ซื้อกองทุนรวม

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ “กองทุนรวม”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การลงทุนใน “กองทุนรวม” ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการลงทุนประเภทอื่น ๆ ถึงแม้จะมีมืออาชีพมาคอยบริหารให้ สุดท้ายจะกำไรหรือว่าขาดทุนก็เป็นเงินของเราเอง
  • ถ้าเราไม่รู้ว่าเป้าหมายการลงทุนของเราเป็นอย่างไร เราไม่มีทางที่จะเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับตัวเราได้เลย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing
"ภัทร ลีสซิ่ง" Phatra Leasing

“กองทุนรวม” พี่ทุยคิดว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่อยู่แล้ว เพราะอย่างน้อยก็ช่วยทำให้เราเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายมากขึ้น แต่พี่ทุยจะบอกว่าก่อนซื้อกองทุนรวมทุกครั้ง มี 5 สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก่อน เพื่อให้การลงทุนของเราประสบความสำเร็จร่ำรวยกันอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ

1. รู้ว่าเป้าหมายการเงินของตัวเองคืออะไร ?

เนื่องจากกองทุนรวมมีมากมายหลายกองทุน แน่นอนว่านโยบายการลงทุนก็มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่การลงทุนในเงินฝาก ตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น ตราสารหนี้ระยะยาว หรือจะเป็นหุ้น กองทุน น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ก็มีให้เราเลือกลงทุนทั้งนั้น ถ้าเราไม่รู้ว่าเป้าหมายการลงทุนของเราเป็นอย่างไร เราไม่มีทางที่จะเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับตัวเราได้เลย

2. รู้ว่า “กองทุนรวม” มีนโยบายการลงทุนอย่างไร ?

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าเป้าหมายการเงินของเราเป็นอย่างไร จากนั้นเราก็เลือกกองทุนรวมที่มีนโยบายที่เข้ากับเป้าหมายการเงินของเราเลย เช่น ถ้าเรารู้ว่าเงินกองนี้จะใช้ในอีก 6 เดือนข้างหน้ากองทุนรวมที่เหมาะสมอาจจะเป็น กองทุนรวมตลาดเงินหรือว่าตราสารหนี้ระยะสั้นๆ แต่ถ้าเราบอกว่าเราต้องการเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเกษียณ เก็บยาว ๆ ไปเลย 20-30 ปี พี่ทุยว่าการใช้กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น หรือว่าจะใช้พวก RMF เลยก็น่าสนใจเพราะเราจะได้ประโยชน์ในเรื่องภาษีด้วย

3. รู้ว่ากองทุนรวมเก็บค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ?

บางคนอาจจะเคยได้ยินเฉพาค่าธรรมเนียมหุ้น แต่สำหรับค่าธรรมเนียมกองทุนก็มีเช่นเดียวกัน ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่หลาย ๆ คนมักจะลืม อย่าลืมว่าการที่เรามีมืออาชีพคอยบริหารเงินให้กับเรา คนทำงานก็ต้องกินข้าวกินน้ำเช่นกัน นั่นแปลว่าต้องมีค่าจ้างของคนที่มาบริหารให้กับเรา ค่าธรรมเนียมส่งผลกระทบต่อการลงทุนตรงที่ว่าผลตอบแทนที่เราได้รับจริงนั้นจะเท่ากับ ผลตอบแทนที่กองทุนรวมทำได้ หักลบกับค่าธรรมเนียมก่อนเสมอ ดังนั้นอย่าลืมดูค่าธรรมเนียมเสมอเพราะจะทำให้ผลตอบแทนเราได้น้อยลง

4. รู้ว่าการซื้อขายกองทุนรวมไม่ได้ซื้อแบบ Real-Time

อันนี้พี่ทุยเรียกว่าเป็นข้อจำกัดของการลงทุนในกองทุนรวมเลยละกัน เพราะว่าเวลาที่เราจะซื้อกองทุนรวม สมมติว่าเราซื้อวันนี้ ราคาของหน่วยลงทุน (NAV) ที่เราได้รับนั้นจะเป็นราคาเมื่อตลาดปิด ณ วันนั้น ๆ จะไม่ได้สะดวกหรือว่าได้ราคา Real-Time แบบการซื้อหุ้นที่เราคุ้นเคยกัน นั่นแปลว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีดีเลย์อย่างน้อยๆก็ 1 วัน ทำให้ถ้าใครจะใช้กองทุนรวมลงทุนแบบคิดว่าตลาดจะขึ้นหรือลงเพราะข่าวที่ออกมา พี่ทุยว่าอาจจะไม่ทันการสักเท่าไหร่ ดังนั้นพี่ทุยมักจะแนะนำให้ใช้กองทุนรวมเป็นการลงทุนระยะยาวซะมากกว่า เพราะนอกจากเรื่องของค่าธรรมเนียมก็มีเรื่องของจังหวะที่เราเข้าออกรวดเร็วแบบหุ้นไม่ได้

5. รู้ว่าการลงทุนในกองทุนต้องติดตามการลงทุนเช่นกันกับการลงทุนอื่นๆ

เรื่องติดตามการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำก็คือติดตามการลงทุนอย่างสม่ำเสมอว่าการลงทุนนั้นเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือเปล่า ยังดีอยู่มั้ย? แม้แต่กองทุนรวมที่มีมืออาชีพคอยบริหารเงินให้กับเราก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าเราวางเงินเราไว้ชิวๆไม่ต้องทำอะไรได้ เพราะอย่าลืมว่ากองทุนรวมในตลาดมีมากมาย แค่เฉพาะในไทยก็หลายร้อยหลายพันกองทุนรวมแล้ว ถ้ากองทุนรวมที่เราลงทุนอยู่ทำผลตอบแทนได้ไม่ดี หรือว่าแพ้กองทุนอื่นๆเยอะ สิ่งที่เราควรทำก็คือย้ายการลงทุนของเราไปที่กองทุนกองใหม่

เมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนลงทุนกองทุนรวม อย่าลืมเอาไปปรับใช้ก่อนการลงทุนเสมอ เพราะพี่ทุยเห็นหลายๆครั้ง เวลาซื้อกองทุนรวมมักจะซื้อเพราะมีคนนู้นคนนี้ช่วยให้ลงก็เทลงทุนตามไป พี่ทุยถามว่ารู้มั้ยว่ากำลังลงทุนอะไรอยู่ ส่วนมากก็จะตอบไม่รู้กันซะอย่างงั้น

สำหรับมือใหม่หัดลงทุน ถ้าจะตอบว่าไม่รู้ก็อย่าเพิ่งใจหายกันไป หลังจากที่เรารู้เลยว่าสิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ “กองทุนรวม” มีอะไรบ้าง พี่ทุยแนะนำให้อ่านขั้นตอนการเลือกกองทุนรวมสำหรับมือใหม่เพื่อความเข้าที่มากขึ้น และเสริมสร้างความรู้ให้มากขึ้น

การลงทุนที่เสี่ยงที่สุด ก็คือ การลงทุนที่เราไม่รู้อะไรเลยว่าเรากำลังลงทุนอะไรอยู่ สุดท้ายพอขาดทุนก็บอกว่าการลงทุนไม่ดี กลับไปฝากเงินกับธนาคารเหมือนเดิมดีกว่า.. 

รับชมคลิป “4 ข้อดีของการลงทุนใน “กองทุนรวม” ที่มือใหม่ควรรู้ !” ได้ที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: