ช่วงที่ผ่านมา “ธุรกิจโลจิสติกส์” สามารถเติบโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจในประเทศ มาพร้อม ๆ กับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี 2563 วันนี้พี่ทุยเลยจะมาเจาะลึกกับธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ที่หลาย ๆ คนเคยใช้บริการ นั่นก็คือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น KEX เพื่อให้นักลงทุนที่มีความสนใจศึกษาข้อมูล ได้เตรียมความพร้อมก่อนการเข้าลงทุน
หุ้น KEX ทำอะไร ?
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KEX) ดำเนินธุรกิจด้านการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในไทยแบบครบวงจรและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกประเภทผ่านเครือข่ายทั่วประเทศของบริษัท โดยมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าในทุกรูปแบบ ได้แก่ 1. การจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) 2. การจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และ 3. การจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B)
โครงสร้างรายได้ ปี 2563
ในปี 2563 KEX มีรายได้จากการขายและจัดส่งพัสดุทั้งสิ้น 18,891 ล้านบาท ประกอบไปด้วย
1. การจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) จำนวน 10,011 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 53 %
บริการขนส่งพัสดุแบบด่วนและเก็บเงินปลายทาง สำหรับผู้ค้าปลีกและบุคคลทั่วไป ผ่านเครือข่ายที่กว้างขวางของ KEX ด้วยจุดให้บริการจำนวน 15,991 แห่งทั่วประเทศ (ได้แก่ คลังพัสดุ ร้านพาร์เซลช็อป (Parcel Shop) ตู้เก็บพัสดุ จุดบริการตามร้านค้าพันธมิตร) และจุดบริการอื่น ๆ (ได้แก่ จุดบริการตาม สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และจุดบริการ Offline-to-Online (O2O))
นอกจากนี้ KEX ยังมีบริการรับ-ส่งพัสดุถึงบ้าน (D2D) ซึ่งมี การเข้ารับพัสดุถึงสถานที่ของลูกค้ารายบุคคล
2. การจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) จำนวน 8,528 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 45 %
ให้บริการแก่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโฮมชอปปิง เกือบทุกแห่งที่ดำเนินการในไทย KEX มีบริการอีคอมเมิร์ซที่ครบวงจร ประกอบด้วย บริการขนส่งข้ามเขตแดน (Cross-border Solution) บริการ e-Fulfillment การบริหาร จัดการคืนพัสดุด่วน และบริการเก็บเงินปลายทาง
3. การจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) จำนวน 352 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 2 %
ให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจผู้ที่ต้องการจัดส่งพัสดุไปยังสำนักงาน สาขา และสถานที่ทำธุรกิจอื่น ๆ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน สำนักงานกฎหมาย บริการขนส่งข้ามประเทศ ร้านค้าในเครือ บริษัทค้าปลีกสมัยใหม่ บริษัทขายตรง บริษัท โทรคมนาคม บริษัทการค้า และสำนักงานทั่วไป
ผลการดำเนินงาน KEX ปี 2562 – ไตรมาส 2/2564
ในปี 2563 KEX มีรายได้รวม 18,917 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,405 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นที่ 5.8% รวมถึงอัตรากำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น เป็น 7.4% ในปี 2563 จากเดิม 6.7% ในปี 2562 โดยเป็นผลจากประสิทธิภาพด้านบริหารและจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน การบริหารจัดการการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น และการบริหารจัดการเส้นทางการจัดส่งและการจัดการยานพาหนะ ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของ KEX
และหากพิจารณาในงบครึ่งปีแรก ปี 2564 มีรายได้รวมอยู่ที่ 8,862 ล้านบาท กำไรสุทธิ 638 ล้านบาท โดยมีปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมียอดการจัดส่งพัสดุทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New High Record) กว่า 167 ล้านชิ้นในครึ่งปีแรกของปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นถึง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2565 ซึ่งเป็นผลจากการความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านราคาที่ทำอย่างต่อเนื่อง
ด้วยจุดแข็งของ KEX ทั้งคุณภาพการให้บริการ รวมถึงราคาส่งพัสดุที่มี “ราคาถูก” ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มการจัดส่งราคาประหยัดมากยิ่งขึ้น
จุดแข็งของ หุ้น KEX
1. ผู้นำด้านธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย
ความเป็นผู้นำด้านการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย ซึ่งแบรนด์เป็นที่รู้จักในอันดับต้น ๆ เอกลักษณ์ของ KEX ที่มีการจัดส่งพัสดุด่วน โดยการจัดส่งภายในวันถัดไป ซึ่งครอบคลุมกว่า 99.9% ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ
2. มีพันธมิตรที่หลากหลาย
พันธมิตรทางธุรกิจที่โดดเด่น ส่งผลให้มีการเติบโตในด้านปริมาณและเป็นการส่งเสริมแบรนด์ของ KEX
3. รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบ Hub-and-Spoke
มีเครือข่ายขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศที่ปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีความยืดหยุ่น การเข้าถึงตลาดของผู้ประกอบการใหม่จึงทำได้ยาก และทำให้ KEX มีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
4. ความแข็งแกร่งทางการเงิน
สถานะทางการเงินที่เข้มแข็ง ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ อำนาจในการกำหนดราคา และรายได้ที่มาจากหลายทาง
5. คุณภาพการให้บริการ และความน่าเชื่อถือ
ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านคุณภาพการให้บริการ และความน่าเชื่อถือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีประสิทธิภาพ
6. คณะผู้บริหารมืออาชีพ
คณะผู้บริหารที่มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการและมีประสบการณ์สูง ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง
อัตราส่วนทางการเงินของ หุ้น KEX
หากพิจารณาในงบ 6 เดือนแรกของปี 2564
ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 33.25 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ย. 2564) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ที่ราคาหุ้น ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 49.25 บาท เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ดุเดือด และต้นทุนที่เพิ่มจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนั่นเอง
P/BV Ratio มีค่าที่สูงกว่า 1 บ่งบอกถึงนักลงทุนมองเห็นแนวโน้มในอนาคตว่าบริษัทฯ จะเติบโตจนมีกำไรสะสมกลับมาช่วยทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เนื่องจากในระยะยาวนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ และสามารถเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของ P/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงนั่นเอง โดยอยู่ที่ 44.32 เท่า หากเปรียบเทียบกับบริษัทแม่ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกง นั่นก็คือ หุ้น Kerry Logistics Network (0636) ที่มี P/E Ratio อยู่ที่ 6.43 เท่า จึงถือว่า KEX ในไทยนั้นค่อนข้างแพงพอสมควรเลย
D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ที่ระดับ 0.59 เท่า โดยทั่วไปแล้ว D/E Ratio ยิ่งมีค่าต่ำยิ่งดี บ่งบอกถึงบริษัทฯ มีภาระหนี้สินที่ต่ำ มีความแข็งแรงทางด้านการเงินที่สูง สาเหตุที่ KEX มีค่า D/E ต่ำ เนื่องจากบริษัทระดมทุนได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ไปชำระคืนเงินกู้ยืม จึงทำให้หนี้สินลดลงนั่นเอง
ROA และ ROE ตามหลักการแล้วยิ่งสูงยิ่งถือว่า บริษัทนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดูในงบปี 2563 และครึ่งแรกปี 2564 แล้วพบว่า ทั้งสองอัตราส่วนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 10 % แสดงให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพของบริษัทได้เป็นอย่างดี
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ KEX
1. เพิ่มบทบาทและความเป็นผู้นำ ในตลาดประเทศไทยให้สอดคล้อง กับแนวคิด “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ทั่วทุกที่” (Kerry Express Everywhere)
KEX จะขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องโดยใช้ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งทำให้สามารถคาดการณ์การเติบโตของตลาดและจำนวนลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เติบโตในภาคธุรกิจการจัดส่ง พัสดุแบบ C2C ในประเทศไทย
KEX ได้ปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมและความนิยมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ยังคงขยายตลาดและเจาะกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมต่อไป พร้อมทั้งลงทุนทำการตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก (Mass Marketing) และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ KEX ในฐานะแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมโดยทั่วไป (Household Brand)
3. ลงทุนในเทคโนโลยี และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
KEX จะลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความสามารถศึกษาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพ พัฒนาประสิทธิภาพ และผลักดันการเติบโตผ่านความคิดริเริ่มใหม่ ๆ พร้อมทั้งขยายศูนย์ข้อมูล และศูนย์สำรองข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน
4. มุ่งผนึกกำลังกับพันธมิตร และผู้ถือหุ้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน
KEX จะรักษาการดำเนินการ ตามแนวคิดการ “เป็นผู้ประกอบการที่เป็นกลาง” และมุ่งลงทุนเชิงกลยุทธ์ ผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมการเติบโตของ KEX อย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น
5. สร้างความหลากหลาย เพื่อการเติบโต
KEX เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ผ่านเครือข่ายที่มีอยู่ ในปัจจุบัน และโครงการใหม่ที่ได้ริเริ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และการเติบโตของผลกำไรพร้อมสร้างการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth)
6. ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
KEX มุ่งมั่นใช้กลยุทธ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาการให้บริการ สวัสดิภาพพนักงาน และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสานความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนกับชุมชนที่ KEX ให้บริการ
อนาคตของ KEX จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?
1. การเติบโตของตลาด E-Commerce อย่างรวดเร็ว
ผลจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมียอดการจัดส่งพัสดุทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New High Record) กว่า 167 ล้านชิ้นในครึ่งปีแรกของปี 2564
2. การแข่งขันจากผู้ประกอบการ ด้านโลจิสติกส์ ทั้งในและต่างประเทศ
KEX ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ประกอบการ ด้านโลจิสติกส์ทั้งที่เป็นบริษัทระหว่างประเทศภายในภูมิภาคและภายในประเทศ ทั้งในด้านรูปแบบการประกอบธุรกิจ ความสามารถดำเนินงาน การกำหนดราคา การควบคุมต้นทุน และ คุณภาพการให้บริการ
เพื่อรับมือกับปัญหาภาวะการแข่งขันที่สูง KEX ได้มีการศึกษาวิเคราะห์ แนวโน้มและการเคลื่อนไหวของตลาดและคู่แข่ง รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อ ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ นำเสนอบริการใหม่ ๆ และปรับกลยุทธ์เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กลยุทธ์ด้านราคาที่ทำอย่างต่อเนื่อง
3. ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
KEX ต้องบริหารต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำ ความสามารถในการทำกำไร และความสามารถแข่งขันในระยะยาว โดย KEX ได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบริหารต้นทุนการดำเนินงานผ่านการขยายเครือข่าย ซึ่งเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการปรับปรุงประสิทธิภาพ การดำเนินงานผ่านการบริหารเส้นทางการจัดส่งพัสดุและการใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้
4. เคอรี่ วอลเล็ท (KERRY Wallet) เตรียมเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564
สำหรับระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ “เคอรี่ วอลเล็ท (KERRY Wallet)” จะเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทได้เป็นอย่างดี โดย KEX ตั้งเป้าหมายให้เป็นระบบที่สามารถรองรับการชำระเงินได้ในหลากหลายรูปแบบสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ KEX เป็นประจำ รวมถึงคนทั่วไปที่มีไลฟ์สไตล์ในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
5. วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO)
KEX จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขยายธุรกิจ ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยมีแผนในการพัฒนาและลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันในทุกภาคส่วนรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่
6. ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจผันผวน
ค่าเชื้อเพลิงเป็นองค์ประกอบหลักของต้นทุนการดำเนินงานของ KEX โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจผันผวน โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตน้ำมันของตลาดโลก ฤดูกาล สภาพอากาศ การเมืองโลก และปัจจัยอื่น ๆ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม KEX ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล่านี้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
