ปี 2021 "เศรษฐกิจไทย" แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

ปี 2021 “เศรษฐกิจไทย” แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • สวิตเซอร์แลนด์ และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ผงาดขึ้นครองบัลลังค์ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันโลกของ IMD ประจำปี 2021 
  • ปัจจัยที่ช่วยทำให้ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็คือ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ประสิทธิภาพภาครัฐ และระบบสาธารณสุขที่ดี
  • ประเทศไทยคว้าอันดับที่ 28 จาก 64 ประเทศทั่วโลก ดีขึ้นจากปีที่แล้ว 1 อันดับ โดยมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ยังต้องเร่งพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์
  • IMD ชี้ 5 ข้อต้องเร่งปรับปรุง ประกอบด้วย (1) มาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจที่มุ่งผลระยะสั้นมากเกินไป (2) การปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลของภาครัฐที่เชื่องช้า (3) การรับมือความแตกแยกทางความคิดในสังคม (4) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการเผชิญปัญหา และ (5) การสื่อสารในยามวิกฤตของภาครัฐ

ในช่วงที่เกิดวิกฤต พี่ทุยเชื่อว่า หลาย ๆ คนก็อยากจะรู้ว่า “เศรษฐกิจไทย” บ้านเรา เป็นยังไงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลก และเมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ (Institute for Management Development) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า IMD จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของโลกประจำปี 2021 (IMD World Competitiveness Ranking 2021)

ซึ่งเป็นการประเมินศักยภาพและความพร้อมทางเศรษฐกิจต่อการเติบโตในอนาคตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ประกอบด้วย ประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ (Economic Performance) ประสิทธิภาพภาครัฐ (Government Efficiency) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

สวิตเซอร์แลนด์คว้าอันดับ 1 ด้านขีดความสามารถในการแข่งขันโลกของ IMD ประจำปี 2021

ปี 2021 "เศรษฐกิจไทย" แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

จากการจัดอันดับของ IMD ในปีนี้ยกให้ “สวิตเซอร์แลนด์” ครองอันดับ 1 จากทั้งหมด 64 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่เข้ารับการประเมิน โดยสามารถทำคะแนนได้อย่างโดดเด่นในด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพภาครัฐ ขณะที่สวีเดนได้อันดับที่ 2 ตามมาด้วยเดนมาร์กในอันดับที่ 3 และเนเธอร์แลนด์ในอันดับที่ 4

ส่วนแชมป์เก่าอย่างสิงคโปร์ ซึ่งเคยครองอันดับ 1 มา 2 ปีซ้อน แต่ช่วงปี 2019 และ 2020 ร่วงลงไปอยู่ในลำดับที่ 5 ขณะที่ไทยติดอยู่ในอันดับที่ 28 ปรับตัวดีขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 29 

ความสามารถในการออกมาตรการที่ยืดหยุ่นทำให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและรุนแรงได้ดี

ต้องยอมรับว่าการประเมินในปี 2021 นี้แตกต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่ผ่านมาพอสมควร เนื่องจากมีปัจจัยของการระบาดของโควิด-19 เข้ามา ถ้าเราลองดูที่ ทั้งสวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน และเดนมาร์ก ที่เป็น TOP3 จากการจัดลำดับในครั้งนี้ มีจุดร่วมที่ตรงกันอย่างน่าประหลาดใจเลยก็คือ เรื่องความอิสระในการดำเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้แบบทันที โดยไม่ต้องรอมติของ EU หรือ กลุ่มประเทศที่ใช้เงินตราร่วมกัน

รวมถึงที่ตั้งของทวีปยุโรปที่สามารถเชื่อมต่อตลาดการค้าและการลงทุนกับทั่วโลกได้อย่างสบาย ๆ ทำให้ระบบห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) และกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังสามารถดำเนินได้อยู่ แม้ว่าจะเผชิญกับภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

ซึ่งแตกต่างจากทั้ง “สิงคโปร์” และ “ฮ่องกง” ที่ต้องเผชิญกับสภาวะหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ จากโควิด-19 ด้วยลักษณะโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพารายได้จากการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง จึงไม่แปลกที่สิงคโปร์และฮ่องกงไม่สามารถรักษาตำแหน่งใน TOP5 ไว้ได้ในปีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้สามารถครองอันดับใน TOP5 มาอย่างต่อเนื่อง 

4 ปัจจัยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในสภาวะวิกฤต

IMD ได้สรุปปัจจัยที่กระทบต่อการประเมินในปี 2021 พบว่าทุกประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงล้วนทำคะแนนได้อย่างโดดเด่นใน 4 ปัจจัย ได้แก่

1. นวัตกรรม (Innovation)

ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และน่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากการมีนวัตกรรมใหม่ ๆ จะช่วยทำให้เราสามารถสร้างประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง แต่ได้ผลผลิตเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม หรืออาจจะสร้างสินค้าและบริการใหม่ ๆ ก็จะช่วยทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ ได้อีก

แต่เรื่องของนวัตกรรมก็ยังจำเป็นต้องมีองค์ประกอบด้านการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐาน ถึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่

ประเทศที่มีคะแนนโดดเด่นด้านนวัตกรรมในปี 2021 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และสิงคโปร์  

2. เศรษฐกิจที่ก้าวล้ำด้วยดิจิทัล (Digitally advanced economies) 

พูดง่าย ๆ ก็คือ ประเทศไหนก็ตามที่สามารถทำ Digital Transformation ได้ดี จะยิ่งทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ทั้งสินค้าและบริการ เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ประเทศนั้น ๆ มีความโดดเด่น 

เราจะเห็นได้ชัดเลยก็คือ ตอนที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับมาตรการปิดเมือง (Lockdown) และเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ครั้งแรก บริษัทที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่อง Digital Transformation นั้นเติบโตได้อย่างมหาศาล หรือประเทศไหนปรับเปลี่ยนตัวเองได้เร็ว ก็จะมีตัวเลขเศรษฐกิจดีกว่าประเทศที่ปรับตัวช้า

ประเทศที่มีคะแนนโดดเด่นด้าน Digital Transformation ในปี 2021 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และสหรัฐอเมริกา

3. ประสิทธิภาพของรัฐบาล (Government Efficiency)

ภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางและบริหารประเทศ ยิ่งมีภาครัฐที่ให้บริการสาธารณะที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงขึ้น

ประเทศที่มีคะแนนโดดเด่นด้านประสิทธิภาพของรัฐบาล ในปี 2021 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ฮ่องกง สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และไต้หวัน

4. โครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุข (Health Infrastructure)

เมื่อคนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็ย่อมจะมีกำลังและเวลาเพื่อหันไปทุ่มเทการพัฒนาศักยภาพตนเองและนำไปใช้สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมภาพรวมได้

โควิด-19 ทำให้ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขเป็นสิ่งสำคัญในการวัดศักยภาพทางการแข่งขัน เพราะยิ่งมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งมากเท่าไหร่ โอกาสในการฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น

ประเทศที่มีคะแนนโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุข ในปี 2021 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และสิงคโปร์

“เศรษฐกิจไทย” มีการว่างงานต่ำ นโยบายภาษีที่จูงใจ แต่ต้องพัฒนาด้านการศึกษาและนวัตกรรม

เมื่อเราลองกลับมาดูที่ประเทศไทยเราในปี 2021 มีอันดับดีขึ้นมา 1 อันดับอยู่ที่ 28 (เดิมอยู่อันดับที่ 29) จาก 64 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

พอเข้าไปดูรายละเอียดในรายงานของ IMD ที่ไทยทำได้อย่างโดดเด่น คือ การมี “อัตราการว่างงานที่ต่ำ” เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยมีคะแนนเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เช่นเดียวกับ “นโยบายภาษี” ที่จูงใจต่อการทำธุรกิจซึ่งได้คะแนนเป็นอันดับ 4 ของโลก

แต่เมื่อย้อนกลับไปดูคะแนนด้านประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของไทยเราใน 5 ปีหลังสุดจะพบว่า ไทยมีพัฒนาการที่ตกต่ำลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีหลังสุดตกลงมาอยู่ในลำดับที่ 21 จากใน ปี 2017 ที่อยู่ในลำดับที่ 10

ซึ่งพี่ทุยมองว่าเป็นเพราะโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยที่มีสัดส่วนพึ่งพาต่างชาติทั้งการลงทุนและการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนที่สูงได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปี 2021 "เศรษฐกิจไทย" แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังเป็นจุดอ่อนของ “เศรษฐกิจไทย” อย่างเห็นได้ชัดเลย ก็คือ ระบบ “โครงสร้างพื้นฐาน” เนื่องจากได้คะแนนภาพรวมค่อนข้างต่ำ อยู่ในอันดับที่ 43 จาก 64 ประเทศทั่วโลก และเมื่อย้อนกลับไปช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าไทยยังไม่ค่อยมีพัฒนาการเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเลย เพราะยังมีคะแนนอยู่ในโซนที่ต่ำกว่าอันดับที่ 40 มาโดยตลอด

ผลการจัดอันดับปี 2021 ทำให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดคือ ด้านการศึกษา โดยอยู่ลำดับที่ 56 ตามมาด้วยสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ที่อันดับ 49 และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่อันดับ 38

ปี 2021 "เศรษฐกิจไทย" แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

รายงานของ IMD สรุป 5 ปัจจัยที่เป็นความท้าทายสำหรับประเทศไทยในปี 2021 ได้แก่ 

  1. มาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันดูจะให้ผลดีในระยะสั้นมากกว่าระยะยาว
  2. การปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลของภาครัฐ ที่ทำได้ช้าอย่างมาก
  3. การรับมือกับความแตกต่างทางความคิดในสังคมและช่องว่างระหว่างวัย 
  4. ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับวิกฤต 
  5. การปรับปรุงความสามารถในการรับมือสภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารข้อมูล 

ปี 2021 "เศรษฐกิจไทย" แข่งขันได้แค่ไหนในเวทีโลก ?

โดยส่วนตัวพี่ทุยมองว่าผลการจัดอันดับและบทวิเคราะห์ดังกล่าวของ IMD ไม่ใช่เรื่องแปลกใจอะไรมากนัก เพราะเป็นสิ่งที่จะรับรู้และเดาได้ไม่ยากอยู่แล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็คือ เรื่องการปรับตัวให้เข้าสู่โลกดิจิทัลที่ดูเหมือนจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แล้วยิ่งปรับตัวได้ช้ามากเท่าไหร จะเสียโอกาสในการแข่งขันในระยะยาวมากเท่านั้น

สำหรับใครที่สนใจอ่านเนื้อหาในรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของ IMD กันได้ คลิกที่นี่

อ่านเพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: