วิเคราะห์ “หุ้น AU” ผู้นำธุรกิจร้านขนมหวาน และเครื่องดื่มของไทย

5 min read  

ฉบับย่อ

  • บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น AU ดำเนินธุรกิจจำหน่ายขนมหวานและเบเกอรี่
  • รายได้จากร้านขนมหวาน และเครื่องดื่ม ในปี 2564 มีมูลค่า 514 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 82% ของรายได้รวม
  • ปี 2564 รายได้รวม เท่ากับ 628 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 4 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเหลือเพียง 0.6%
  • มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยสาขาส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้ มอลล์ชั้นนํา เช่น centralwOrld, ICONSIAM, SIAM SQUARE ONE และ SIAM PARAGON 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำธุรกิจร้านขนมหวาน และเครื่องดื่มของไทยอย่าง “หุ้น AU” หรือบริษัท บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)

ร้าน อาฟเตอร์ ยู จะมีความน่าสนใจในการลงทุนแค่ไหน วันนี้พี่ทุยได้สรุปพร้อมกับการวิเคราะห์มาให้นักลงทุนได้อ่านอย่างเข้าใจง่าย ๆ กัน

หุ้น AU ทำอะไร ?

บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น AU ดำเนินธุรกิจจำหน่ายขนมหวานและเบเกอรี่ โดยบริษัทฯ แบ่งธุรกิจออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. ธุรกิจร้านขนมหวาน และร้านเครื่องดื่ม

เป็นผู้ประกอบการร้านขนมหวาน โดยมีสินค้าปรุงสดขายในสาขา จำนวนทั้งสิ้น 40 สาขา ซึ่งดำเนินธุรกิจ ภายใต้ชื่อ “อาฟเตอร์ ยู” และการขายเครื่องดื่มและขนมหวานใน สาขาร้านกาแฟขนาดเล็ก  จำนวน ทั้งสิ้น 9 สาขา ซึ่งดำเนินธุรกิจ ภายใต้ชื่อ “Mikka” 

2. ธุรกิจการขายสินค้าและวัตถุดิบ และการรับจ้างผลิต

รับจ้างผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ให้กับลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการสายการบิน และร้านอาหาร ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักที่จําหน่าย อาทิ พาย คุกกี้ ขนมปัง และมีบริการจัดอาหารว่าง หรือ Snack Box สําหรับลูกค้าในโอกาสต่าง ๆ สินค้าสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการขายสินค้าและวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร

3. ธุรกิจการขาย และการบริการจัดงานนอกสถานที่

ได้มีการขยายช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้าไปสู่การบริการจัดงานเลี้ยงนอกสถานที่  เช่น บริการจัดเลี้ยงในงานแต่งงานและงานในโอกาสพิเศษการออกบูธขายสินค้าตามสถานที่ต่าง ๆ (Pop-Upstore)

4. ธุรกิจแฟรนไชส์

การรับรู้รายได้ของค่าธรรมเนียมแรกเข้า “After You” แฟรนไชส์ที่ฮ่องกง และได้ให้สิทธิแฟรนไชส์ร้านกาแฟมิกก้า “Mikka” แก่ผู้สนใจลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งมีนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง คุณ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เลือกลงทุนเปิดธุรกิจร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ Mikka Cafe’ ด้วยเช่นกัน 

โครงสร้างรายได้ ปี 2564

บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)

  • รายได้จากร้านขนมหวาน และเครื่องดื่ม ในปี 2564 มีมูลค่า 514 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 82% ลดลง 186 ล้านบาท หรือ 27 % จากปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในช่วงไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 ปี 2564 จากการปิดให้บริการร้านขนมหวานบางสาขาเป็นการชั่วคราวตามมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐบาล 
  • รายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ ในปี 2564 มีมูลค่า 43 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 7% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือ 105% จากปี 2563 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการขายวัตถุดิบให้กับร้านแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe) เป็นหลัก
  • รายได้จากการขาย และการจัดงานนอกสถานที่ ในปี 2564 มีมูลค่า 53 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 9% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท หรือ 20% จากปี 2563 เนื่องจากการ เพิ่มขึ้นของจำนวนการออกบูธเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2564 ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
  • รายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ในปี 2564 มีมูลค่า 10 ล้านบาท สัดส่วนรายได้คิดเป็น 2% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท หรือ 233% จากปี 2563 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมแรกเข้า และส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมในส่วนของร้านแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe)

ผลการดำเนินงานปี 2562 – 2564

บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)

หากพิจารณาในผลการดำเนินงาน ปี 2564 รายได้รวม เท่ากับ 628 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 146 ล้านบาท หรือ 19 % โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2564 จากการปิดให้บริการร้านขนมหวานบางสาขาเป็นการชั่วคราวจากสถานการณ์โควิดในประเทศ ทำให้มีกำไรขั้นต้น เท่ากับ 355 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลง 113 ล้านบาท หรือ 24% จากปี 2563 และมีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับ 57.3 % ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 60.9 ในปี 2563

ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่ลดลงจากการปิดสาขาให้บริการเป็นการชั่วคราว รวมถึงการลดระยะเปิดทำการตามมาตรการของภาครัฐบาลในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2564 รวมถึงสัดส่วนยอดขายสินค้าผ่านบริการส่งอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ มีการขายวัตถุดิบให้กับแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe) เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่านั่นเอง

ในส่วนของผลกำไรสุทธิเท่ากับ 4 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 51 ล้านบาท หรือ 93 % จากปี 2563 และอัตรากำไรสุทธิ เหลือเพียง 0.6% ปรับตัวลดลงจากอัตรากำไรสุทธิที่ 7.1% ในปี 2563 เนื่องจากยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2563 รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2564

จุดแข็งของ “หุ้น AU”

1. ที่ตั้งสาขาในจุดที่สําคัญ

การเลือกทําเลที่ตั้งและขนาดพื้นที่ของสาขาเป็นหัวใจสําคัญในความสําเร็จของธุรกิจร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม บริษัทฯ และบริษัทย่อยดําเนินการขยายสาขาโดยเน้นที่พื้นที่ใจกลางเมืองที่เป็นพื้นที่ชุมชนที่มีความหนาแน่นของประชากรกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ และขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยสาขาส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้ มอลล์ชั้นนํา เช่น centralwOrld, ICONSIAM, SIAM SQUARE ONE และ SIAM PARAGON 

2. คุณภาพและรสชาติของผลิตภัณฑ์

บริษัทฯ ให้ความสําคัญในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ โดยการคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีและได้มาตรฐานทางโภชนาการ การตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบก่อนนําเข้าสู่กระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ซึ่งดําเนินการโดยโรงงานครัวกลางของบริษัทฯ อีกทั้งยังมีรสชาติที่ไม่มีผู้ประกอบการรายอื่นสามารถลอกเลียนแบบได้ ทําให้บริษัทฯ สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมได้

3. ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด

มีการขยายสาขาเพิ่มตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพและมีกําลังซื้อสูง รวมถึงสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่กลุ่มบริษัทฯ มีอยู่นั้นมีการกระจายตัวไปตามพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยมีบริษัท อาฟเตอร์ ยู ฮ่องกง จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้จดทะเบียนและจัดตั้งขึ้นในฮ่องกง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

4. การรับรู้และเป็นที่รู้จักของผลิตภัณฑ์และบริการ

“อาฟเตอร์ ยู”ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จากการบอกปากต่อปาก และการสื่อสารผ่านทางสังคมออนไลน์ (Social Network) ถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของ อาฟเตอร์ ยู

ส่งผลให้ความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อ อาฟเตอร์ ยู เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงแนวคิดของร้านที่ดูสบายเป็นกันเองและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ทําให้เครื่องหมายการค้า อาฟเตอร์ ยู เป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานของหวานทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน คนทํางาน ตลอดจนถึงผู้สูงอายุ

5. ผู้บริหารมีประสบการณ์สูง

บริษัทฯ มีผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ คุณแม่ทัพ ต.สุวรรณ (“คุณแม่ทัพฯ”) และคุณกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ (“คุณกุลพัชร์ฯ”) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ ซึ่งมีความสําคัญในการบริหารงานให้บริษัทฯ มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

อีกทั้งทําให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีผลการดําเนินงานที่ดี โดยคุณแม่ทัพฯ ดูแลการ บริหารงานของบริษัทฯ ในภาพรวม ความเป็นไปในร้านรวมถึงการทําตลาดขยายสาขา ในขณะที่คุณกุลพัชร์ฯ จะเป็นผู้คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ สูตรขนมและเมนูที่จําหน่ายในร้าน ดูแลการตลาดและการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของบริษัทฯ 

อัตราส่วนทางการเงินของ “หุ้น AU”

หากพิจารณางบ ปี 2564 

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 9.95 บาท ณ สิ้นปี 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ที่ราคาหุ้น ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 10.70 บาท เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายลดลงในช่วงไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 ปี 2564

ในส่วนของ “กำไรต่อหุ้น (EPS)” ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งบอกถึงบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงบปี 2563  โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.01 บาทต่อหุ้น จากงบปี 2563 อยู่ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น

P/BV Ratio มีค่าที่สูงกว่า 1 บ่งบอกถึงนักลงทุนมองเห็นแนวโน้มในอนาคตว่า บริษัทฯจะเติบโตจนมีกำไรสะสมกลับมา ช่วยทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต 

P/E Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ระดับ 932.54 เท่า บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทในอนาคต และเมื่อผลประกอบการในอนาคตออกมากำไรเพิ่มมากขึ้น P/E ของ AU ก็จะลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมนั่นเอง ซึ่งพี่ทุยมองว่า P/E ค่อนข้างสูงมาก หากใครสนใจลงทุนจึงควรคำนึงถึงอัตราการเติบโตของกำไรของบริษัทร่วมด้วย

ในส่วนของ D/E Ratio อยู่ที่ระดับ 0.40 เท่า ตามปกติแล้วบริษัทที่มี D/E Ratio มีค่าที่ต่ำ แปลว่าบริษัทมีภาระหนี้สินที่ต่ำ คือ ใช้เงินส่วนใหญ่ของตัวบริษัทเองในการทำธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงของธุรกิจที่มีน้อย ทำให้มีโอกาสในการกู้ได้มากกว่าจากการที่บริษัทฯ มีหนี้สินอยู่น้อย และไม่มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

ROA และ ROE ตามหลักการแล้วยิ่งสูงยิ่งถือว่า บริษัทนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากดูในงบปี 2564 แล้วพบว่า ทั้งสองอัตราส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรสุทธิที่ลดลงนั่นเอง

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ AU ในปี 2565

1. เปิดสาขาขนาดเล็กในลักษณะคล้าย Cloud Kitchen 

บริษัทฯ มีเป้าหมำยที่จะเปิดสาขาขนาดเล็กนี้จำนวน 15 สาขา ในชื่อ After You Marketplace โดยเน้นที่การขายสินค้าผ่านช่องทางการจัดส่งผ่านบริการส่งอาหารและการซื้อกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่วางขายในส่วนพื้นที่ Marketplace ของสาขาปกติวางจำหน่ายที่สาขาลักษณะใหม่นี้ในทุกสาขาด้วย

2. พัฒนาสินค้าใหม่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สำหรับการรับประทานในร้าน (Dine in) มากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลังภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากลูกค้าชาวต่างชาติของร้านขนมจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง

3. เน้นการเติบโตในช่องทางออนไลน์มากขึ้น

ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันของ After you ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง และมีระบบการชำระเงินแบบ E-wallet ที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน

4. ขยายการเติบโตไปยังต่างประเทศ

ในช่วงเดือน ม.ค. ปี 2565 บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่ฮ่องกง หลังจากที่มีการทดลองตลาดด้วยรูปแบบ “Pop-up Store” เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดฮ่องกง นอกจากนี้บริษัทฯ วางแผนที่จะเริ่มเปิด สาขา 2 ที่ฮ่องกงในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี2565 โดยในระยะยาวบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายสาขาแฟรนไชส์ร้านขนมหวานที่ฮ่องกงไม่ต่ำกว่า 5 สาขา

5. ขยายร้านแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe)

บริษัทฯ เน้นการขยายสาขาร้านกาแฟมิกก้า (Mikka cafe) ในประเภทร้านสาขาแฟรนไชส์เป็นหลัก โดยมุ่งกระจายสาขาในการให้บริการในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของผู้บริโภค โดยทางบริษัทฯ มีเป้าหมายในการขยายสาขาแฟรนไชส์จำนวน 200 สาขา ภายในปี 2565

อนาคตของ AU จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?

1. ความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบและความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

วัตถุดิบที่อาจมีความผันผวนในด้านราคาและปริมาณที่สามารถจัดหาได้ ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ท้องตลาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะอากาศในแต่ละปี

ส่งผลให้บริษัทฯ อาจต้องจัดหาวัตถุดิบในราคาที่สูง แต่อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาจําหน่ายขนมหวานและเครื่องดื่มได้ทันทีตามราคาวัตถุดิบที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้น หรืออาจไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้เพียงพอต่อการจัดจําหน่าย ทําให้บริษัทฯ สูญเสีย โอกาสในการสร้างยอดขายได้ 

2. ภาวะการแข่งขันสูงของอุตสาหกรรมรวมถึงการลอกเลียนแบบ

ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เข้ามาในอุตสาหกรรม รวมทั้งมีขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีรูปแบบจากต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น ที่ดําเนินธุรกิจโดยทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและชาวต่างชาติในอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาด การเติบโต และผลการดําเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการถูกลอกเลียนแบบได้

3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

หากพิจารณาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่า ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารและขนมหวานอยู่ตลอด ส่งผลให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงที่ในอนาคตผู้บริโภคซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทฯ อาจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการบริโภคขนมหวาน ตามภาวะเศรษฐกิจ สังคม และความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป

รวมถึงความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจลดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานขนมหวาน จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในเรื่องดังกล่าวเป็นจํานวนมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อผลการดําเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสําคัญ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: