ระบบสะสมเเต้ม BTS แบบใหม่ ใช้ยังไงถึงประหยัดมากขึ้น ?

ระบบสะสมเเต้ม BTS แบบใหม่ ใช้ยังไงถึงประหยัดมากขึ้น ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • BTS เปิดตัวโปรโมชันใหม่ “BTS Challenge” ที่ให้ผู้โดยสารสะสมแต้มจากเที่ยวเดินทาง เพื่อนำคะแนนเหล่านั้นมาแลกเป็นเที่ยวเดินทางฟรีในภายหลัง
  • ระบบสะสมแต้มแบบใหม่นี้ ผู้โดยสารจะได้สิทธิ์สะสมแต้มเมื่อเดินทางอย่างน้อย 4 เที่ยว/สัปดาห์ และนำคะแนนสะสมมาแลกเที่ยวฟรีได้ สำหรับบุคคลทั่วไป 250 คะแนน จะแลกเที่ยวฟรีได้ 1 เที่ยว
  • ทั้งนี้ระบบสะสมแต้มนี้ ก็มีเงื่อนไขในการเก็บคะแนนที่ละเอียดยิบ
  • รัฐบาลจึงควรเยียวยาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อได้โดยไม่ผลักภาระเป็นการขึ้นค่าโดยสาร หรือลดการให้บริการซึ่งทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

เดือน ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา รถไฟฟ้า BTS ประกาศยกเลิกบัตรเที่ยวเดินทาง 30 วันทุกประเภท กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย จนล่าสุด BTS ออกระบบสะสมเเต้มแบบใหม่เพื่อแลกเที่ยวเดินทางฟรี ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 1 พ.ย. 2564

เพื่อทดแทนบัตรเที่ยวแบบเดิม BTS เปิดตัวโปรโมชันใหม่ “BTS Challenge” ที่ให้ผู้โดยสารสะสมแต้มจากเที่ยวเดินทาง เพื่อนำคะแนนเหล่านั้นมาแลกเป็นเที่ยวเดินทางฟรีในภายหลัง

พี่ทุยเลยคำนวณเปรียบเทียบให้ดูว่า เราจะใช้ระบบสะสมแต้มแบบใหม่ของบีทีเอสยังไง ให้ประหยัดกว่าบัตรเที่ยวแบบเดิม

ระบบสะสมเเต้ม BTS แบบใหม่ ใช้ยังไงถึงประหยัดมากขึ้น ?

ซึ่งระบบสะสมแต้มแบบใหม่นี้ ผู้โดยสารจะได้สิทธิ์สะสมแต้มเมื่อเดินทางอย่างน้อย 4 เที่ยว/สัปดาห์ หากเดินทาง 4 เที่ยวจะได้คะแนนสะสม 150 คะแนน และสูงที่สุดที่ 12 เที่ยว/สัปดาห์ ขึ้นไปได้คะแนนสะสม 800 คะแนน

โดยสามารถนำคะแนนสะสมมาแลกเที่ยวฟรีได้ หากเป็นบัตรสำหรับบุคคลทั่วไป 250 คะแนน จะแลกเที่ยวฟรีได้ 1 เที่ยว ส่วนบัตรนักเรียน 200 คะแนน จะแลกเที่ยวฟรีได้ 1 เที่ยว

ซึ่งบุคคลทั่วไปจะใช้คะแนนสะสมแลกเที่ยวฟรีให้คุ้มค่า จะต้องแลกที่ 600 1000 และ 2000 คะแนน เพราะถ้าแลกที่ 250 คะแนน ก็จะได้เที่ยวฟรีได้น้อยเที่ยวกว่า

ระบบสะสมเเต้ม BTS แบบใหม่ ใช้ยังไงถึงประหยัดมากขึ้น ?

ตัวอย่าง

ถ้าพี่ทุยมีบัตรสำหรับบุคคลทั่วไป เดินทาง 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ พี่ทุยจะมีคะแนนสะสม 600 คะแนน ถ้าเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลาอีก 10 สัปดาห์ พี่ทุยก็จะมีคะแนนสะสม 6000 คะแนน

นำ 6000 คะแนน ไปแลกเที่ยวฟรี

  • 250 คะแนน จะแลกได้ 24 เที่ยวฟรี
  • 600 คะแนน จะแลกได้ 30 เที่ยวฟรี
  • 1000 คะแนน จะแลกได้ 30 เที่ยวฟรี
  • 2000 คะแนน จะแลกได้ 30 เที่ยวฟรี

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับบัตรเที่ยว 30 วัน ประเภท 40 เที่ยว/เดือน หรือ 50 เที่ยว/เดือนแล้ว เราจะประหยัดค่าเดินทางจากตั๋วเดือนแบบเก่ามากกว่าระบบสะสมแต้มแบบใหม่อยู่ดี

ทั้งนี้ระบบสะสมแต้มนี้ ก็มีเงื่อนไขในการเก็บคะแนนที่ละเอียดยิบ โดยการนับเที่ยวนั้น จะนับเป็นหนึ่งเที่ยวเมื่อเดินทางเป็นระยะ 5 สถานีขึ้นไปต่อเที่ยว ถ้าเดินทางแค่ 1 – 4 สถานีจะไม่ได้รับคะแนนสะสมนี้ และไม่นับรวมสถานีส่วนต่อขยาย อีกทั้งจะนับเที่ยวเฉพาะกับการเดินทางผ่านเส้นทางสายสุขุมวิท และ เส้นทางสายสีลม ที่สำคัญเที่ยวการเดินทางจะเริ่มต้นคำนวณเมื่อมีการเดินทาง 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ 

นอกจากนี้เที่ยวเดินทางฟรีของโปรโมชั่นใหม่นี้จะไม่ได้ถูกใช้งานอัตโนมัติ เพราะผู้โดยสารต้องเข้าไปแลกคะแนนด้วยตัวเองบนแอปพลิเคชัน Rabbit Rewards และเติมเที่ยวเดินทางฟรีผ่านหน้าห้องออกตั๋วโดยสาร หรือทำผ่านระบบ Rabbit LINE Pay

ส่วนเที่ยวเดินทางฟรีสามารถใช้เดินทางบนรถไฟฟ้าบีทีเอสได้เฉพาะเส้นทางหลัก สายสีลม-สุขุมวิท (รวม 24 สถานี) และรวมถึงสถานีกรุงธนบุรีและสถานีวงเวียนใหญ่ (แต่ไม่รวมสถานีส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีลม-สุขุมวิท) รวมทั้งหมดสามารถใช้เดินทางฟรีได้ 26 สถานี

โปรโมชั่น BTS Challenge มีระยะเวลา 1 ปี จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 และเพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงแรก บีทีเอสจึงให้คะแนนคูณ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2021 – 31 ม.ค. 2022 คะแนนสะสมมีอายุ 2 ปี เที่ยวเดินทางฟรีมีมูลค่าสูงสุด 44 บาท ต่อเที่ยว และการสะสมเที่ยวเพื่อแลกคะแนนจะตัดรอบทุกวันจันทร์ เวลา 03.00 น. 

บีทีเอสยกเลิกบัตรเดือนเพราะวิกฤตโควิด-19

การยกเลิกบัตรเที่ยวเดินทาง 30 วันทุกประเภทครั้งนี้ ทางบีทีเอสได้ให้สาเหตุว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการเดินทางมีการเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อน ผู้โดยสารไม่สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้นาน และบัตรเที่ยวเดินทาง 30 วันจึงไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดังเดิม

ซึ่งจากแถลงการณ์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีความเห็นว่า สาเหตุดังกล่าว “เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น” เพราะหลังรัฐบาลประกาศเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ ผู้บริโภคก็เริ่มกลับมาใช้บริการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสมากขึ้น บีทีเอสจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ที่ประชาชนทำงานที่บ้าน

การตัดสินใจยกเลิกบัตรรายเดือนนี้จะซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพให้ย่ำแย่กว่าเดิม และถือเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนจำนวนมาก มูลนิธิฯ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้ เพราะถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องกำหนดให้ค่าบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชน โดยยึดหลักว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนอย่างถ้วนหน้า

เช่นเดียวกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ที่มีความเห็นว่า การที่บีทีเอสยกเลิกบัตรเดินทางรายเดือน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีการเยียวยาผู้ประกอบการระบบขนส่งสาธารณะในช่วงโควิด-19 ทำให้บีทีเอสต้องผลักภาระทางการเงินมาที่ผู้โดยสาร

รัฐบาลจึงควรเยียวยาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อได้โดยไม่ผลักภาระเป็นการขึ้นค่าโดยสาร หรือลดการให้บริการซึ่งทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเน้นย้ำหลักการที่ว่า รถไฟฟ้าคือขนส่งมวลชนที่ทุกคนต้องขึ้นได้ ดังนั้น กทม. ต้องทำให้ค่าโดยสารไม่แพงเกินจนเป็นภาระกับผู้บริโภค หรือไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงจะต้องทำให้รถไฟฟ้าเป็นขนส่งมวลชนที่ประชาชนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงขนส่งทางเลือก

อ่านโคตรงกเดอะซีรีส์เพิ่มที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: