สรุป "หุ้น LH" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

สรุป “หุ้น LH” ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

3 min read  

ฉบับย่อ

  • หุ้น LH หรือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาโครงการที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุดพักอาศัยเพื่อขาย 
  • ปี 2563 มีรายได้และกำไรสุทธิจำนวน 31,058 ล้านบาท และ 7,145 ล้านบาท ลดลงจาก ปีก่อนหน้า 6.75% และ 28.73% ตามลำดับ และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.01 % ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19
  • LH มีเป้าหมายที่จะคงความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุดพักอาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายตามระดับความต้องการของลูกค้าในแต่ละระดับราคาที่แตกต่างกันไป

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ถือเป็นปีของการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้พี่ทุยจะพามาเจาะลึก บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “หุ้น LH” พี่ใหญ่ในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย จะมีความน่าสนใจและน่าลงทุนแค่ไหน พี่ทุยได้ทำสรุปพร้อมวิเคราะห์มาให้นักลงทุนได้เข้าใจง่าย ๆ กัน

“หุ้น LH” ทำอะไร ?

“หุ้น LH” หรือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาโครงการที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุดพักอาศัยเพื่อขาย โดยบริษัทเน้นการพัฒนาโครงการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และบริษัทย่อยจะพัฒนาโครงการในจังหวัดใหญ่ ๆ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต ประจวบฯ (หัวหิน) อุดรธานี มหาสารคาม และพระนครศรีอยุธยา

 โครงสร้างรายได้ ปี 2563

สรุป "หุ้น LH" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ส่วนแบ่งการตลาด (Marketshare) ของบริษัท ในปี 2563 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เทียบกับยอดบ้านจดทะเบียนเพิ่มตามจำนวนหลัง จำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย ได้ดังนี้

สรุป "หุ้น LH" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ผลการดำเนินงานปี 2561-2563

สรุป "หุ้น LH" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

หากพิจารณาในงบปี 2563 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้และกำไรสุทธิจำนวน  31,058 ล้านบาท และ 7,145 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 6.75% และ 28.73% ตามลำดับ และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.01 % ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์โควิด-19

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การโรคระบาดได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่ในขณะที่กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมนั้นจะได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากแนวโน้มราคาคอนโดมิเนียมจะปรับตัวลดลงจากปัญหาโอเวอร์ซัพพลายในตลาด ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงนั่นเอง

จุดแข็งของ “หุ้น LH”

1. อัตราเงินปันผลที่ระดับราว 8% ต่อปี

LH เป็นหุ้นที่มีเสน่ห์เรื่องปันผลสูง ซึ่งดึงดูดเหล่านักลงทุนสาย VI Investor ที่เน้นถือลงทุนยาว ๆ และคนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุนกลับมาอย่างสม่ำเสมอ

2. มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างโอกาสและผลตอบแทนระยะยาวให้แก่บริษัท

เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อื่น เช่น บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH) ซึ่งทำธุรกิจโรงแรม และศูนย์การค้า ธุรกิจค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง เช่น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO), บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ (Q-CON) ธุรกิจการเงิน เช่น ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHBANK), ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน จัดการกองทุน และบริษัทหลักทรัพย์

3. LH มีกลยุทธ์ “สร้างก่อนขาย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

บริษัทเป็นผู้นำในการผลักดันโครงการบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย ในปี 2543 ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี และปัจจุบันยังคงดำเนินนโยบายสร้างเสร็จก่อนขาย กลยุทธ์นี้ได้ช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทในด้านต่าง ๆ มีความถูกต้องยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือ การลดต้นทุนการผลิต การสร้างบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย ทำให้ ทราบถึงต้นทุนที่เกิดอย่างชัดเจน และสามารถที่จะควบคุมคุณภาพงาน ได้อย่างดียิ่ง

4. LH เป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย

ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 2564 หุ้น LH มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สูงถึง 96,792.68  ล้านบาท และจัดอยู่ใน SET 50 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย

5. แบรนด์ที่แข็งแกร่งในสินค้าที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท

ปัจจุบันการดำเนินงานของบริษัท ได้แบ่งระดับสินค้าตามแบรนด์ (Brand) โดยพิจารณาจากระดับราคาสินค้าและกลุ่มผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยส่วนประกอบทางการตลาด (Marketing Mix) และ การแบ่งส่วนตลาด (Segmentation) อย่างมีหลักเกณฑ์เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี

อัตราส่วนทางการเงินของ “หุ้น LH”

สรุป "หุ้น LH" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

หากพิจารณาในงบปี 2563 ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ 7.95 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ที่ราคาหุ้น ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 9.80 บาท จากผลการดำเนินงานของ LH ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั่นเอง

P/BV Ratio มีค่าที่สูงกว่า 1 บ่งบอกถึงนักลงทุนมองเห็นแนวโน้มในอนาคตว่า บริษัทฯจะเติบโตจนมีกำไรสะสมกลับมา ช่วยทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เนื่องจากระยะยาวนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ LH และพลิกฟื้นผลประกอบการกลับไปสู่ระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ อีกทั้งยังในระยะยาวไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตลาดผู้สูงอายุจะกลายเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ในอนาคตขายได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

ในส่วนของ “กำไรต่อหุ้น (EPS)” ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งบอกถึงบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงบปี 2562 โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.60 บาท/หุ้น จากงบปี 2562 อยู่ที่ 0.84 บาท/หุ้น

P/E Ratio เท่ากับ 10.63 เท่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งบอกถึงราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลง จากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิที่ลดลงนั่นเอง

D/E Ratio อยู่ที่ระดับ 1.42 เท่า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากหนี้สินรวมปี 2563 อยู่ที่ 71,970.38 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 59,956.18 ล้านบาท

ในส่วนของ ROA และ ROE ตามหลักการแล้วยิ่งสูง ยิ่งถือว่าบริษัทนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดูในงบปี 2563 แล้วพบว่า ทั้งสองอัตราส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากกำไรสุทธิที่ลดลงนั่นเอง

โดย Dividend Yield อยู่ที่ 8.81% ปัจจุบัน LH มีนโยบายที่จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจากกำไรสุทธิในแต่ละปี โดยมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอทุกปี ซึ่งนับว่าเหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการผลตอบแทนแบบ Passive Income

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ LH

บริษัทมีเป้าหมายที่จะคงความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุดพักอาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายตามระดับความต้องการของลูกค้าในแต่ละระดับราคาที่แตกต่างกันไป

อนาคตของ “หุ้น LH” จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?

1. แนวโน้มที่อยู่อาศัยปี 2564 และแผนการดำเนินงานในอนาคต

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2564 หากพิจารณาเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรรมีแนวโน้มชะลอตัวจากปี 2563 เล็กน้อย ประมาณการบ้านจดทะเบียนเพิ่มประเภทจัดสรรโดยรวมทั้งหมด ประมาณ 87,500 หน่วย โดยตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 8-10% ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียม มีแนวโน้มชะลอตัวลงเล็กน้อย ต่อเนื่องจากปี 2563

2. นโยบายภาครัฐ (ธนาคารแห่งประเทศไทย)

ผลกระทบจากนโยบายการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของแบงก์ชาติ ที่ประกาศออกมาในเดือน ต.ค. 2561 ยังคงมีผลต่อเนื่องจนถึงในปี 2564 ทำให้กลุ่มลูกค้าบางส่วน ไม่สามารถได้รับการอนุมัติสินเชื่อ และจากผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลต่อการจ้างงานและรายได้ที่ลดลงของกลุ่มลูกค้าบางกลุ่ม ทำให้ไม่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ เป็นผลให้กำลังซื้อในตลาดคอนโดมิเนียมปรับลดลง และส่งผลต่อ Backlog ทันที

3. ความเสี่ยงจากการสร้างบ้านก่อนขาย

แนวโน้มการเจริญเติบโตของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท ความเสี่ยงจากการที่สร้างบ้านก่อนขายเสร็จแล้วไม่สามารถขายบ้านที่สร้างเสร็จได้ อันจะส่งผลให้บริษัทมีภาระต้นทุนสินค้าคงเหลือในปริมาณสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการหากำไรของบริษัท 

4. คอนโดมิเนียม อยู่ในสภาวะ Oversupply

จากการที่มีผู้ประกอบการเข้ามาเล่นในตลาดนี้มากจนเกินความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และความต้องการในการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติลดน้อยลง LH จึงต้องพิจารณาการเปิดขายโครงการให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในขณะนั้น เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีความต้องการที่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันนั่นเอง

5. การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย

การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย จะทำให้จำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระต่องวดของผู้พักอาศัยเพิ่มขึ้นทำให้คนที่จะกู้มาซื้อบ้านมองว่ามีภาระต้องจ่ายหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ลดลงได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: