วิเคราะห์ “หุ้น OR” ผู้นำด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก เจ้าของ PTT Station และ Café Amazon

6 min read  

ฉบับย่อ

  • บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น OR เป็นบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ดําเนินธุรกิจพลังงานและธุรกิจค้าปลีกแบบผสมผสาน 
  • ปี 2564 มีรายได้ขายและบริการ 511,799 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11,474 ล้านบาท 
  • ธุรกิจน้ำมัน (Oil Ecosystem) ของ OR ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 1 ในไทย ทั้งจำนวนสถานีบริการ รวมถึง ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว
  • การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในอนาคตอันใกล้นี้ถือเป็นความท้าทายและโอกาสของ OR ในการปรับตัวและขยายขอบข่ายการดำเนินธุรกิจการค้าน้ำมันไปสร้าง การเติบโตในรูปแบบใหม่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หากกล่าวถึงหุ้น IPO ที่มีรายการจองซื้อหุ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดทุนไทย จนได้รับ การกล่าวขานว่าเป็น “หุ้นมหาชน” คงหนีไม่พ้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น OR ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีเมื่อปี 2564 โดยมีราคา IPO อยู่ที่ 18 บาท และสามารถทำราคาไปถึง 36.50 บาท คิดเป็นกำไรกว่า 100% เลยทีเดียว ทำให้นักลงทุนที่จองซื้อ ได้กำไรกันถ้วนหน้า

วันนี้พี่ทุยจะพาทุกคนมารู้จักกับหุ้น OR ให้มากขึ้น ว่าปัจจุบันมีธุรกิจอะไรบ้างนอกจากปั๊ม ปตท. และ Café Amazon จะมีความน่าสนใจเข้าไปลงทุนแค่ไหน วันนี้พี่ทุยได้สรุปพร้อมกับการวิเคราะห์มาให้นักลงทุนได้อ่านอย่างเข้าใจง่าย ๆ กัน

“หุ้น OR ” ทำอะไร ?

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น OR เป็นบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศ

ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1. กลุ่มธุรกิจ Mobility

OR จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ทั้งยังจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันก๊าด และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย โดยมีสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ พีทีที สเตชั่น กว่า 1,900 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศไทย

นอกจากนี้แล้ว OR ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ให้แก่ลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งกลุ่มอากาศยาน กลุ่มเรือขนส่ง กลุ่มอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ ฯลฯ อีกทั้ง ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลวให้แก่ลูกค้าภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง อีกด้วย

2. กลุ่มธุรกิจ Lifestyle

OR คือ ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกภายในสถานีบริการน้ำมันเป็นรายแรกของไทย อาทิ ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Café Amazon, Jiffy, Pearly Tea

นอกจากนี้ OR ยังเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Texas Chicken และ ฮั่วเซ่งฮง ติ๋มซำ รวมทั้งยังมีพันธมิตรทางธุรกิจทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยชั้นนำอีกมากมาย ที่ได้เข้าร่วมให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น

3. กลุ่มธุรกิจ Global

OR ต่อยอดความสำเร็จของรูปแบบทางธุรกิจ (Business Model) จากความสำเร็จในประเทศสู่เวทีนานาชาติ ด้วยการผสมผสานธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอื่น ๆ ให้เป็นรูปแบบทางธุรกิจที่เกิดการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างลงตัว เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการต่อยอดขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ

โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ OR ต่างประเทศ มีทั้งการดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่ OR ดำเนินการเองและการดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือในตลาดหลัก เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ สปป. ลาว มาแล้วกว่า 10 ปี และได้เริ่มเข้าสู่จีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ รวมถึงเวียดนาม ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง จึงยังมีโอกาสเติบโตอีกมากสำหรับธุรกิจ ของ OR ในภูมิภาคนี้ 

โครงสร้างรายได้และ EBITDA ปี 2564

วิเคราะห์ “หุ้น OR” ผู้นำด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก เจ้าของ PTT Station และ Café Amazon

ผลการดำเนินงานปี 2562 – 2564

วิเคราะห์ “หุ้น OR” ผู้นำด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก เจ้าของ PTT Station และ Café Amazon

บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 511,799 ล้านบาท ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 11,474 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,683 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.5% ทั้งจากรายได้ขายและบริการ และ EBITDA ที่เพิ่มขึ้น

โดยภาพรวมผลการดำเนินงาน กลุ่มธุรกิจ Mobility ดีขึ้นจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันจะปรับลดลง 5.1%

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานของ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยสาเหตุหลักมาจากการมาตรการในการควบคุมอย่างเข้มงวด มีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในบางช่วงของปี ส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศ

รวมทั้งการเพิ่มขึ้นในค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย สำหรับกลุ่มธุรกิจ Global มีผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง โดยหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่มีการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดในบางประเทศ เช่น กัมพูชาและ สปป.ลาว ทำให้ภาพรวมปริมาณขายลดลง ประกอบกับกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลงนั่นเอง

วิเคราะห์ “หุ้น OR” ผู้นำด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก เจ้าของ PTT Station และ Café Amazon

จุดแข็งของ “หุ้น OR”

1. ส่วนแบ่งตลาดของ OR ในธุรกิจน้ำมันอยู่ที่ 43.9%

ธุรกิจน้ำมัน (Oil Ecosystem) ของ OR ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 1 ในไทย ทั้งจำนวนสถานีบริการ รวมถึงปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมเหลว 

2. ร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในไทยกว่า 3,000 สาขา

Café Amazon แบรนด์กาแฟชั้นนำระดับโลก มีจำนวนสาขามากเป็นอันดับที่ 6 ของโลก รวมสาขาทั่วโลก 3,931 สาขา และมียอดขาย 314 ล้านแก้ว ในปี 2564 โดยมีการส่งเสริมเกษตรกรไทยให้เพาะปลูกกาแฟพันธุ์ดี คัดเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการคั่วในโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่และทันสมัย และ จัดส่งให้ร้าน Café Amazon ทั่วประเทศ  

3. การให้บริการด้านพลังงานครบวงจร

OR เป็นผู้นำในการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันเตาสำหรับ เรือขนส่งและภาคอุตสาหกรรมและก๊าซปิโตรเลียมเหลว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในทางเลือกของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และให้บริการอย่างครบวงจร

4. ช่องทางการจำหน่ายของ OR กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย

OR มีจุดแข็งในเรื่องของช่องทางจัดจำหน่าย (Physical Platform) ที่มีเครือข่าย PTT Station และร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ 

5. เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจ Non Oil ที่มีอัตรากำไรสูง

OR ธุรกิจที่ไม่ได้เติบโตแค่จากธุรกิจน้ำมัน แต่ยังขยายไปสู่ธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ยังคงเห็นทิศทางการเติบโตในอนาคต ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าของธุรกิจน้ำมัน 

6. สายสัมพันธ์ที่ดีกับพาร์ทเนอร์มายาวนาน

ด้วยความที่เป็นบริษัทแกนนำในกลุ่ม ปตท. ทำธุรกิจพลังงานมากว่า 40 ปี ทั้งด้านของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง และมีสายสัมพันธ์กับผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำสัญญาซื้อระยะยาวกับโรงกลั่นทั้งในกลุ่ม ปตท. และนอกกลุ่ม ปตท.

และการเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในเรื่องความแข็งแกร่งของพลังร่วมในการดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมครบวงจรและความน่าเชื่อถือทางการเงิน

อัตราส่วนทางการเงินของ “หุ้น OR”

หากพิจารณางบ ปี 2564 

ราคาหุ้นอยู่ที่ 21.20 บาท ณ สิ้นปี 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 18 บาท 

P/BV Ratio มีค่าที่สูงกว่า 1 บ่งบอกถึงนักลงทุนมองเห็นแนวโน้มในอนาคตว่า บริษัทฯ จะเติบโตจนมีกำไรสะสมกลับมา ช่วยทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต 

P/E Ratio อยู่ที่ระดับ 26.90 เท่า บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทในอนาคต 

และหากพิจารณาเทียบความถูกแพง ด้วย P/E Ratio และ P/BV ของหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง PTG ESSO SUSCO BCP พบว่า Valuation แพงกว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ 

วิเคราะห์ “หุ้น OR” ผู้นำด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก เจ้าของ PTT Station และ Café Amazon

ในส่วนของ D/E Ratio อยู่ที่ระดับ 1.08 เท่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่ OR นำเงินที่ได้จาก IPO บางส่วนไปชำระเงินกู้ต่าง ๆ ประกอบกับการที่ส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินเพิ่มมากขึ้นจากการที่บริษัทได้รับเงินทุนจากการ IPO บริษัท ของนักลงทุน ซึ่งจะนำไปลงบันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น ในงบแสดงฐานะการเงินนั่นเอง

ตามปกติแล้วบริษัทที่มี D/E Ratio มีค่าที่ต่ำ แปลว่าบริษัทมีภาระหนี้สินที่ต่ำ คือ ใช้เงินส่วนใหญ่ของตัวบริษัทเองในการทำธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงของธุรกิจที่มีน้อย ทำให้มีโอกาสในการกู้ได้มากกว่าจากการที่บริษัทฯ มีหนี้สินอยู่น้อย และไม่มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ OR

1) ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจจากระบบนิเวศธุรกิจน้ำมัน ไปสู่การสร้างระบบนิเวศธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน เพื่อสร้างให้เกิดการเคลื่อนที่ อย่างไร้รอยต่อ สอดรับแนวโน้มการใช้พลังงานในอนาคต

2) ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจจากระบบนิเวศธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ไปสู่ระบบนิเวศของธุรกิจที่สามารถนำเสนอทางเลือกให้เกิดการใช้ชีวิตแบบครบวงจร เพื่อสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตแบบครบวงจรที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ สอดรับแนวโน้มพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต

3) ขยายฐานธุรกิจ พร้อมกับระบบสนับสนุน เพื่อสร้างการเติบโตจากระดับภูมิภาคสู่ระดับโลก เพื่อสร้างความสำเร็จและการยอมรับ ในตลาดโลก

4) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการทำกําไร และแสวงหาโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจ

5) ใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของธุรกิจในปัจจุบันและศักยภาพ ของ OR ในสร้างโอกาสทางธุรกิจจากความตั้งใจในการแก้ปัญหา ในด้านสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมในแบบฉบับ OR

6) ปรับรูปแบบการดำเนินงาน (Operating Model Transformation) พร้อมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร OR DNA เพื่อให้การขับเคลื่อน การดำเนินงานของ OR สำเร็จบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อนาคตของ OR จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?

1. แนวโน้มค่าการตลาดน้ำมันในอนาคต

ตัวที่กำหนดทิศทางกำไร OR ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบโลก แต่จะขึ้นอยู่กับ “ค่าการตลาดน้ำมัน” ซึ่งจะสะท้อนถึงกำไรขั้นต้นของบริษัท หรือคือส่วนแบ่งจากการขายน้ำมันที่ผู้ค้าปลีกน้ำมันจะได้รับนั่นเอง

โดยค่าการตลาดยิ่งสูง กำไรก็ยิ่งมากตามไปด้วย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเยอะก็จะมีเรื่องนโยบายภาครัฐเข้ามาตรึงราคาซึ่งจะเป็นตัวการกำหนดค่าการตลาด ให้มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลง ประเด็นเรื่องค่าการตลาดน้ำมันจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

2. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในอนาคตอันใกล้

สำหรับธุรกิจน้ำมันในระยะสั้น ภาคขนส่งยังคงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานหลัก ส่วนปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอาจลดลงในกลุ่มผู้บริโภคที่มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) เข้ามาแทนที่ ซึ่งคาดว่า จะเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะ 10-15 ปี ข้างหน้า โดยเฉพาะผู้บริโภคในเขตเมืองที่มีความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตามจากโอกาสของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าดังกล่าว OR จึงติดตั้งสถานีชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ภายในสถานีบริการ จำนวน 99 แห่ง ในปี 2564 กระจายอยู่ตามส้นทางเดินทางหลักทั่วประเทศ และมีแผนขยายอย่างต่อเนื่องให้มีเครือข่ายครอบคลุมเส้นทางเดินทางหลักทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

3. ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

OR มีการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศรวมถึงการนำระบบดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ จึงมีโอกาสที่จะต้องเผชิญความเสี่ยงที่ผลตอบแทนการลงทุนอาจ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การดำเนินการของโครงการหรือแผนงาน เกิดความล่าช้าหรือเงินลงทุนสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: