กองทุนรวม คืออะไร

“กองทุนรวม” คืออะไร ?

1 min read  

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

“กองทุนรวม” คืออะไร ?

ถ้าจะเริ่มอธิบายความหมายของ “กองทุนรวม” โดยทันทีอาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสับสนว่าคืออะไร จึงอยากจะเริ่มที่ว่า กองทุนรวมถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาอะไรจะช่วยทำให้เห็นภาพมากขึ้น

“กองทุนรวม” ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับคนที่
…………อยากลงทุน แต่ไม่มีเวลาติดตาม
…………อยากลงทุน ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนที่เพียงพอ
…………อยากลงทุน แต่ยังมีเงินไม่มาก

กองทุนรวมก็คือ แหล่งที่คนที่มีปัญหาข้างต้น นำเงินมารวมกันแล้วก็มอบหมายให้กับคน ๆ หนึ่งไปลงทุนแทน โดยคนที่นำเงินไปลงทุนแทนนั้นเราจะเรียกเค้าว่า “ผู้จัดการกองทุน” ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ความชำนาญ ความรู้ในการลงทุนมาอย่างยาวนาน ที่จะคอยเป็นคนทำหน้าที่ดูแลพอร์ตลงทุนให้กับเรา

ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนอะไรนั้นก็คือขึ้นอยู่กับว่า “นโยบายการลงทุน” ของกองทุนรวมนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเราอยากลงทุนในหุ้น ก็เลือกกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น หรือถ้าไม่ชอบความเสี่ยงที่สูงจนเกินไปก็อาจจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ก็ได้เช่นกัน เราสามารถเลือกลงทุนกองทุนรวมได้ตามความต้องการในการลงทุนของตัวเราเอง

ที่สำคัญคือกองทุนรวมนั้นใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำ บางกองทุนเริ่มต้นลงทุนแค่ 1 บาท ก็สามารถลงทุนได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเงินเป็นแสนเป็นล้านถึงจะเริ่มต้นลงทุนได้ เมื่อเราลงทุนในกองทุนรวม เราจะได้รับหน่วยลงทุน (Unit Trust) มาถือไว้แทน

รูปแบบผลตอบแทนที่ได้รับจากกองทุนรวม

แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

1. เงินปันผล (Dividend) จะได้ก็ต่อเมื่อเราลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเท่านั้น เราสามารถดูนโยบายการลงทุนต่าง ๆ ได้จากหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet)

2. กำไรส่วนเกินมูลค่าลงทุน (Capital Gain) ผลตอบแทนส่วนนี้จะได้รับเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน (Unit Trust) แล้วราคาของหน่วยลงทุนนั้นมีค่ามากกว่าตอนที่เราซื้อ ซึ่งเราสามารถดูมูลค่าหน่วยลงทุนได้จาก NAV

ประเภทของกองทุนรวม

แบ่งตามความเสี่ยง 8 ระดับ

ความเสี่ยงระดับที่ 1 : กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ

กองทุนประเภทนี้จะลงทุนในตลาดเงิน เป็นการกู้เงินระยะสั้นของสถาบันต่าง ๆ โดยทั่วไปตราสารหนี้พวกนี้อายุจะไม่เกิน 1 ปี ทำให้ความเสี่ยงต่ำมาก เพราะให้สถาบันต่าง ๆ กู้เงิน เช่น ธนาคาร รัฐบาล เป็นต้น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อมั่นและมั่นคงสูงอยู่แล้ว

ความเสี่ยงระดับที่ 2 : กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ

อันนี้จะเหมือนกับประเภทที่ 1 แต่อาจจะมีบางส่วนลงทุนในต่างประเทศได้ ตรงนี้ก็อาจจะทำให้มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาด้วย แต่กองทุนรวมประเภทนี้ ส่วนใหญ่ก็จะทำการลดความเสี่ยงค่าเงินไว้อยู่แล้ว

ความเสี่ยงระดับที่ 3 : กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล

กองทุนนี้จะไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ง่าย ๆ ก็คือ ให้รัฐบาลกู้นั่นแหละ แต่จะเป็นระยะที่ยาวขึ้น ส่วนใหญ่จะมากกว่า 1 ปีขึ้นไป แล้วก็จะมีความผันผวนเรื่องราคามากกว่าพวกกองทุนรวมตลาดเงิน

ความเสี่ยงระดับที่ 4 : กองทุนรวมตราสารหนี้

จะแตกต่างจากระดับที่ 3 ตรงที่ว่า กองทุนรวมจะไปลงทุนตราสารหนี้ที่เป็นของเอกชน หรือที่เราเรียกตราสารหนี้พวกนี้ว่า “หุ้นกู้” นั้นเอง

ความเสี่ยงระดับที่ 5 : กองทุนรวมผสม

เป็นกองทุนที่ลงทุนผสม ระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุน (หุ้น) ซึ่งสัดส่วนการลงทุนว่าจะลงทุนอะไรเท่าไหร่บ้างก็ต้องไปดู “นโยบายการลงทุน” ของกองทุนอีกครั้งนึง

ความเสี่ยงระดับที่ 6 : กองทุนรวมตราสารทุน

ลงทุนหุ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พี่ทุยว่ากองทุนรวมความเสี่ยงระดับที่ 6 เนี้ยแหละน่าจะเป็นกองทุนที่คุ้นหูที่สุดแล้ว เพราะว่าพวก LTF ที่เราซื้อกันเมื่อก่อน รวมถึง SSF และ SSFX ที่ออกมาในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็มีความเสี่ยงระดับ 6 

ความเสี่ยงระดับที่ 7 : กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม

สำหรับกองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นเนี่ยแหละ แต่เป็นหุ้นที่จงเจาะอุตสาหกรรม เช่น เน้นลงทุนกลุ่มโรงพยาบาล หรือเฉพาะกลุ่มพลังงาน เป็นต้น กองทุนรวมประเภทนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นมากเป็นพิเศษ ที่ถูกจัดอยู่ในระดับที่ 7 ก็เพราะว่าจะใช้ความรู้มากกว่าระดับที่ 6 นั่นเอง

ความเสี่ยงระดับที่ 8 : กองทุนรวมทางเลือก

กองทุนสุดท้ายนี้ ต้องใช้ความเข้าใจค่อนข้างเยอะและเฉพาะทางมากกว่าระดับที่ 7 ขึ้นไปอีก จะเป็นการลงทุนในตลาดทางเลือกต่าง ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงพวกโครงสร้างพื้นฐาน น้ำมัน ทองคำ ฯลฯ

จะเห็นได้ว่ากองทุนรวมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุน มีสินทรัพย์หลายประเภทให้เลือกลงทุนเลย แต่ก่อนจะลงทุนก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันให้ดี ๆ ก่อนนะ

ติดตามคำศัพท์การเงินอื่น ๆ ได้ที่นี่

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: