สรุป "หุ้น BANPU" ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในไทย

สรุป “หุ้น BANPU” ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในไทย

5 min read  

ฉบับย่อ

  • บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน
  • ในปี 2563 มีรายได้จากการขายรวม จำนวน 2,283 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 71,332 ล้านบาท) โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจถ่านหิน
  • ประเด็นน่าติดตามในอนาคต ได้แก่ การเพิ่มทุนจดทะเบียน สงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing

หลังจากมีข่าวการเพิ่มทุนของ “หุ้น BANPU” จนทำให้ราคาดิ่งไปกว่า 15% ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนหลายคนมีความกังวลกับพื้นฐานของบริษัทว่าจะเป็นอย่างไร

วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนมาเจาะลึก “หุ้น BANPU” ว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรและมีความน่าสนใจในการลงทุนแค่ไหนกันบ้าง

BANPU คือใคร ?

BANPU หรือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยดำเนินธุรกิจอยู่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน

ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด การค้า โลจิสติกส์ การจัดหาเชื้อเพลิงและสายส่ง

2. กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน

โรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและจากพลังงานทดแทน

3. กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน

ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ระบบจัดเก็บพลังงานและระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน

โครงสร้างรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ปี 2563 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU)

สรุป "หุ้น BANPU" ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในไทย

ผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รายได้จากการขายรวม จำนวน 2,283 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 71,332 ล้านบาท) มีรายละเอียดดังนี้

1. รายได้จากธุรกิจถ่านหิน

จำนวน 1,878 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 82.26% ของรายได้ทั้งหมด โดยแยกตามแหล่งผลิตได้ดังนี้

  • แหล่งผลิตในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 1,140 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • แหล่งผลิตในประเทศออสเตรเลีย 698 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • แหล่งผลิตอื่นๆ จำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ

2. รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและไอน้ำ

จำนวน 196 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 8.58% ของรายได้ทั้งหมด เป็นรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมและพลังงานแสงอาทิตย์ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน

3. รายได้จากธุรกิจก๊าซในสหรัฐอเมริกา

จำนวน 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 5.25% ของรายได้ทั้งหมด

4. รายได้จากธุรกิจคลังน้ำมัน

จำนวน 49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 2.15% ของรายได้ทั้งหมด

5. รายได้อื่น ๆ

จำนวน 16.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 4% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากธุรกิจซื้อขายน้ำมันของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย

5 จุดแข็งของ “หุ้น BANPU” ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง

1. ดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG

BANPU เน้นพลังงานเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น สิ่งที่ BANPU ทำมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ คือ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (ESG) ดูแลสังคมและธรรมาภิบาล โดยได้ ESG Rating ระดับ A+ และเข้าสู่ Sustainability Index เป็นเวลา 7 ปี

2. ความยืดหยุ่นและการปรับตัว

ถึงแม้ BANPU จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการมีสัดส่วนแหล่งที่มาของรายได้จากธุรกิจถ่านหิน 40% ธุรกิจไฟฟ้า 30% ก๊าซธรรมชาติ 20% และ พลังงานหมุนเวียน 10% ภายในปี 2568

3. การกระจายความเสี่ยงในทางภูมิศาสตร์

บริษัทฯ มีการขยายธุรกิจไปในภูมิภาคต่าง ๆ ใน 10 ประเทศ 3 ทวีป อีกทั้งยังมีพันธมิตร และเครือข่ายที่หลากหลายที่จะช่วยให้ระบบนิเวศทางธุรกิจมีความโดดเด่นและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

4. ความน่าเชื่อของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

มีการจัดลำดับโดยทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กร โดย BANPU ได้ที่ระดับ A+ ซึ่งอันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมถ่านหินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจน ความหลากหลายของฐานลูกค้าและความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของแหล่งสำรองถ่านหิน รายได้ที่แน่นอนจากธุรกิจไฟฟ้า และการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ

5. พนักงานเป็นหัวใจหลัก ในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักว่าพนักงานเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีคุณค่า จึงเปิดโอกาสในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้และความสามารถของพนักงานอย่างเต็มศักยภาพอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

ผลการดำเนินงาน ปี 2561-2563 ของ บ้านปู (BANPU)

สรุป "หุ้น BANPU" ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในไทย

จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานของ BANPU นั้นขาดทุนมาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยในปี  2562 ขาดทุนสุทธิ 14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สาเหตุมาจากภาวะราคาตลาดของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน ประกอบด้วย ราคาถ่านหิน และราคาก๊าซธรรมชาติ ได้ปรับตัวลดลงจากต้นปี 2562 อีกทั้งภาวะค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ

และต่อเนื่องมาถึงผลการดำเนินงานปี 2563 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ความต้องการพลังงานเชื้อเพลิงลดลง ประกอบกับรายได้จากธุรกิจถ่านหินลดลง ขณะที่รายได้จากธุรกิจก๊าซเพิ่มขึ้น

แต่ส่วนธุรกิจไฟฟ้า ไอน้ำ และอื่น ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะด้วยโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเอื้อให้ BANPU สามารถฟื้นตัวและควบคุมผลกระทบด้านกระแสเงินสดในภาพรวมได้ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาค

อัตราส่วนทางการเงินของบ้านปู (BANPU)

สรุป "หุ้น BANPU" ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในไทย

ถ้าเราลองดูงบปี 2563 จะไม่สามารถคำนวณหาค่า P/E ได้ เนื่องจากบริษัทฯ มีผลประกอบการขาดทุน จากภาวะราคาตลาดของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานปรับตัวลดลง ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานที่น้อยลงในช่วงการระบาดของโควิด-19

EPS มีค่าติดลบ บ่งบอกถึงบริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรที่ต่ำ จากงบปี 2563 BANPU มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

P/BV เท่ากับ 0.93 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 1 บ่งบอกถึง ราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น

ROA และ ROE ตามหลักแล้วยิ่งสูง ยิ่งถือว่าบริษัทนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากดูในงบปี 2563 แล้วพบว่าทั้งสองอัตราส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลประกอบการที่ขาดทุนนั่นเอง

D/E Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามปกติแล้วบริษัทที่มี D/E Ratio ที่สูง แปลว่าบริษัทมีภาระหนี้สินสูง เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงการลงทุนในทรัพย์สินใหม่

อนาคตของ BANPU จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?

1. การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท

จากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่จํานวน 5,074,581,516 หุ้น เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินของบริษัท เป็นการสร้างความพร้อมเพื่อให้บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนหรืออัตราส่วนทางการเงินที่เหมาะสมต่อการขยายธุรกิจ เพิ่มความคล่องตัวทางการเงินในการดําเนินโครงการและการลงทุนต่าง ๆ ในอนาคต ตลอดจนเป็นเงินทุนสํารองเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสําหรับใช้ในโครงการและการชําระหนี้

2. สงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

จากความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง อาจทำให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน จนอาจเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าโลก รวมถึงประเทศไทยที่คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวได้

3. ความผันผวนของราคาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

ราคาถ่านหิน ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซธรรมชาติมีความผันผวน ซึ่งมีผลกระทบต่อผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ การบริการต้นทุนต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับทิศทางของราคาถือว่าเรื่องที่ท้าท้ายอย่างมาก

4. ภาวะการแข่งขัน

ธุรกิจถ่านหิน
การแข่งขันในปี 2563 มีความรุนแรง เนื่องจากความต้องการนำเข้าถ่านหินหดตัวอย่างรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลกเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะที่การผลิตถ่านหินได้รับผลกระทบน้อย ทำให้ตลาดถ่านหินอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดมาก

ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ
สภาวะอุปทานล้นตลาดกดดันให้ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในท้องถิ่นต้องแข่งขันกัน โดยผู้ผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเพนซิลเวเนียที่มีคู่แข่งที่มีผลประกอบการเทียบเคียงกันประมาณ 10 ราย ต่างพยายามจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้ได้ราคาดีที่สุด

ธุรกิจไฟฟ้า
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว อาจถือได้ว่าไม่มีการแข่งขันโดยตรงกับผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว อย่างไรก็ตามในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศนั้นมีคู่แข่งขันที่สำคัญที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและนักลงทุนท้องถิ่นในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม จีน เป็นต้น

ดู Youtube เพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: