"NFT" คืออะไร - น่าสนใจมากแค่ไหนในมุมมองนักลงทุน ?

“NFT” คืออะไร – น่าสนใจมากแค่ไหนในมุมมองนักลงทุน ?

 

ฉบับย่อ

  • “NFT” หรือ Non-Fungible Token คือ Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่แสดงความเป็น “เจ้าของ” ของสินทรัพย์ ณ ปัจจุบันมีการใช้กับ “สินทรัพย์ดิจิทัล” อย่างแพร่หลาย
  • NFT ถูกใช้อย่างมากกับสินทรัพย์ที่มีความเฉพาะตัวสูงอย่างภาพวาดในวงการศิลปะหรือของในเกมส์ต่าง ๆ ที่มีเพีนงไม่กี่ชิ้นบนเกมนั้น ๆ รวมถึงถูกใช้วงการของ Youtuber และ Steamer สำหรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมห้องแฟนคลับแบบ Exclusive
  • อนาคตของ NFT ยังต้องจับต่อมองว่าสามารถเข้ามาใช้ในระดับ Mass ได้หรือไม่ เพราะ ณ ปัจจุบันยังถูกใช้ในวงแคบ ๆ โดยเฉพาะโลกดิจิทัลเท่านั้น ยังไม่ถูกนำมาใช้กับยืนยันความเป็นของในที่ดินหรือสินทรัพย์อื่น ๆ สักเท่าไหร่

ตอนนี้ถ้าใครได้ตามตลาดคริปโต (Cryptocurrency) จะเห็นได้ว่าตอนนี้กำลังมีเหรียญอีกหนึ่งประเภทที่กำลังพูดถึงอย่างมากนั่นก็คือ Non-Fungible Token (NFT) วันนี้พี่ทุยจะมาไปดูกันว่า “NFT” คืออะไร แล้วมันน่าสนใจยังไง ในมุมมองของนักลงทุน 

“NFT” คืออะไร ?

Non-Fungible Token หรือที่ถูกเรียกย่อ ๆ ว่า NFT ก็คือ Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่แสดงความเป็น “เจ้าของ” ของสินทรัพย์ โดยในแต่ละเหรียญจะมีความแตกต่าง มีมูลค่าที่ไม่เท่ากันและ Non-Fungible Token เหรียญอื่น ๆ ไม่สามารถทดแทนกันได้ 

อย่างเช่นสมมติว่าพี่ทุยมีคอมพิวเตอร์อยู่ตัวหนึ่งแล้วให้เพื่อนยืมไป เวลาเพื่อเอามาคืนจะต้องเอาคอมพิวเตอร์ตัวนี้มาคืนเท่านั้น ไม่สามารถไปซื้อเครื่องใหม่หรือหาที่ไหนมาคืนได้ เพราะมีความเฉพาะตัวที่สูง เพราะต่อให้รุ่นเดียวกัน ปีเดียวกันก็มีมูลค่าไม่เท่ากัน ข้อมูลในเครื่อง การจัดวางไฟล์ต่าง ๆ ไม่เหมือนกันอยู่ดี

ซึ่งถ้าหากเทียบกับ Cryptocurrency ที่เป็นประเภทตรงข้ามกันอย่าง Fungible Token ทั่วไปอย่าง Bitcoin , Dogecoin หรือเหรียญอื่น ๆ ส่วนใหญ่ถ้าเพื่อนเรายืมไป 1 Bitcoin เวลาคืนมาจะก็สามารถเอาเหรียญ Bitcoin ที่ไหนมาคืนก็ได้เพราะมีความเหมือนกันไม่แตกต่างกันนั่นเอง 

ดังนั้นด้วยความที่ Non-Fungible Token มีความเฉพาะตัวที่สูง และการถือครอง Non-Fungible Token ก็เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถซื้อเป็น “หน่วยย่อย” ได้เหมือน Cryptocurrency ประเภทอื่น ๆ Non-Fungible Token จะต้องซื้อเต็มหน่วยเท่านั้น เพราะลองคิดว่าดูว่าถ้า Non-Fungible Token เหรียญนั้นแทนภาพวาดสักหนึ่งภาพ เราก็ไม่สามารถซื้อครึ่งภาพได้นั่นเอง 

“NFT” ถูกเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง ?  

จากที่พี่ทุยลองดูการนำไปใช้ประโยชน์ (Use case) ทั่วโลกที่เกิดขึ้นมักจะถูกนำไปใช้กับสิ่งของที่หายาก มีจำกัด อย่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็จะหนีไม่พ้น “วงการศิลปะ” เมื่อศิลปินการมีสร้างสรรค์ผลงานก็สามารถนำผลงานมาออกเป็น Non-Fungible Token แล้วเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจได้ ในประเทศไทยก็จะมี “โต้ชิริก ติ้ก ชิโร่” ที่เพิ่งประมูลขาย Non-Fungible Token ภาพวาดงานศิลปะของตัวเองออกมา

หรือจะเป็น “วงการเกม” ที่นำเสนอขายของในเกม เป็น Non-Fungible Token เพื่อให้คนแสดงความเป็นของในสินทรัพย์นั่น ๆ ได้ เพราะอย่างใครที่เล่นเกมจะรู้ว่าของแต่ละชิ้นมีความแตกต่างกัน บางชิ้นออกจะมีหลายชิ้นได้ หรือถ้าเป็นของที่หายากจริง ๆ อาจจะมีเพียงไม่กี่ชิ้นในเกมเท่านั้น  

หรืออย่างในวงการ Youtuber หรือ Streamer เองก็มีการออก Non-Fungible Token เพื่อเป็นแสดงสิทธ์ในการเข้าร่วมห้องเฉพาะแฟนคลับเท่านั้น อาจจะมีออกเพียง 100 เหรียญเท่านั้น ใครที่อยากได้สิทธิ์ Exclusive การเข้าถึงตัว Youtuber หรือ Streamer ที่เราชื่นชอบมากขึ้นก็จะต้องหาซื้อ NFT มาครอบครองถึงจะสามารถเข้าห้องนั้นได้ 

แต่ก็ต้องยอมรับความด้วยข้อกำจัดหลาย ๆ ณ ปัจจุบัน Non-Fungible Token ยังถูกในยืนยันกรรมสิทธิ์เฉพาะสินทรัพย์ที่เป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” เท่านั้น ยังไม่มีการใช้กลับสินทรัพย์ทั่วไปสักเท่าไหร่

“Non-Fungible Token” มีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน ?

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกันมากขึ้น พี่ทุยขอยกตัวอย่างกรณีที่เราอยากซื้อที่ดินสักแปลงนึง เวลาที่เราซื้อสิ่งที่เรากลับมาก็คือ “โฉนดที่ดิน” เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามีเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นจริง ๆ ซึ่งโฉนดนั้นเราสามารถไปตรวจสอบได้ว่าเป็นของจริง หรือของปลอมโดนการนำไปตรวจสอบกับ “กรมที่ดิน” ถ้ากรมที่ดินยืนยันว่าของจริง ก็สามารถทำได้ซื้อขายเปลี่ยนมือได้เลย

ในกรณีของ Non-Fungible Token นั้นก็ไม่ต่างจากโฉนดที่ถูกใช้เป็นตัวยืนยันกรรมสิทธิ์ และผู้ที่คอยยืนยันให้กับเราว่า Non-Fungible Token นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ก็คือระบบ Blockchain ที่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Cryptocurrency ทุกเหรียญที่ช่วยทำให้การทำธุรกรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

อนาคตของ Non-Fungible Token จะเป็นอย่างไร ?

สำหรับพี่ทุยคิดว่าอนาคตน่าจะยังต้องจับตามองกันอีกสักพักว่าจะเป็นอย่างไร จะถูกนำไปใช้ แล้วทุกคนจะเข้าใจกับแนวคิดของ Non-Fungible Token ขนาดไหน เพราะพี่ทุยเชื่อว่า Non-Fungible Token ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่เห็นมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลบางอย่างเท่านั้น การที่จะเป็นที่นิยมและถูกยอมรับในวงกว้างจนสามารถนำมาใช้กับสินทรัพย์อื่น ๆ ได้อย่างที่ดิน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ นั้น พี่ทุยว่าอาจจะยังต้องใช้เวลาอีกเยอะพอสมควรเลย 

แต่การใช้ NFT ก็มี “ข้อควรระวัง” เช่นกัน เพราะอย่างที่เรารู้ว่า Non-Fungible Token คือเหรียญที่แสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งคำว่า “กรรมสิทธิ์” เราต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าได้สิทธิ์ขนาดไหน บาง Non-Fungible Token ที่เป็นตัวแทนของงานศิลปะอาจจะให้สิทธิ์เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สามารถทำภาพนั้นไปสกรีนอยู่บนเสื้อยืดแล้วขายได้

แต่บาง Non-Fungible Token อาจจะไม่อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สิทธิดังกล่าวอาจจะยังอยู่กับผู้สร้างสรรค์ผลงานก็เป็นไปได้เช่นกัน เหมือนกับที่เราซื้อรองเท้า Limited สักคู่นึงเราสามารถใส่ได้ แต่ไม่สามารถนำไปผลิตขายได้นั่นเอง

การใช้ Non-Fungible Token ในมุมมองของนักลงทุน

Non-Fungible Token ถือว่าเป็นประเภทเหรียญอีกหนึ่งประเภทเหรียญที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะ Non-Fungible Token ช่วยทำให้สินทรัพย์ที่มีมูลค่า หายาก มีความเฉพาะตัวสูง สามารถซื้อขายได้ง่ายมากขึ้น คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็ตาม ลองจินตนาการง่าย ๆ ของที่มีอยู่เท่าเดิม แต่ดึงความต้องการที่มากขึ้นจากทั่วโลกเข้ามา ก็จะทำให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ราคาของสินทรัพย์นั้นหรือ Non-Fungible Token นั้น ๆ ก็มีมูลค่าที่สูงขึ้นนั่นเอง

สำหรับนักลงทุนสินทรัพย์ใดก็ตามที่มีแนวโน้มราคาที่ชัดเจน มีความต้องการมากขึ้น นักลงทุนแบบเรา ก็สามารถเข้าไปหาโอกาสจังหวะทำกำไรได้เช่นกัน เพราะอย่างงานศิลปะจริง ๆ เองก็ถือว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทนึงสำหรับนักสะสมอยู่แล้ว   

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: