[บทวิเคราะห์] เจาะลึกหุ้นจีนถูก Delisting เป็นอย่างไร - กระทบนักลงทุนหรือไม่ ?

[บทวิเคราะห์] เจาะลึก “หุ้นจีน” ถูก Delisting เป็นอย่างไร – กระทบนักลงทุนหรือไม่ ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • กฎหมาย HFCAA มีข้อกำหนดหนึ่งที่กำหนดให้บริษัทต่างชาติต้องเปิดเผยข้อมูลถ้าหากบริษัทถูกควบคุมโดยรัฐบาล ซึ่ง กลต. มีจุดประสงค์เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลโครงสร้างและความเสี่ยงของบริษัทประเภท Shell Company อันเป็นบริษัทที่ไม่มีสินทรัพย์หรือการดำเนินที่เป็นของตนเองแต่จัดตั้งขึ่นมาเพื่อเชื่อมโยงหรือเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ
  • เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมีกระบวนการถอดถอนอยู่ 2 รูปแบบ คือ ถอดถอนแบบสมัครใจ (Voluntary) และถอดถอนแบบไม่สมัครใจ (Involuntary) หากถอดถอนแบบสมัครใจมักใช้วิธียกเลิกการจดทะเบียน (Deregistration) และการโอนขายทรัพย์สิน (Privatization) ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทเลือกจดทะเบียนใหม่ในตลาดหุ้นใดหรือไม่
  • นักลงทุนสามารถเลือกขายหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนที่จะถูกถอดถอนด้วยราคาตลาด หรือซื้อขายหุ้นต่อไปในรูปแบบ OTC ถ้าหากบริษัทยังคงการซื้อขายหุ้นในรูปแบบ OTC หรือสามารถโอนย้ายหุ้นไปซื้อขายในตลาดหุ้นอื่น หากบริษัทได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก นักลงทุนไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอโอนย้ายหุ้นและเวลาผ่านไป 6 เดือนหลังการถอดถอนหุ้น สถาบันรับฝากหุ้นจะขายหุ้นและจ่ายเงินหลังหักค่าใช้จ่ายคืนนักลงทุนทั้งหมด

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

นับเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาสำหรับกระแสการถอดถอนหุ้นจีนอีกครั้ง เมื่อทางการสหรัฐฯ ประกาศรายชื่อบริษัทที่ต้องเปิดเผยรายงานการตรวจสอบต่อหน่วยงานกำกับดูแล ส่งให้ราคาหุ้นจีนโดยเฉพาะที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงทันที ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก พี่ทุยจึงขอพานักลงทุนทุกคนไปเจาะลึกการ Delisting “หุ้นจีน” ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างละเอียดกันหน่อย ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันเลย

ทำไมสหรัฐฯ ต้องตรวจสอบบัญชีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น

พระราชบัญญัติ Sarbanes-Oxley ปี 2002 ที่ประกาศใช้หลังเกิดเหตุอื้อฉาวด้านบัญชีของบริษัท Enron Corp. ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นต้องได้รับการตรวจสอบบัญชีโดย U.S. Public Company Accounting Oversight Board (PCAOB)

ตลอดสองทศวรรษของการเจรจา ทางการจีนปฏิเสธที่จะให้เข้าถึงข้อมูลทางบัญชี ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาปะทุเป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2019 เมื่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ของจีน Luckin Coffee ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ถูกตรวจพบว่ามีเจตนาสร้างรายได้ที่ไม่เป็นจริงขึ้นมา ส่งผลให้ปีถัดมาสภาคองเกรสมีมติเป็นเอกฉันท์ให้บริษัทจีนและฮ่องกงที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต้องถูกตรวจสอบ

ทำไมบริษัทจีนและฮ่องกงถึงนิยมจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ตลาดการเงินสหรัฐฯ มีสภาพคล่องและความหลากหลายของนักลงทุน บริษัทจากจีนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ใหญ่และผันผวนน้อยกว่าตลาดการเงินในประเทศจีน นอกจากนี้ความเร็วของการระดมทุนในสหรัฐฯ ยังเหนือกว่าตลาดการเงินประเทศจีน ซึ่งแม้แต่บริษัทที่มีคุณภาพยังต้องใช้เวลามากกว่าเดือนในการระดมทุนเนื่องจากกระบวนการที่แสนยาวนานของสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Holding Foreign Companies Accountable Act (HFCAA) เป็นกฎหมายที่กำหนดให้บริษัทที่มีสำนักงานในเขตอำนาจศาลต่างประเทศ และ Public Company Accounting Oversight Board (PCAOB) ไม่สามารถตรวจสอบบัญชีได้อย่างสมบูรณ์อันเนื่องมาจากข้อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลในเขตอำนาจศาลต่างประเทศต้องเปิดเผยรายงานการตรวจสอบ

ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อ “หุ้นจีน” เสี่ยงจะถูก Delisting

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สหรัฐฯ จะประกาศรายชื่อชั่วคราวของบริษัทที่ต้องเปิดเผยรายงานการตรวจสอบบัญชี ซึ่งเมื่อต้นเดือน มี.ค. ได้มีการเปิดเผยรายชื่อเป็นครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดมีจำนวน 6 บริษัท ดังนี้ BeiGene, Yum China Holdings, Zai Lab Limited, ACM Research, HUTCHMED (China) Limited, Weibo Corporation ราคาหุ้นจีนและฮ่องกงที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ร่วงแรงทันที สำหรับบริษัทที่อยู่ในรายชื่อนี้จะมีเวลา 3 ปี เพื่อให้ PCAOB ตรวจสอบ

ด้านหน่วยงานกำกับดูแลของจีนออกแถลงการณ์หลังจากนั้นโดนระบุว่ามีความคืบหน้าในทางที่ดีของการเจรจากับหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ

กฎหมาย HFCAA มีข้อกำหนดหนึ่งที่กำหนดให้บริษัทต่างชาติต้องเปิดเผยข้อมูลถ้าหากบริษัทถูกควบคุมโดยรัฐบาล ซึ่ง กลต. มีจุดประสงค์เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลโครงสร้างและความเสี่ยงของบริษัทประเภท shell company อันเป็นบริษัทที่ไม่มีสินทรัพย์หรือการดำเนินที่เป็นของตนเองแต่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงหรือเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อว่า Variable Interest Entity (VIEs) ซึ่งบริษัทจีนมักใช้เพื่อจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดย VIEs เป็นบริษัทตัวแทนนอกประเทศจีน จะมีสิทธิในการรับรายได้จากธุรกิจที่ทำในจีน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวบริษัทในจีน

ทางด้านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติจีนห้ามบริษัทจีนส่งเอกสารการตรวจสอบให้กับหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ล่าสุด กลต. จีน เผยว่ากำลังพิจารณาอนุญาตให้หน่วยงานของสหรัฐฯ ตรวจสอบเอกสารของบริษัทที่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น  บริษัทร้านอาหาร Yum! China Holdings, บริษัทแพลตฟอร์มท่องเที่ยว Trip.com

มาตรการที่ใช้และเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นจีนในปัจจุบัน

ภายใต้ข้อกฎหมาย HFCAA บริษัทจะถูกถอนถอดจากตลาดหุ้นหากบริษัทไม่ทำตามข้อปฏิบัติการตรวจสอบติดต่อกัน 3 ปี และสามารถกลับเข้าตลาดหุ้นได้หากมีการรับรองได้ว่าถูกตรวจสอบโดยบริษัทตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการรับรองจาก กลต. สหรัฐฯ

PCAOB รายงานว่าถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงข้อมูล 200 บริษัททั้งจีนและฮ่องกง ซึ่งถ้าบริษัทเหล่านี้ยังอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยังเปิดเผยข้อมูลแบบเดิม ก็จะต้องติดในรายชื่อชั่วคราวของบริษัทที่ต้องเปิดเผยรายงานการตรวจสอบบัญชีเร็วๆนี้ ในจำนวนนี้รวมไปถึงบริษัท Alibaba, PetroChina, Baidu และ JD.com

ทางการจีนตอบสนองกับเรื่องนี้อย่างไร

นอกจากออกมาเปิดเผยว่ากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ก็เผยเพิ่มอีกว่าจะสนับสนุนให้บริษัทไปจดทะเบียนในต่างประเทศ ลดกระแสความกดดันด้านมาตรการควบคุม

กระบวนการถอดถอน (Delisting) “หุ้นจีน” ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ

จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมีกระบวนการถอดถอนอยู่ 2 รูปแบบ คือ ถอดถอนแบบสมัครใจ (voluntary) และถอดถอนแบบไม่สมัครใจ (involuntary)

  • การถอดถอนหุ้นแบบสมัครใจ

การถอดถอนแบบสมัครใจมักใช้วิธียกเลิกการจดทะเบียน (deregistration) และการโอนขายทรัพย์สิน (privatization) ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทเลือกจดทะเบียนใหม่ในตลาดหุ้นใดหรือไม่

บริษัทถอดถอนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยมีการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง (ADRs with HK listing) ก็จะเลือกวิธียกเลิกการจดทะเบียน (deregistration) ภายหลังการถอดถอนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นต่อได้ในตลาดหุ้นอื่นนอกสหรัฐฯ

ส่วนบริษัทที่ถอดถอนแล้วไม่มีการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องและไม่มีแผนการเปิดให้หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถซื้อขายกันได้แบบ OTC หรือการซื้อขายแบบไม่เป็นทางการผ่านการเจรจาต่อรองทางโทรศัพท์ บริษัทจะเลือกวิธีการโอนขายทรัพย์สิน (privatization) ซึ่งเป็นกระบวนการที่บริษัทต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นกลับจากนักลงทุน โดยส่วนใหญ่จะต้องจ่ายด้วยราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป และสำหรับบริษัทที่มีเงินทุนเพียงพออาจพิจารณายุติสถานะมหาชนตามขั้นตอนที่ข้อกฎหมายกำหนด

  • การถอดถอนหุ้นแบบไม่สมัครใจ

ที่ผ่านมาเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการผิดกฎด้านบัญชีและบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็จะถอดถอดหุ้นออกตามขั้นตอนกฎหมาย โดยในกรณีของการผิดกฎด้านบัญชี บริษัทอาจเปิดซื้อขายหุ้นได้ในรูปแบบ OTC

นักลงทุนจะทำอย่างไรกับ “หุ้นจีน” ที่ลงทุนอยู่ปละเสียงจะโดน Delisting

  • นักลงทุนสามารถเลือกขายหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนที่จะถูกถอดถอนด้วยราคาตลาด
  • นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นต่อไปในรูปแบบ OTC ถ้าหากบริษัทยังคงการซื้อขายหุ้นในรูปแบบ OTC เช่น Luckin Coffee อย่างไรก็ตามหากบริษัทติดในรายชื่อของ CII (Council of Institutional Investors) ติดต่อกัน 3 ปี
  • นักลงทุนสามารถโอนย้ายหุ้นไปซื้อขายในตลาดหุ้นอื่น หากบริษัทได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก นักลงทุนก็จะเปลี่ยนหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เป็นหุ้นในตลาดหุ้นอื่นได้ เช่นกรณีการย้ายกลับไปซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงของบริษัทเทคโนโลยีจีน นักลงทุนเพียงแจ้งความประสงค์ไปยังบริษัทหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในสหรัฐฯ และฮ่องกง มีค่าใช้จ่าย 5 ดอลลาร์ต่อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กระบวนการใช้เวลา 2 วันทำการ ซึ่งอาจต้องรับความเสี่ยงจากการราคาหุ้นที่เปลี่ยนไประหว่างกระบวนการ
  • นักลงทุนจะได้รับเงินลงทุนทั้งหมดคืนหากนักลงทุนไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอโอนย้ายหุ้นและเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือนหลังการถอดถอนหุ้น สถาบันรับฝากหุ้นจะขายหุ้น ณ ราคาตลาดที่มีการจดทะเบียนใหม่ และจ่ายเงินหลังหักค่าใช้จ่ายคืนนักลงทุนทั้งหมด

จากข้อมูลข้างต้นเห็นได้ชัดว่าการถอนหุ้นจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นปัญหาที่ไม่มีทางออก บริษัทจีนมีเวลากว่า 3 ปี เพื่อส่งรายงานให้เป็นไปตามที่หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ กำหนด หรือแม้กระทั่งหากบริษัทต้องถอดถอนหุ้นก็ยังมีทางออกมากมายสำหรับนักลงทุน ดังนั้นนักลงทุนอาจยังไม่ต้องกังวลอย่างที่เป็นมาแต่ก็ต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
error: