5 ขั้นตอนการเลือก "กองทุนรวม" แบบเจาะลึกสำหรับมือใหม่

5 ขั้นตอนการเลือก “กองทุนรวม” แบบเจาะลึกสำหรับมือใหม่

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยู่นอกสายการเงิน ส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่ค่อยมีเวลาศึกษาเรื่องลงทุนมากเท่าไร ก็มักจะให้ความสนใจกับ กองทุนรวม”
  • ถึงแม้การลงทุนอื่นๆจะน่าสนใจ แต่เราก็เข้าไม่ถึง เช่น พันธบัตรรัฐบาล โดยปกติต้องซื้อด้วยการประมูลจำเป็นต้องใช้เงินหลายล้าน บาท
  • การลงทุนในกองทุนรวมไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเราได้ศึกษาหาความรู้ เราก็ไม่ต้องเสียเวลาไปลงทุนตามเพื่อน เพราะการทำแบบนั้นมีข้อเสียเยอะอยู่เหมือนกัน

“กองทุนรวม” เป็นสินค้าทางการเงินที่เหมาะกับคนที่ทำงานประจำหรือเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะเราจำเป็นต้องแบ่งเวลามาทำงานของตัวเอง และก็คงจะไม่มีเวลามาดูแลเรื่องการลงทุนสักเท่าไหร่

หลายๆครั้งก็มีการลงทุนบางประเภทที่เราก็เข้าไม่ถึง เช่น พันธบัตรรัฐบาล โดยปกติต้องซื้อด้วยการประมูลจำเป็นต้องใช้เงินหลายล้าน มนุษย์เงินเดือนแบบเราๆที่มีเงินเดือนหลักหมื่นคงไม่มีปัญญาเข้าถึง แต่เราก็สามารถลงผ่านกองทุนรวมได้ ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมก็มีมืออาชีพช่วยดูแลอีกทางนึงด้วย

สำหรับนักลงทุนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทุกคนที่อยู่นอกสายการเงิน ส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่ค่อยมีเวลาศึกษาเรื่องลงทุนมากเท่าไร ก็มักจะให้ความสนใจกับ กองทุนรวม” เพราะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากๆ

แต่คำถามยอดฮิตที่พี่ทุยเจอ คือ “กองทุนไหนน่าลงทุนที่สุด” บทความนี้พี่ทุยจะมาให้คำตอบกัน ลองอ่านดูตามนี้ อาจจะเยอะหน่อย แต่อยากให้อ่านเพราะว่าได้ประโยชน์คุ้มค่ากับการเสียเวลาอ่านจริงๆ

1. ก่อนซื้อ “กองทุนรวม” ต้องสำรวจตัวเองกันก่อน

ว่าเราต้องการอะไรจากการลงทุน ลองถามตัวเองอย่าไปตามคนอื่น เช่น ต้องการปันผลมั้ย ความเสี่ยงที่รับได้เป็นยังไง ? และระยะเวลาในการลงทุนจะลงนานแค่ไหน ? ลองดูนะเพราะการลงทุนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันมีเหตุผลของมันทั้งนั้น ไม่งั้นคนทั้งโลกคงรวยกันหมดแล้วใช่มั้ยล่ะ ?

2. ดูรายละเอียดกองทุนรวมผ่าน Fund Fact Sheet ทุกครั้ง

ดูได้จากสิ่งที่มีชื่อเรียกเท่ๆว่า “Fund Fact Sheet” แต่ไม่ต้องงงหรือตกใจว่ามันยาก เพราะใน Fund Fact Sheet นั้นบอกเราเกือบทุกอย่าง ว่ากองทุนนั้นมันเป็นยังไง ไม่ว่าจะนำเงินที่เราลงทุนไปลงทุนในอะไร ขนาดกองทุน จ่ายปันผลมั้ย ขั้นต่ำที่ซื้อได้ครั้งละเท่าไร แล้วก็พวกค่านำเทียมต่างๆ … โธ้ ธรรมเนียม ! ก็บอกด้วยทั้งหมดเช่นกัน

นอกจากนี้ก็พวก อายุของกองทุน ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแค่ไหน สภาพคล่องของกองทุน บางกองก็ไม่สามารถขายได้ทันที ควรศึกษาให้ละเอียดหน่อย เพื่อสอดคล้องเป้าหมายการลงทุนของเรา พวกเอกสารก็โหลดได้จากหน้า Website ของ บลจ. ที่ดูแลกองทุนนั้นได้เลย ช่วงแรกๆอาจจะงงๆหน่อย สักพักเราจะอ่านได้คล่องมากขึ้นเอง

3. กองทุนรวมที่ดีต้องให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ

เคยซื้อหวยแล้วถูกบ้างมั้ย ? ตอนที่เราถูกเราคงรู้สึกว่าเราเนี้ยโชคดีสุดๆไปเลย สำหรับพี่ทุยคิดว่ากองทุนรวมก็เหมือนกันเนี้ยแหละ บางปีผลตอบแทนมันอาจจะดีมากอยู่แค่ 1 ปี ถ้าเป็นลักษณะนี้ก็สรุปไม่ได้ว่ากองทุนรวมนั้นดีจริง เพราะมันอาจจะแค่โชคดีก็เป็นไปได้

สิ่งที่พี่ทุยดูเสมอคือ “ผลตอบแทนย้อนหลัง” ถ้ามันดีแบบสม่ำเสมอมาตลอด และแน่นอนว่าข้อมูลพวกนี้หาจาก Fund Fact Sheet ก็ได้เช่นกัน

4. ถึงจะเป็นกองทุนรวมก็มีความเสี่ยง

เมื่อขึ้นชื่อว่าการลงทุน แน่นอนว่าต้องมีความเสี่ยง ความเสี่ยงที่การลงทุนจะทำผลตอบแทนไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ กองทุนรวมก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

ตัวเลขที่เราสามารถวัดค่าความเสี่ยงได้คือ “Standard Deviation” หรือ “S.D.” ค่ายิ่งสูงแปลว่ายิ่งเสี่ยง แต่การใช้ตัวเลขตัวนี้เหมาะกับการเปรียบเทียบกองทุนรวมที่ลงทุนในแหล่งเดียวกันเท่านั้น เช่น กองทุนรวมหุ้นเหมือนกัน หรือกองทุนตราสารหนี้เหมือนกัน

พี่ทุยขอแนะนำ “Sharpe Ratio” ความหมายง่ายๆ คือ ยิ่งสูงยิ่งดี หากดูกองทุนที่ประเภทเดียวกันแล้วกองทุนกองไหน Sharpe Ratio สูงกว่า แสดงว่ากองทุนรวมนั้นสามารถทำผลงานได้น่าสนใจกว่า

5. กองทุนรวมนี้ใครเป็นคนดูแลเงิน ?

การซื้อกองทุน คือ การที่เราหยิบเงินของเราให้คนอื่นไปดูแล หลักการ คือ เค้าจะเอาเงินของเราไปลงทุนแล้วนำผลตอบแทนมาให้เรา แต่เค้าก็จะคิดค่าดำเนินการอะไรของเค้าก็ว่าไป เมื่อเวลาเราจ้างใครสักคนทำอะไรก็ต้องมีค่าจ้างให้เค้านั่นแหละ

ดังนั้นเราควรดูหน่อยว่าคนที่ดูเงินเรา หรือ “Fund Manager” เค้าเป็นใคร เค้าเก่งหรือเปล่า ? ประเด็นที่อยากให้ดูคือ กองทุนรวมนี้เป็น “One Man Show” หรือ “Team” กองทุนที่คนดูแลกองทุนรวมเป็นคนคนเดียวมันมีข้อควรระวังตรงที่ถ้าเค้าย้ายไปที่อื่น หรือไม่ได้ดูกองทุนรวมของเราแล้วเนี่ย มีผลกระทบแน่ๆเลย

เห็นแล้วใช่มั้ยว่าการลงทุนในกองทุนรวมไม่ได้ยากอย่างที่คิด ใครๆก็สามารถเริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมได้ จริงๆมันไม่ใช่เรื่องยาก เชื่อเถอะ ! คนเราแค่กลัวในสิ่งที่เราไม่รู้เท่านั้นเอง พอถึงตรงนี้ เรามีความรู้พร้อมที่จะไปลงทุนกองทุนรวมเรียบร้อย เราก็ไม่ต้องไปเสียเวลาลงทุนตามเพื่อนได้แล้วเหมือนกัน เพราะมันมีข้อเสียอยู่เยอะพอสมควร

แต่สำหรับบางคนอาจจะยังลังเลว่าเราจะเลือก กองทุนรวม vs หุ้น ดีกว่า ? ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องศึกษาเรื่องกองทุนและการลงทุนไว้ให้มาก เพราะถ้าเรารู้และมีข้อมูลเตรียมพร้อมมากมาย เราก็เลิกกลัวมันได้แล้วล่ะ !

error: