เราจะเอาชีวิตรอดปี 2022 ได้ยังไง - ทั้งสินค้า “ปรับขึ้นราคา” และ “เงินเฟ้อ”

เราจะเอาชีวิตรอดปี 2022 ได้ยังไง – ทั้งสินค้า “ปรับขึ้นราคา” และ “เงินเฟ้อ”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • หลังจากตรึงราคามานาน สินค้าต่าง ๆ พากันปรับราคาขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนที่สูงขึ้น
  • สาเหตุที่สินค้าต่าง ๆ ขึ้นราคาหลักมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ความต้องการทั้งในและต่างประเทศก็สูงขึ้น และอาจเกิดวิกฤตอาหารโลก
  • การวางแผนและปรับการเงินในช่วงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤต และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เรียกได้ว่าปัญหา “เงินเฟ้อ” ของราคาขึ้น เป็นปัญหาหนักไปทั่วโลก และไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ไทยนั้นก็ออกข่าวทุกวัน สินค้าต่าง ๆ จ่อเรียง “ปรับขึ้นราคา” กันไม่หยุด น้องเอี้ยงถึงกับบ่น “ท้อแท้ใช้ชีวิตยากเหลือเกิน” เพื่อที่จะเอาตัวรอดในช่วงเวลาแบบนี้พี่ทุยจะพาไปดูว่ามีอะไรบ้างที่ขึ้นราคา อะไรเป็นสาเหตุ และเราจะรับมือกันอย่างไร

สินค้าที่ “ปรับขึ้นราคา” เดือน มิ.ย. 2022 

เราจะเอาชีวิตรอดปี 2022 ได้ยังไง - ทั้งสินค้า “ปรับขึ้นราคา” และ “เงินเฟ้อ”

ในช่วงต้นปี ราคาหมู ไข่ไก่ ก๊าซหุงต้มก็ชิงปรับราคาขึ้นไปก่อนแล้ว เดือน มิ.ย. 2022 สินค้าก็พากันปรับขึ้นกันยกใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงถึง 10% นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกมากมายเตรียมปรับราคาขึ้นตาม ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาซักผ้าขาว น้ำผลไม้ กระดาษชำระ สบู่ก้อน เรียกได้ว่าของใช้ในชีวิตประจำวันแทบทุกอย่างขึ้นทั้งหมด ค่าครองชีพประชาชนเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ด้านเลย

สาเหตุการ “ปรับขึ้นราคา” และ “เงินเฟ้อ”

ถึงแม้รัฐจะมีสินค้าบางประเภทที่ควบคุมไม่ให้ปรับราคาขึ้น แต่ด้วยการควบคุมที่มีมาสักพักใหญ่ บวกกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลาย ๆ สินค้าที่สามารถปรับราคาได้ก็ทยอยขึ้นราคากันเกือบทั้งหมด ก็ยิ่งไปกระทบต้นทุนต่าง ๆ ให้สูงขึ้นไปอีก

และหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ทุกอย่างนั้นแพงขึ้น หลัก ๆ แล้วมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นปัจจัยหลักของค่าขนส่งแล้ว กระบวนการผลิตอาหารทั้งในครัวเรือนและโรงงานก็มีน้ำมันและก๊าซเป็นตัวแปรสำคัญทั้งนั้น

ถ้าราคาน้ำมันยังมีการปรับตัวที่มากขึ้น แล้วกลไกต่าง ๆ ในหลาย ๆ ประเทศไม่สามารถปรับตัวได้ทัน เป็นเรื่องที่น่ากังวลมากว่าผลกระทบในครั้งนี้จะสามารถสร้างความเสียหายได้ขนาดไหน

จุดนี้เองกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อาจจะต้องมีมาตรการอะไรออกมาช่วยทั้งผู้ผลิต ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก รวมถึงผู้บริโภค ไม่เช่นนั้นปัญหาอาจบานปลายและสร้างผลกระทบให้กับประชาชนทั้งประเทศ

สิ่งที่น่ากลัวต่อจากนี้

นอกจากปัญหาเงินเฟ้อที่ทำให้เรามีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยได้น้อยลง ผู้มีรายได้น้อยเจอปัญหาหนัก อีกหนึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือภาวะขาดแคลนอาหาร เพราะกำลังการผลิตทั่วโลกนั้นลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ต้นทุนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่ง แล้วไทยหนึ่งในประเทศครัวหลักของโลก ก็จะถูกดึงผลิตผลไป

จุดนี้ยิ่งเป็นปัญหาอาจทำให้สินค้าที่มีราคาสูงอยู่แล้ว อาจยิ่งสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม จากการที่กำลังผลิตของไทยอาจไม่พอกับความต้องการในการส่งออกและความต้องการในประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนหรือช่วยเหลือช้า สถานการณ์อาจอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ลำบาก

ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดจากตัวอย่างหลายๆประเทศที่เจอปัญหาเงินเฟ้อสูงในช่วงที่ผ่านมา ที่เงินเฟ้อหนักจนคนในประเทศยากจน มีเงินแต่ไม่สามารถซื้อปัจจัยต่าง ๆ ได้

อ่านเพิ่ม

เราควรปรับตัวบริหารเงินอย่างไร ? ในช่วงที่สินค้า “ปรับขึ้นราคา” และ “เงินเฟ้อ”

การเอาตัวรอดในยุคที่เงินเฟ้อแบบนี้นั้นเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะค่าใช้จ่ายเกือบทุกอย่างกระโดดเพิ่มขึ้นแทบจะพร้อมกัน ในขณะที่รายได้ของหลายคนนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน มาดูวิธีเตรียมตัวรับมือกัน

1. เพิ่มรายได้ – ในช่วงวิกฤตนั้นมีโอกาสอยู่ ลองหาลู่ทางหรือทำงานพิเศษเพิ่ม หารายได้หลายช่องทาง รายได้ที่มากขึ้นจะทำให้แผนการเงินของเราไม่ตึงมือจนเกินไป มีโอกาสขยับขยายปรับแผนให้ยืดหยุ่นได้มากขึ้น

2. ลดรายจ่าย – ในยุคที่อะไรก็แพงไปหมด ก็ต้องลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลง พี่ทุยเชื่อว่าในทุก ๆ คนมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยอยู่แล้วแตกต่างกันไปในแต่ละคน อาจจะไม่ต้องถึงกับตัดทิ้งจนชีวิตไม่มีความสุข แต่อย่างน้อยลดลงบ้าง คงจะดีกว่าที่จะต้องไปนั่งเครียดกับปัญหาการเงินในค่าใช้จ่ายประจำที่สำคัญแล้วเราไม่มีเงินพอจ่าย

3. เก็บเงินสำรองเพิ่ม – เงินสำรองฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยเราฝ่าวิกฤต ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนอาจจะเก็บเงินสำรองเท่ากับรายจ่ายประมาณ 6 เดือน ในยุคนี้ถ้าเป็นไปได้อาจจะเพิ่มเป็น 9 เดือน หรือ 12 เดือน เพื่อเพิ่มความมั่นคงของแผนการเงิน และอาจทำให้เราเจอโอกาสในวิกฤตนี้ก็เป็นได้

4. ปรับพอร์ทการลงทุน – ใครที่มีพอร์ทการลงทุนเยอะ ๆ ต้องกลับมานั่งทบทวนกัน ว่าสัดส่วนการลงทุนเราหนักไปที่สินทรัพย์ใดมากเกินไปหรือเปล่า สินทรัพย์ไหนกำไรเยอะควรแบ่งไปลงทุนทางเลือกอื่นเพิ่มมั้ย สินทรัพย์ไหนที่ไม่มีศักยภาพที่จะโตต่อแล้วก็เปลี่ยนไปลงสินทรัพย์อื่นที่ปรับตัวลงเยอะแต่มีโอกาสในการเติบโตสูง และแบ่งเงินมาป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น

5. ลดความเสี่ยง – เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงทางด้านการเงินสูง การลดพอร์ทการลงทุนที่มีความเสี่ยง การเพิ่มสัดส่วนในสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอย่างทอง ตราสารหนี้ หรือถ้าใครมีความรู้ด้านการลงทุนหน่อย การใช้ option มาช่วยปกป้องพอร์ทก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ และอย่าลืมการโอนย้ายความเสี่ยงอย่างการซื้อประกัน

6. ทยอยสะสมเพิ่ม – อาจจะดูย้อนแย้งกับข้ออื่น ๆ  แต่ในช่วงที่เงินเฟ้อหนัก ๆ นั้นเป็นช่วงที่สินทรัพย์บางประเภทปรับตัวลงเยอะ ด้วยความกังวลด้านเศรษฐกิจ หรือที่เราจะเรียกว่า Panic Sell

ทำให้ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เราสามารถสร้างโอกาสได้จากสินทรัพย์ทางการเงินหลายตัว แต่ย้ำว่าต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพเติบโตได้ในระยะยาวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าการศึกษาหาความรู้ในการคัดเลือกสินทรัพย์ที่ดีก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน และต้องอย่าลืมลงทุนในปริมาณที่พอเหมาะและต้องมีเงินสำรองที่มากพอให้เราฝ่าวิกฤตไปได้อีกด้วย

ช่วงนี้อาจจะยากสำหรับหลาย ๆ คน พี่ทุยขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถผ่านความยากลำบากในช่วงนี้ไปได้ และฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอ

6 วิธีเอาตัวรอด ฝ่าวิกฤตเงินเฟ้อ

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: