี้ ก็คือถ้าจังหวะไหนที่ยังไม่มีหุ้นให้เราเทรดจริง ๆ ก็ไม่ต้องเทรด เพราะบางทีการที่เราไม่เทรดพร่ำเพรื่อก็ถือเป็นการลงทุนแล้วนะ เพราะมันเป็นการปกป้องเงินทุนของเรานั่นเอง และเราก็เอาจังหวะที่ไม่มีหุ้นให้เทรดไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพราะนอกจากเราจะไม่เสียเงินต้น แล้วยังจะได้ความรู้ที่ครบมืออีก

ไม่รู้จักหุ้นที่ลงทุนดีพอ

นี่คือหนึ่งในข้อเสียหลัก ๆ ของนักลงทุนมือใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะบางทีนักลงทุนหลาย ๆ คนก็เลือกลงทุนในหุ้นที่ตัวเองไม่ได้รู้จักหรือรู้จักแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น แต่กลับตัดสินใจลงทุนเพียงเพราะว่า ได้ยินเพื่อน, เซียนหุ้น, หรือ นักวิเคราะห์บอกมา 

พี่ทุยไม่ได้บอกว่าการเชื่อคนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดบางทีมันอาจจะถูกก็ได้แถมอาจจะได้กำไรจำนวนมากเลยก็ได้ แต่สิ่งที่พี่ทุยอยากให้เป็น คือทุกคนควรจะรู้จักหุ้นตัวที่เราจะลงทุนให้ดีก่อนว่ามีธุรกิจหลักคืออะไร ใครเป็นผู้บริหาร รวมถึงงบการเงินและมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นตัวนั้นเป็นเท่าไหร่

สิ่งสำคัญของการที่เราไม่รู้จักหุ้นตัวนั้นหรือไม่ได้วิเคราะห์หุ้นตัวนั้นด้วยตัวเอง ก็คือเราจะไม่รู้ว่าเราซื้อเพราะอะไร พื้นฐานของหุ้นตัวนั้นเป็นยังไง เราต้องซื้อที่ราคาเท่าไหร่และควรจะไปขายที่ตรงไหน รวมถึงเวลามีปัจจัยอะไรมากระทบเราจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นปัจจัยบวกและปัจจัยไหนเป็นปัจจัยลบ
และสุดท้ายบางทีคนที่บอกให้เราซื้อหุ้นตัวนู้นตัวนี้ ตอนซื้อเค้าบอกเราจริงแต่ตอนที่ขายเค้าไม่ได้มาบอกเรา ดังนั้น บางทีเราก็ยังถือหุ้นนั้นอยู่ในตอนที่เค้าขายไปแล้ว ดังนั้นเราก็อาจจะติดดอยได้โดยไม่รู้ตัว 

สิ่งที่พี่ทุยอยากฝากให้นักลงทุนมือใหม่ทุกคนทำก็ คือฝึกวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเอง ถึงมันจะกำไรบ้างขาดทุนบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะ สิ่งที่เราได้กลับมา คือประสบการณ์การวิเคราะห์หุ้นและการที่เรารู้จักหุ้นตัวนั้นจริง ๆ เราจะรู้ว่าหุ้นตัวนั้นมีจุดแข็งและจุดอ่อนอยู่ตรงไหน และที่สำคัญ คือหุ้นตัวนั้นมีมูลค่าที่เหมาะสม (Fair Value) อยู่เท่าไหร่นั่นเอง  

ยอมขาดทุนไม่เป็น 

มีนักลงทุนมือใหม่หลายคนที่คัดกรองหุ้นเก่ง เลือกหุ้นได้ดี วิเคราะห์งบการเงินได้เยี่ยม รวมถึงสามารถหามูลค่าที่แท้จริง (Fair Value) ได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่สิ่งที่ขาดไปของนักลงทุนมือใหม่ก็คือ การยอมขาดทุนหรือ Cut Loss 

มีนักลงทุนในตลาดหุ้นจำนวนมากที่ถือคติที่ว่า “ไม่ขาย ไม่ขาดทุน” ซึ่งในบางครั้งคติพจน์นี้ก็ใช้ได้จริง ในกรณีที่หุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานที่ดีจริง ๆ และมีอนาคตที่จะสามารถเติบโตต่อไปได้รวมถึงราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม (Fair Price) แต่ถ้าหุ้นตัวไหนที่ไม่ได้มีพื้นฐานที่ดีมากนักการใช้คติพจน์นี้ ก็เหมือนเป็นการปลอบใจหรือหลอกตัวเองมากกว่าว่าเดี๋ยวราคาหุ้นตัวนี้ก็ขึ้นมาที่เดิม

เพราะฉะนั้นถึงเราจะเป็นนักลงทุนสายพื้นฐาน (VI) แต่เราก็ควรที่จะมีแผนอยู่ในใจอยู่เสมอว่าเราจะซื้อหุ้นตัวนี้ที่ราคาเท่าไหร่, จะไปขายที่เท่าไหร่และถ้าราคาหุ้นลงมาที่เท่าไหร่เราจะยอมตัดขาดทุน (Cut Loss)

จริง ๆ แล้วการตัดขาดทุน (Cut Loss) ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอายอะไรเลย พี่ทุยกลับคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมซะด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นการยอมรับความจริง, ยอมรับว่าตัวเองพลาด การตัดขาดทุนในครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการตัดเนื้อแขนหรือขาออกเพื่อไม่ให้พิษร้ายลามไปถึงอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายเราได้  

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Cut Loss คืออะไร ? เดี๋ยวพี่ทุยจะอธิบายให้ฟัง 

Cut Loss คือ การยอมขายหุ้นในตอนที่ขาดทุน เพื่อที่จะรักษาเงินต้นของตัวเองเพื่อไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้

หรือ ถ้าใครที่ไม่อยากใช้วิธี Cut Loss พี่ทุยก็มีวิธีที่ทำให้เราขาดทุนอีกหนึ่งวิธีมาฝากกัน นั่นคือการทำ Short Against Port หรือ SAP 

SAP คืออะไร ?

SAP คือ การที่เรายอมขายหุ้นในตอนที่ขาดทุนเพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะไปรอซื้อใหม่ตอนที่ราคาลงไปตามจุดที่เราคิดว่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราตัดขาดทุนได้ และยังมีโอกาสที่จะทำกำไรกลับคืนมาได้อีกด้วย

ตัวอย่างการใช้ SAP สำหรับ “นักลงทุนมือใหม่”

สมมติว่าเราซื้อหุ้น A มาที่ราคา 45 บาท จำนวน 100 หุ้น หลังจากนั้นราคาหุ้น A ก็ค่อย ๆ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับราคา 40 บาท และถ้าเราลองประเมินสถานการณ์ดูแล้วว่า ราคาหุ้น A มีโอกาสที่จะลงไปถึงระดับราคา 30 บาท หรือ เราจะขาดทุนไปอีกราคาหุ้นละ 10 บาท นับจากราคา 40 บาท  

ตามสถานการณ์นี้ ถ้าเราถือหุ้น A ต่อไปเราก็จะขาดทุนทั้งหมด 15 บาทต่อหุ้น (45-30) หรือ 1,500 บาท (15*100) แต่ถ้าเราขายหุ้น A ตอนนี้ที่ราคา 40 บาท แล้วค่อยไปรอซื้อใหม่ที่ราคา 30 บาท ก็จะทำให้เราขาดทุนแค่ 5 บาทต่อหุ้น หรือ 500 บาท หรือพูดง่าย ๆ จะทำให้เราประหยัดการขาดทุนไปได้ 10 บาทต่อหุ้น หรือประหยัดไป 1,000 บาทเลย

และนี่ก็เป็น 3 สิ่งหลัก ๆ ที่นักลงทุนมือใหม่มักจะทำพลาดในตลาดหุ้น ซึ่งถ้าระยะแรกใครเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เดี๋ยวเราอยู่ในตลาดไปอีกสักพักอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง สำหรับซีรีส์การเงินตอนลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วันในตอนหน้า พี่ทุยจะเริ่มพาทุกคนเข้าสู่บทเรียนเรื่องการเทรดหุ้นโดยใช้เทคนิค (Technical) เช่น กราฟ และ Indicator ต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยในการเทรดหุ้น ถ้าใครเป็นนักลงทุนสายเทคนิค (Technical) ก็ห้ามพลาดเป็นอันขาด..

ติดตามซีรีส์การเงิน ลงทุนหุ้นเป็นใน 30 วัน ตอนอื่น ๆ ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
คอร์สการเงินออนไลน์ คอร์สลงทุน
error: