เทคนิค “ขับรถ” แบบประหย๊าด.. ประหยัด ทำยังไงได้บ้าง ?

ขับรถอย่างไร ให้ “ประหยัดน้ำมัน”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • มักจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า ยิ่งขับรถช้า ก็ยิ่งประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วรถส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงดีที่สุด ในช่วงความเร็ว 80 – 96 กม./ชม.
  • ยิ่งเราเร่งความเร็วของรถเร็วมากเท่าไร ก็จะยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมากเท่านั้น อัตราการประหยัดพลังงานจะน้อยลง หรือก็คือระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 แกลลอน จะลดลงถึง 15 – 30 % ในสภาพการจราจรบนทางหลวง
  • การเหยียบเบรคกระทันหันนั้นไม่ดีต่อถังน้ำมันของเราเท่าไร เพราะทำให้รถของเราต้องเปลี่ยนเกียร์เร็วกว่าอัตราที่จะประหยัดน้ำมันที่สุด การทดสอบในยุโรปบ่งชี้ว่าการขับขี่เร่งความเร็วบ่อยครั้งและการเบรกอย่างหนัก จะเพิ่มการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 40%

การจะเดินทางในประเทศไทยให้สะดวกที่สุด ยังไง ๆ ก็ต้องมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคัน เพราะจะ “ขับรถ” ไปไหนก็ได้ แต่ว่ารถคันหนึ่งก็ไม่ใช่ถูก ๆ จะผ่อนแต่ละเดือนก็ใช้เงินไม่น้อย ไหนจะยังต้องเสียค่าน้ำมันอีก คิดคำนวณเงินที่ต้องจ่ายแล้วก็ปวดหัวเหมือนกัน

พี่ทุยเองก็ไม่นิ่งดูดาย ลองค้นหาวิธีที่จะบรรเทาปัญหาเหล่านี้มาแล้ว ซึ่งไม่ใช่การให้พี่ทุยช่วยผ่อนล่ะ (ไม่ต้องทักหลังไมค์มานะ พี่ทุยกลัวแล้ว) แต่วันนี้พี่ทุยรวบรวมวิธีการขับรถแบบประหยัดน้ำมันมาฝาก อ่านละก๊อปไปใช้เลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะพี่ทุยพิสูจน์มาให้แล้ว

รักษาความเร็วรถให้คงที่

มักจะมีความใจที่คลาดเคลื่อนว่า ยิ่งขับรถช้า ก็ยิ่งประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วรถส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงดีที่สุด ในช่วงความเร็ว 80 – 96 กม./ชม.

จากข้อมูลงานวิจัย EPA กล่าวว่า อัตราประหยัดน้ำมัน (Fuel Economy) หรือ ระยะทางที่รถวิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 แกลลอน จะลดลง เมื่อความเร็วรถเกิน 80 กม./ชม. เราสามารถคิดได้ว่า เมื่อเราขับเกิน 80 กม./ชม. ความเร็วที่เพิ่มขึ้นทุก 8 กม./ชม. นั้น จะทำให้เราเสียเงินค่าน้ำมันเพิ่ม 7 บาทต่อแกลลอน

ตามหลักอากาศพลศาสตร์แล้ว ความเร็วรถที่มากเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาโมเมนตัมเอาไว้ ในขณะที่หากขับช้าไป เกียร์รถจะถูกปรับเกียร์ไปมาอัตโนมัติ ซึ่งต้องใช้พลังงานกับส่วนนี้มากขึ้น

การไม่เปลี่ยนแปลงความเร็วรถไปมา ก็ช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ การลดความเร็วแล้วเร่งความเร็วอย่างทันที จะทำให้ลดอัตราการประหยัดพลังงานลดลงถึง 33% เลยทีเดียว

ถ้าขับรถบนทางหลวงระยะทางไกล ๆ การเปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) จะช่วยประหยัดน้ำมันได้เหมือนกัน แต่ควรปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อมีสภาพการขับขี่ที่เป็นอันตราย เช่น ขับขี่ในเมืองที่การจราจรจอแจ

อย่าเร่งความเร็วของรถ เร็วเกินไป

ยิ่งเราเร่งความเร็วของรถเร็วมากเท่าไร ก็จะยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมากเท่านั้น อัตราการประหยัดพลังงานจะลงถึง 15 – 30 % ในสภาพการจราจรบนทางหลวง ซึ่งอาจเท่ากับการสูญเสียเงินประมาณ 8 ถึง 32 บาทต่อแกลลอน การค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง สามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่า 

พี่ทุยแนะว่ารถที่หยุดนิ่งพยายามค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง ใช้ 5 วินาทีแรกเพิ่มความเร็วรถเพียง 25 กม./ชม. ถ้ากลัวห้ามใจตัวเองไม่ให้เหยียบมิดเท้าไม่ได้ ก็ให้จินตนาการว่ากำลังกดเท้าลงบนไข่ ต้องระวังไม่ให้มันแตก ที่นี้ก็จะเราประหยัดน้ำมันและเงินในกระเป๋าได้แล้ว

เวลา “ขับรถ” พยายามไม่เบรคกระทันหัน

การเหยียบเบรคกระทันหันนั้นไม่ดีต่อถังน้ำมันของเราเท่าไร เพราะทำให้รถของเราต้องเปลี่ยนเกียร์เร็วกว่าอัตราที่จะประหยัดน้ำมันที่สุด การทดสอบในยุโรปบ่งชี้ว่าการขับขี่เร่งความเร็วบ่อยครั้งและการเบรกอย่างหนัก จะเพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (Fuel Consumption) ถึง 40%

ระหว่างการขับรถควรประเมินสถานการณ์รอบข้างตลอดเวลา ยิ่งเราสังเกตได้เร็วก็จะวางแผนการขับได้ดีขึ้น เมื่อมีสิ่งกีดขวางเราจะไม่ต้องตกอกตกใจ สามารถค่อย ๆ ชะลอความเร็วได้ แถมยังช่วยรักษาสภาพล้อยางและผ้าเบรกให้สึกหรอน้อยลง ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมอีกด้วย

“ขับรถ” เร็ว ไม่เปิดกระจกหน้าต่างรถ

รถยนต์ของเรานั้นถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ให้รถเคลื่อนไปโดยถูกแรงต้านจากลมน้อยที่สุด หากเราขับรถเร็ว ๆ แล้วเปิดกระจกรถจะทำให้เกิดแรงต้านมากขึ้น เครื่องยนต์ก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้รถวิ่งไปข้างหน้า ยิ่งต้องสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าจะขับรถเร็ว ๆ ก็ปิดกระจกหน้าต่างก่อนนะ

เทคนิค “ขับรถ” แบบประหย๊าด.. ประหยัด ทำยังไงได้บ้าง ?

หลีกเลี่ยงการเทินของบนหลังคารถ

ถ้ารถของเราเป็นรถซีดาน เราจะไม่สามารถขนของชิ้นใหญ่ ๆ ได้ ทำให้บางครั้งเราก็แก้ปัญหาโดยการเสริมที่วางบนหลังคารถ แต่การวางสัมภาระบนหลังคาจะเพิ่มแรงต้านลม อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลงถึง 2 – 8% เราอาจจะต้องเสียเงินค่าน้ำมันมากขึ้น 2- 17 บาทต่อแกลลอน ดังนั้นถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ก็ควรถอดชั้นบนหลังคาออก เพื่อช่วยให้รถเราใช้น้ำมันน้อยลง

ขนสัมภาระให้น้อยลง

เมื่อรถบรรทุกน้ำหนักมากขึ้น เครื่องยนต์ก็ต้องใช้พลังงานมากกว่าเดิมเพื่อทำให้รถวิ่งได้ด้วยความเร็วปกติ การขนของพะรุงพะรังทำให้เราสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น จากข้อมูล EPA ถ้ารถเราบรรทุกหนักขึ้น 100 ปอนด์ จะลดอัตราการประหยัดพลังงาน 1% ดังนั้น ทางที่ดีควรขนสัมภาระเท่าที่จำเป็น เตือนตัวเองไว้รถยนต์เป็นพาหนะพาเราไปที่ต่าง ๆ ไม่ใช่ตู้เก็บของ

ปิดแอร์รถ ก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้

ระบบปรับอากาศในรถของเราทำงานโดยการใช้พลังงานจากการเผาผลาญน้ำมัน เมื่อใกล้ถึงที่หมาย ถ้าเราปิดแอร์ก่อนสัก 5 นาที ในตัวรถก็ยังมีความเย็นยังเหลืออยู่สักพัก ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันไปได้มากขึ้นอีก หากเดินทางไม่ไกลมากนัก การเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ ก็ลดการใช้น้ำมันไม่น้อยเลย

ก่อน “ขับรถ” อย่าลืมตรวจสอบแรงดันลมยาง

การรักษาลมยางให้อยู่ในแรงดันที่เหมาะสมก็สำคัญไม่น้อย ด้วยการเติมลมยางที่พอเหมาะ รถของเราจะเผาผลาญเชื้อเพลิงน้อยลง และมีความปลอดภัยในการขับขี่ รถยนต์ที่มียางลมน้อยกว่า 10 psi จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 5%

หากไม่แน่ใจว่ายางรถรุ่นของเราต้องการลมมากแค่ไหน ให้ดูภายในประตูด้านคนขับ รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มักมีป้ายที่แสดงค่า PSI ที่ถูกต้องกับรถของเรา อย่าลืมตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งเมื่อยางอยู่ในอุณหภูมิที่เย็น เช่น รถจอดนิ่งเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงหรือไม่ได้ขับเกิน 2 กม.

ตรวจเช็คสภาพรถประจำปี

เราควรตรวจสภาพรถคู่ใจของเราอยู่เสมอ ปฏิบัติตามกำหนดการบำรุงรักษาที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำในคู่มือ การบำรุงรักษาเป็นประจำ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง นอกจากจะป้องกันการเสื่อมสภาพของส่วนประกอบรถยนต์ของเราแล้ว ก็ยังช่วยให้รถของเรายังทำงานที่ระดับการประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุดอีกด้วย

กรองอากาศที่อุดตันสามารถเพิ่มการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 10% หรือถ้าหัวเทียนเสีย อาจทำให้เกิดปัญหากับการใช้เชื้อเพลิงโดยรวม เพราะเมื่อเครื่องยนต์มีกำลังการเผาไหม้ไม่เพียงพอ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น การบำรุงรักษาเป็นประจำจะช่วยให้รถทำงานได้อย่างปลอดภัย ประหยัดเงิน และในขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

เทคนิค “ขับรถ” แบบประหย๊าด.. ประหยัด ทำยังไงได้บ้าง ?

พี่ทุยว่าวิธีการทั้งหมดนั้น นอกจากจะช่วยเราประหยัดน้ำมัน ประหยัดเงินในกระเป๋าตังค์เรา ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว วิธีการเหล่านี้ยังเป็นพฤติกรรมขับรถที่สร้างความปลอดภัยต่อทั้งตัวเราเองและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนอีกด้วย

อ่านโคตรงกเดอะซีรีส์เพิ่มที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: