จริงหรือไม่ ? ปี 2022 คือปีแห่งการเติบโตของ Bitcoin NFT และ Metaverse

จริงหรือไม่ ? ปี 2022 คือปีแห่งการเติบโตของ Bitcoin NFT และ Metaverse

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • NFT เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างมากในปีที่ผ่านมา เริ่มเป็นที่ยอมรับและมีดารานักแสดงต่าง ๆ พร้อมกระโดดเข้าสู่ตลาด NFT กันอย่างต่อเนื่อง
  • Bitcoin ก็ถูกพูดถึงและใช้งานในสถานะ “สกุลเงิน” มากขึ้น ในปี 2021 ที่ผ่านมา ประเทศเอลซัลวาดอร์ ก็มีการประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการ ให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมายเทียบเท่ากับสกุลเงิน Fiat พร้อมมีการลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนและกองทุนขนาดใหญ่ทั่วโลก 
  • จุดเด่นของคริปโต คือช่วยทำให้การทำธุรกรรมนั้นรวดเร็ว ง่ายดายและโปร่งใส เลยทำให้คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ในปี 2021 ที่ผ่านมาทั้ง Bitcoin NFT และ Metaverse ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทุกอุตสาหกรรมมีการพัฒนากันอย่างรวดเร็ว

ด้วยความที่ตลาด “คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)” นั้นค่อนข้างใหม่ ทำให้ราคามีความผันผวนสูง แน่นอนว่าก็มีคนที่สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลจากความผันผวนที่เกิดขึ้นเช่นกัน ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในตลาดคริปโตกันอย่างต่อเนื่อง

พี่ทุยพามาดูกันว่าในปี 2022 นี้ มีเทรนด์อะไรที่น่าสนใจบ้าง ที่อาจจะเข้าเปลี่ยนโฉมหน้าการเงินของโลกได้

NFT และ Metaverse กำลังเป็นที่จับตามอง

ในปี 2021 ได้ทำให้นักลงทุนทุกคนเห็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากมาย การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือ NFT ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันการเข้ารหัสลับแบบใหม่ที่เข้ามายกระดับการใช้งานและการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

จริงหรือไม่ ? ปี 2022 คือปีแห่งการเติบโตของ Bitcoin NFT และ Metaverse

จริงหรือไม่ ? ปี 2022 คือปีแห่งการเติบโตของ Bitcoin NFT และ Metaverse

รายงานจาก inverse.com พบว่า “ตอนนี้ NFT ได้เข้ามาสร้างสถิติใหม่ในการประมูลต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการขายรูปหินอย่าง EtherRock ด้วยมูลค่า 400 ETH หรือเทียบเท่ากับ 1,326,280 ดอลลาร์ (ในราคาของ Ethereum ณ ตอนนั้น) หรือจะเป็นการเข้าซื้อ CryptoPunk มูลค่า 150,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็น NFT อันโดดเด่นบนเครือข่าย Ethereum ของ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบัตรเครดิตอย่าง Visa”

จริงหรือไม่ ? ปี 2022 คือปีแห่งการเติบโตของ Bitcoin NFT และ Metaverse

ในปัจจุบัน NFT นั้นกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนหันมาสะสมและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พี่ทุยจะขอยกเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2022 เมื่อ Eminem แร็ปเปอร์ชื่อดังได้ทำการซื้อ Bored Ape Yacht Club (BAYC) ไป 1 ชิ้นในราคา 123.45 ETH (ประมาณ 452,000 ดอลลาร์ ณ ตอนที่ซื้อ) และได้ใช้มันเป็นรูปโปรไฟล์บน Twitter ของเขา

อีกหนึ่งสิ่งที่พี่ทุยอยากให้นักลงทุนจับตามองกันให้ดีก็คือ Metaverse เพราะหลังจากที่ Facebook ได้รีแบรนด์เป็น Meta พวกเขาก็ได้ประกาศว่าจะเดินหน้าเข้าสู่โลก Metaverse อย่างเต็มตัว และมันก็ส่งผลที่น่าสนใจต่อสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังพัฒนาโครงการเกี่ยวกับ Metaverse เช่น The Sandbox (SAND), Decentraland (MANA) และเกม Metaverse ต่าง ๆ มากมาย

ยิ่งไปกว่านั้น สินทรัพย์ต่าง ๆ ในโลกของ Metaverse ก็ต้องประยุกต์ใช้ NFT ทำให้ทั้งสองนวัตกรรมนี้จึงเป็นเหมือนการพึ่งพากันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาของสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 

ลองคิดดูว่าถ้าบริษัทชั้นนำของโลกการเงินแบบดั้งเดิม หันมาเข้าสู่โลก Metaverse กันหมด มันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน..

Bitcoin มีการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

เหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในปี 2021 คือ การยอมรับ Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมายเทียบเท่ากับสกุลเงิน Fiat โดยเอลซัลวาดอร์

ประธานาธิบดีของเอลซัลวาดอร์ได้บอกว่าประเทศของเขาจะทำให้ Bitcoin เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการ ยิ่งไปกว่านั้นจะมีการใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ของประเทศเพื่อขุด Bitcoin เพื่อการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ประธานาธิบดีของเอลซัลวาดอร์

การสร้าง Bitcoin City ของเอลซัลวาดอร์ก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นการรับรู้และการพูดถึง Bitcoin ได้เป็นอย่างดี พวกเขาตั้งใจที่จะสร้างเมืองแห่งนี้เพื่อผู้คนที่เชื่อใน Bitcoin อย่างแท้จริง โดยจะไม่เก็บภาษีใด ๆ ทั้งสิ้นจากผู้คนภายในเมือง พี่ทุยว่ามันช่างเป็นเมืองที่น่าไปอยู่จริง ๆ นะ (ฮ่า)

MicroStrategy

ไม่ใช่แค่เอลซัลวาดอร์ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำในการถือครอง Bitcoin บริษัทและสถาบันการเงินหลายแห่งก็หันมาให้ความสนใจใน Bitcoin มากขึ้น

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ถือ Bitcoin จำนวนมากอย่าง MicroStrategy ที่เข้าซื้อทุกครั้งที่ราคาของ Bitcoin ลดลง ล่าสุดพวกเขาได้ซื้อเพิ่มอีก 1,914 BTC ในวันที่ 30 ธ.ค. 2021 และนั่นก็ทำให้ MicroStrategy ถือ Bitcoin ทั้งหมด 124,391 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวม 3.75 พันล้านดอลลาร์ โดยมีราคาเฉลี่ยต่อเหรียญที่ประมาณ 30,159 ดอลลาร์ เรียกว่าเป็นวาฬตัวใหญ่ของ Bitcoin เลยทีเดียว

แต่สิ่งที่พี่ทุยคาดหวังและคิดว่าจะทำให้เกิด Mass Adoption ได้มากยิ่งขึ้นก็คือ Spot-Bitcoin ETF หลังจากที่บริษัทต่าง ๆ มากมายพยายามยื่นขออนุญาตจาก ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ มาหลายครั้งแต่ก็ถูกปัดตกมาตลอด และในปี 2565 นี้ หาก Spot-Bitcoin ETF สามารถผ่านการอนุมัติได้สำเร็จ พี่ทุยเชื่อว่ามันจะกลายเป็นปีที่น่าตื่นตาสำหรับ Bitcoin อย่างแน่นอน

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้จะง่ายไปซะทั้งหมด เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกจับตามองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในระบอบการเงินดั้งเดิม ที่อยากจะให้กำกับดูแล และตรวจสอบ Bitcoin แบบใกล้ชิด

QE ที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อ Bitcoin 

จากการที่ธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ออกมาประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่จะประคับประคองเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 

ซึ่งหมายความว่า QE ที่เพิ่มขึ้นนั้น คือ การพิมพ์เงินดอลลาร์เข้ามาในระบบอย่างมหาศาลซึ่งส่งผลให้มูลค่าของเงินดอลลาร์ลดลง และนั่นจะส่งผลดีต่อ Bitcoin เป็นอย่างมาก

เพราะผู้คนหรือนักลงทุนมากมายที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อก็จะต้องมองหาหนทางที่จะรักษามูลค่าในสินทรัพย์ของพวกเขา และ Bitcoin คือคำตอบที่ใช่สำหรับปัญหานี้ นี่ถือว่าเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับ Bitcoin

สิ่งที่น่ากลัว คือ การที่ระบบการเงินในปัจจุบันยังต้องเจอกับอันตรายจากภาวะเงินเฟ้อและมูลค่าที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของสกุลเงิน Fiat ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากหันมาลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum เพื่อรักษามูลค่าสินทรัพย์ของพวกเขา

ระวังการลดวงเงิน QE (QE Tapering) และการขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตามในปี 2022 ก็เป็นปีที่ต้องจับตามองเรื่องนโยบายการเงินต่าง ๆ ของรัฐบาลทั่วโลก เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้มีการคาดการณ์ออกมาว่าปีนี้น่าจะมีการลดวงเงิน QE (QE Tapering) รวมไปจนถึงการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ รวมไปถึงคริปโตเพื่อเข้าถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำลงได้เช่นกัน 

เราก็ต้องมาจับตาดูกันว่าการพัฒนาของโลกคริปโตจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินได้หรือไม่ เพราะอย่าลืมเวลาที่ตลาดคริปโตเติบโตด้วยนักลงทุนรายใหญ่ (หรือที่เราเรียกว่าวาฬ) พอวาฬเหล่านี้ถอนการลงทุนหรือขายทำกำไร ตลาดคริปโตก็จะปรับตัวลงรุนแรงเหมือนกัน

ส่วนตัวพี่ทุยก็ยังมองว่าตลาดคริปโต รวมทั้ง Bitcoin NFT และ Metaverse น่าจะยังเติบโตได้อีกในปีนี้ แต่อาจจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนปี 2021 ที่ผ่านมาที่สภาพแวดล้อมนั้นเหมาะกับการเติบโตของคริปโตมากจริง ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile