เวลาพูดถึงการเก็บเงินให้ปลอดภัย คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง ลงทุนธนาคาร เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะฝากประจำ ฝากออมทรัพย์ หรือซื้อหุ้นกู้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการ ลงทุนกับธนาคาร แต่ละรูปแบบก็ให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน แถมความเสี่ยงก็ยังต่างกันด้วย
วันนี้พี่ทุยจะพาเพื่อน ๆ มาดูว่า ถ้าเอาเงิน 100,000 บาทไป ลงทุนกับธนาคาร ในรูปแบบต่าง ๆ จะได้ผลตอบแทนและความเสี่ยงแบบไหนบ้าง
1. ฝากเงินในธนาคาร – เหมือนเป็นลูกค้า
วิธีนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ เพราะง่ายและปลอดภัยสุด ๆ แค่เอาเงินไปฝาก ก็ได้ดอกเบี้ยทุกเดือน หรือทุกปี
ดอกเบี้ยเฉลี่ย: 0.25% ต่อปี
เงินลงทุนเริ่มต้น: 100,000 บาท
ผลตอบแทนหลัง 10 ปี: 102,528 บาท
พูดง่าย ๆ คือ ผ่านไป 10 ปี เงินเพิ่มมาแค่ 2,528 บาท หรือปีละประมาณ 250 บาทเท่านั้นเอง
ข้อดีของวิธีนี้คือ ปลอดภัยสุด ๆ ไม่มีความเสี่ยงเสียเงินต้น แต่ข้อเสียก็ชัดเจนคือ เงินแทบไม่โต แถมยังแพ้เงินเฟ้ออีกด้วย
สรุป: เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินปลอดภัย ไม่อยากเสี่ยง แต่ถ้าหวังโตไว วิธีนี้อาจทำให้เราสูญเสียโอกาสในการเพิ่มพูนทรัพย์สิน
2. ซื้อหุ้นกู้ธนาคาร – เหมือนเป็นเจ้าหนี้
หุ้นกู้ธนาคารคือ การที่เรากำลัง “ให้ธนาคารยืมเงิน” ในระยะเวลาหนึ่ง แลกกับดอกเบี้ยที่สูงกว่าฝากเงินปกติ
ดอกเบี้ยเฉลี่ย: 3% ต่อปี
เงินลงทุนเริ่มต้น: 100,000 บาท
ผลตอบแทนหลัง 10 ปี: 134,392 บาท
เห็นชัดว่ากำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าฝากประจำหลายเท่า คือเพิ่มมา 34,392 บาท
ข้อดีของหุ้นกู้คือ ปลอดภัยกว่าเล่นหุ้น เพราะได้เงินคืนเต็มจำนวนถ้าธนาคารไม่ล้ม แต่ข้อเสียคือ โอกาสได้เงินมากกว่านี้ก็จำกัด เพราะดอกเบี้ยคงที่ และไม่สามารถเข้าร่วมส่วนแบ่งกำไรของธนาคารได้
สรุป: เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงระดับกลาง ๆ อยากให้เงินโตพอชนะเงินเฟ้อ แต่ไม่อยากเสี่ยงสูง
3. ซื้อหุ้นธนาคาร – เหมือนเป็นเจ้าของ
วิธีนี้คือการ “ซื้อหุ้น” ของธนาคารเอง เราก็จะกลายเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธนาคาร จะได้ทั้ง ส่วนแบ่งกำไร (ปันผล) และ โอกาสราคาหุ้นขึ้น
ปันผลเฉลี่ย: 7% ต่อปี
เงินลงทุนเริ่มต้น: 100,000 บาท
ผลตอบแทนหลัง 10 ปี: 196,715 บาท
เงินโตเกือบ เป็นสองเท่า โดยไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เลือกลงทุนในธุรกิจที่เราเชื่อมั่น
ข้อดีคือ ผลตอบแทนสูงสุด และเงินมีโอกาสโตเกินเงินเฟ้อแบบสบาย ๆ
ข้อเสียคือ ความเสี่ยงสูงกว่า เพราะราคาหุ้นขึ้นลงตามตลาด ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีหรือธนาคารมีปัญหา ราคาหุ้นก็ลดลง
สรุป: เหมาะกับคนที่อยากให้เงินโตสูง พร้อมรับความเสี่ยง และสนใจลงทุนในธุรกิจที่เข้าใจ
ความเสี่ยง vs ผลตอบแทน เมื่อ ลงทุนธนาคาร
เห็นชัดเจนว่าความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนก็สูงตาม แต่ไม่ว่าจะลงทุนแบบไหน จุดสำคัญคือการวางแผนและเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง
เคล็ดลับก่อนลงทุนกับธนาคาร
1. เข้าใจประเภทเงินฝากและหุ้นกู้
ก่อนจะลงทุนกับธนาคาร ต้องเข้าใจว่าแต่ละประเภทมี คุณสมบัติและข้อจำกัดต่างกัน
เงินฝากออมทรัพย์ / ฝากประจำ: ดอกเบี้ยต่ำ แต่ถอนได้สะดวก เหมาะกับเก็บเงินฉุกเฉิน
หุ้นกู้ธนาคาร: เป็นเหมือน “ให้ธนาคารยืมเงิน” ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝาก แต่ต้องถือครบกำหนด ไม่สามารถถอนก่อนกำหนดได้ง่าย
หุ้นธนาคาร: เสี่ยงสูงที่สุด เพราะราคาหุ้นขึ้นลงตามตลาด แต่มีโอกาสโตสูงกว่าเงินฝากหรือหุ้นกู้
ตัวอย่าง: ถ้าเราซื้อหุ้นกู้ธนาคาร 3 ปี แต่เกิดเหตุฉุกเฉินต้องถอนก่อน ก็มักจะเสียดอกเบี้ยบางส่วน หรืออาจไม่ได้ครบตามจำนวนดอกเบี้ยที่คาดหวัง ดังนั้นอ่านเงื่อนไขให้ชัดก่อนลงทุน
2. ประเมินความเสี่ยงตัวเอง
ทุกคนมี ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่างกัน การลงทุนแบบที่ไม่ตรงกับตัวเองอาจทำให้เครียด
คนกลัวความเสี่ยง: ฝากประจำอาจเหมาะที่สุด เพราะปลอดภัย ไม่ต้องกังวล
คนอยากเงินโตสูง: หุ้นธนาคารเป็นตัวเลือกดี เพราะได้ทั้งปันผลและโอกาสราคาหุ้นขึ้น
คำแนะนำ: ลองถามตัวเองว่า “ถ้าเงินหายไป 10% ฉันจะตกใจหรือไม่?” ถ้าใจสั่น หุ้นอาจไม่เหมาะ แต่ถ้าพร้อมถือยาว หุ้นธนาคารจะช่วยเงินโตได้
3. อย่าใส่เงินทั้งหมดในที่เดียว
การกระจายความเสี่ยง คือหัวใจสำคัญของการลงทุน
แบ่งเงินไว้หลาย ๆ ช่องทาง เช่น ฝากประจำบางส่วน, หุ้นกู้บางส่วน, หุ้นธนาคารบางส่วน
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยง ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ธนาคารเกิดปัญหา เงินบางส่วนยังปลอดภัย
ตัวอย่าง: ถ้าเรามีเงิน 100,000 บาท
40,000 บาท ฝากประจำ
30,000 บาท ซื้อหุ้นกู้
30,000 บาท ซื้อหุ้นธนาคาร
แบบนี้แม้หุ้นธนาคารตก ก็ยังมีเงินฝากและหุ้นกู้ที่ค่อนข้างปลอดภัย
4. ติดตามข่าวสารธนาคารและเศรษฐกิจ
การลงทุนไม่ได้จบแค่ซื้อแล้วนอนนิ่ง ๆ การติดตาม ข่าวสารธนาคารและเศรษฐกิจ จะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงและปรับแผนได้
ดูผลประกอบการธนาคาร เช่น กำไร, NPL (หนี้เสีย)
สถานะเศรษฐกิจ เช่น ดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ, สภาพคล่องของระบบธนาคาร
ถ้าเห็นธนาคารเริ่มมีปัญหา อาจปรับสัดส่วนการลงทุน หรือเลี่ยงลงทุนเพิ่มเติม
ตัวอย่าง: ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำและธนาคารมีหนี้เสียสูง อาจเลือกเพิ่มเงินฝากประจำที่ปลอดภัย แทนการเพิ่มหุ้นธนาคาร
สรุปท้ายบท
เงินในธนาคารไม่ได้ปลอดภัยเหมือนแต่ก่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุด การเลือกลงทุนแบบเหมาะสมกับความเสี่ยงของตัวเอง จะช่วยให้เงินโตแบบไม่ต้องเครียด
บทเรียนสำคัญ: อย่าปล่อยให้เงินนอนนิ่ง ๆ ในบัญชี เพราะผ่านไป 10 ปีอาจโตขึ้นน้อยกว่าที่คิด ลองหาช่องทางลงทุนแบบ “ปลอดภัยแต่พอให้โต” หรือ “เสี่ยงมาก แต่เงินโตเร็ว” แล้วปรับให้เหมาะกับตัวเองนะครับบบ
ติดตามพี่ทุยได้ที่ Facebook
อ่านบทความเพิ่มเติม