ศรีลังกากลายเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าสู่ภาวะถังแตก ก่อนหน้านี้เวเนซุเอลาก็ติดหน้าข่าวอย่างต่อเนื่อง และไม่นานมานี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับลาวเข้ามาเช่นกัน น่าจะเป็นคำถามไม่น้อยว่าประเทศถังแตกเป็นอย่างไร ซึ่งแท้จริงแล้ว “ประเทศถังแตก” มักจะมีรูปแบบบางอย่างที่เหมือนกัน
วันนี้พี่ทุยจะพาไปดูกันหน่อยว่ามีรูปแบบเป็นอย่างไร จะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ และ “ไทย” มีโอกาสถังแตกแบบประเทศอื่นหรือเปล่า?
ประเทศถังแตก คืออะไร?
ประเทศที่เข้าข่ายใช้คำว่าถังแตก ก็คือประเทศที่รัฐบาลทั้งเงินหมุนและเงินเก็บ (ทุนสำรองระหว่างประเทศ) ไม่พอชำระหนี้แล้ว
การไม่มีหนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่?
สมมติว่ามีโครงการสร้างรถไฟฟ้าที่ต้องใช้ 1,000 ล้านดอลลาร์ มีโอกาสให้ผลตอบแทน 2% ต่อปี อายุการใช้งาน 30 ปี ขณะที่กำลังตัดสินใจเศรษฐกิจอยู่ในช่วงดอกเบี้ยต่ำ หากกู้เงินมาลงทุนจะเสียดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ดังนั้นการก่อหนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่าลงทุนเองทั้งหมด
เพราะผลตอบแทนที่ได้สูงกว่าภาระดอกเบี้ยที่ต้องเสีย และการใช้เงินกู้ก็ช่วยให้เก็บสภาพคล่องเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่ถ้าการคิดคำนวณง่ายเพียงแค่นี้ก็คงไม่มีประเทศไหนที่ก่อหนี้แล้วต้องถังแตก แล้วทำไมยังมีประเทศถังแตกอยู่อีก นั่นเพราะยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่ก่อปัญหาได้
แม้แต่หนี้ขนาดเล็กก็ยังก่อปัญหาได้
การกู้ยืมเงินมอบทั้งพลังการใช้สอยและหนี้สิน จากตัวอย่างโครงการสร้างรถไฟฟ้าดูน่าสนใจเพราะผลตอบแทนสูงกว่าภาระดอกเบี้ย แต่ในทางกลับกันถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้เศรษฐกิจซบเซาจนประชาชนไม่ใช้เงิน ผลตอบแทนที่คาดไว้ที่ 2% ก็ลดลง แต่ภาระดอกเบี้ยไม่ได้ลดลงตาม ซึ่งจะคอยกัดกินรายได้หรือเงินออมของประเทศ ถ้าหากเป็นประเทศไม่ได้มีสภาพการเงินที่แกร่งก็อาจถังแตกได้
มาถึงตรงนี้ดูเหมือนจะมีรูปแบบที่ชัดแล้วว่าการตัดสินใจก่อหนี้ต้องคำนึงถึงรายได้และภาระดอกเบี้ย ทั้งนี้ก็มีปัจจัยที่อาจดำเนินผิดพลาดจนก่อภาวะวิกฤติ เช่น การบริหารประเทศผิดพลาด การปรับอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สมดุลกับสภาพเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างการเมืองและสงคราม
ทุกประเทศล้วนเคยทำผิดพลาด แต่ทำไมบางประเทศถึงเผชิญกับปัญหาอย่างหนัก ขณะที่บางประเทศรอดมาได้
ประเทศที่ถังแตกจะมีลักษณะเหมือนกันบางอย่าง
- ประเทศที่พึ่งพารายได้จากไม่กี่ช่องทาง
ขณะที่เศรษฐกิจยังขยายตัว ประเทศมีรายได้ยังคงมากพอจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ถ้ารายได้ลดลง ภาระดอกเบี้ยก็จะเริ่มเป็นปัญหาทันที คำถามคือรายได้ไม่กี่ช่องทางนั้นมีโอกาสลดลงหรือไม่ ด้วยระยะเวลากว่า 2 ปี หลัง COVID-19 ระบาด จะเห็นว่าพึ่งพารายได้โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าทั่วไปและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักมาก เช่น ศรีลังกา ลาว ตุรกี
- ประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ
ทุนสำรองระหว่างประเทศเปรียบเสมือนเงินออม ถ้าเงินออมน้อยก็เท่ากับว่าหากเกิดปัญหาหนี้แล้วประเทศจะมีเวลาน้อยมากในการแก้ปัญหา
- หนี้ในสกุลเงินต่างประเทศสูง
เพราะทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ เจ้าหนี้จึงไม่ไว้ใจจึงต้องกู้เงินในสกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ ซึ่งการก่อหนี้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศทำให้หากเกิดวิกฤติหนี้ขึ้น ประเทศผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถใช้นโยบายเพื่อแก้ปัญหาได้เลย เช่น การปรับอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มสภาพคล่องในประเทศ
- สกุลเงินของประเทศอ่อนค่าอย่างรุนแรง
แต่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการมีหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศและทุนสำรองระหว่างประเทศที่ต่ำ เพราะเมื่อใดที่เงินของประเทศอ่อนค่าจะส่งผลให้หนี้ที่มีอยู่ในสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องกู้ยืมเพิ่มเลยด้วยซ้ำ
เช่น เมื่อ 5 ปีที่แล้ว กู้เงิน 100 ดอลลาร์ อัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ หนี้ก้อนนี้ต้องหาเงินมาใช้คืน 3,000 บาท แต่ตอนนี้เงินบาทอ่อนค่าเป็น 40 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ทำให้ต้องหาเงินมาใช้หนี้ก้อนเดิมถึง 4,000 บาท เท่ากับว่า 5 ปีผ่านไป หนี้ก็เพิ่มขึ้น 33% โดยไม่ได้กู้เพิ่มแต่อย่างใด
ประเทศใดก็ตามที่มีลักษณะเหล่านี้เกือบครบทุกข้อ จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือส่งผลให้การกู้ยืมเงินเพิ่มเติมต้องถูกคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าหนี้ที่มีอยู่ก็มีภาระเพิ่มขึ้นจากเงินอ่อนค่า หนี้ที่ต้องกู้ใหม่ก็เพิ่มภาระการเงินเข้าไปอีก แต่จะไม่กู้เพื่อเอามาใช้หนี้เก่าก็ไม่ได้ อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จวนเจียนจะถังแตกเต็มที สุดท้ายก็ไม่เคยมีประเทศใดที่รอดพ้นเลย
ตัวอย่าง “ประเทศถังแตก”
พี่ทุยขอยกประเทศศรีลังกาที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ช่วง COVID-19 ทำให้รายได้หายไปทันที ก่อนหน้านั้นรัฐบาลกู้ยืมเงินจากต่างประเทศโดยมีจีนเป็นเจ้าหนี้หลัก ด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศที่ไม่สูง เจ้าหนี้เลยปล่อยกู้ในสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก
เมื่อรายได้ลดลงมาก ทุนสำรองมีน้อย ค่าเงินของประเทศก็อ่อนค่ารุนแรง หนี้ที่เป็นสกุลดอลลาร์ก็เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เข้าสู่ภาวะรายได้และเงินออมไม่พอใช้หนี้ กลายเป็นประเทศถังแตก
อ่านเพิ่ม
- [สรุปโพสต์เดียวจบ] วิกฤตหนี้ศรีลังกา มาถึงจุดผิดนัดชำระหนี้ได้ยังไง ?
- ลาวจ่อถังแตก หนี้ต่างชาติสูง จะไปต่อได้หรือไม่ ?
- ตุรกี เงินเฟ้อพุ่ง 73.5% ตัวอย่างประเทศพังเพราะผู้นำผิดพลาด
การแก้ปัญหาที่แต่ละประเทศเลือกใช้
1) ประหยัด
ต้องบอกว่าวิะีนี้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยให้รายได้กับภาระหนี้กลับมาสมดุล เพราะเมื่อการใช้จ่ายลดก็เท่ากับว่าต้องมีผู้ที่รายได้ลดเช่นกัน ถ้าเลือกใช้วิธีนี้ต้องลดค่าใช้จ่ายในระดับที่มากจนสร้างความเสียหายต่อรายได้ของประชาชนถึงจะช่วยให้สมดุลกลับคืนมา
ในทางกลับกันถ้ารัฐบาลตัดสินใจเพิ่มรายได้ด้วยการขึ้นภาษีแบบไม่เจาะจง ก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเช่นกัน เพราะเพิ่มภาระให้ประชาชนในขณะที่เศรษฐกิจหดตัว
2) ปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งรวมไปถึงการเจรจากับเจ้าหนี้
เป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวสร้างรายได้ชำระหนี้อีกครั้ง การเลือกวิธีนี้ช่วยให้ประเทศจัดการกับต้นตอปัญหาได้ แต่ต้องแลกมาด้วยการที่มีบางภาคส่วนรับความเสียหายมากกว่าส่วนอื่น
ในบางกรณีมีการจัดตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ (asset-management company) เพื่อรองรับหนี้เสียไปแปรรูปและขายทอดตลาดเพื่อดึงสภาพคล่องกลับเข้าระบบ
3) หาวิธีกระจายความมั่งคั่ง
โดยปกติประเทศที่เผชิญกับปัญหาถังแตกมักจะมีปัญหาความเหลื่อมล้ำซ่อนอยู่ ดังนั้นการแก้ไขต้องใช้การกำหนดนโยบายและแรงผลักดันด้านการเมือง เช่น ขึ้นภาษีผู้มีรายได้สูง แต่แทบไม่มีประเทศไหนที่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ได้
ไทยมีโอกาสเป็น “ประเทศถังแตก” หรือไม่?
หลังวิกฤติต้มยำกุ้งประเทศไทยมีวินัยนโยบายการคลังอย่างเข้มงวด มีทุนสำรองระหว่างประเทศ 228,574.51 ล้านดอลลาร์ ใช้จ่ายสินค้านำเข้า 8-9 เดือน
ส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 60.17% (ก.พ. 2022) ด้วยทุนสำรองที่มากทำให้กู้ยืมในสกุลเงินบาท ดังนั้นถ้าเกิดปัญหาก็จัดการได้ง่ายกว่า เช่น ปรับอัตราดอกเบี้ย
ไทยพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยวและส่งออก ซึ่งการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว ส่วนการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักพยุงเศรษฐกิจมาตลอด 2 ปี และเริ่มชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกแล้ว
ถ้าวิเคราะห์ตามรูปแบบประเทศที่เข้าข่ายถังแตก ตอบได้ว่าในระยะสั้น “ไทย” ยังไม่เข้าข่าย แต่การพึ่งพาช่องทางรายได้เดิมมาหลายสิบปี อีกทั้งเจอกับภาวะต้มกบที่ภาคครัวเรือนแบกหนี้มหาศาล ส่วนภาครัฐเริ่มขยับเพดานหนี้สาธารณะ ถ้ายังไม่เปลี่ยนทิศทางการพัฒนาประเทศ พี่ทุยตอบเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าในระยะยาวประเทศไทยจะรอดจากภาวะถังแตกหรือไม่
อ่านเพิ่ม