รวมมิตร “แจ้งจับ” ชี้ช่องทางรวย "แจ้งเบาะแส" จับแบบนี้ ได้เงินมากแค่ไหน ?

รวมมิตร “แจ้งจับ” ชี้ช่องทางรวย “แจ้งเบาะแส” จับแบบนี้ ได้เงินมากแค่ไหน ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การ “แจ้งเบาะแส” การกระทำผิด ถือว่าเป็นการช่วยรับผิดชอบสังคม และมีเงินรางวัลตอบแทนอีกด้วย
  • จะแจ้งจับปากเปล่านั้นไม่ได้ ต้องมีหลักฐานที่แน่ชัด อย่างภาพถ่ายตอนเกิดเหตุการณ์ พร้อมทั้งรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ บุคคล พาหนะที่เกี่ยวข้องเช่น ทะเบียนรถ
  • เงินค่าปรับส่วนหนึ่งจะต้องถูกหักเข้าหน่วยงานรัฐ เงินส่วนที่เหลือจึงค่อยแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้แจ้งจับกับเจ้าหน้าที่ผู้จับ
  • จากการศึกษาว่า การจ่ายเงินรางวัล ทำให้มีการรับสินบนเพื่อลัดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ข่มขู่เรียกรับผลตอบแทนเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะกระทำผิดจริงหรือไม่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

จะมีวิธีการหาเงินแบบไหน ที่ได้ทั้งเงิน แถมได้เป็นพลเมืองที่ดี ช่วยสังคมปราบปรามคนทำผิดกฎหมาย เหมือนกับการ “แจ้งเบาะแส” การกระทำผิด ที่มีเงินรางวัลตอบแทนคนดี ให้มีกำลังใจรักษาความถูกต้องกันต่อไป

ใครกำลังมองหารายได้เสริม อาจพิจารณาการ “แจ้งเบาะแส” นำจับเป็นทางเลือกหนึ่งก็ได้ แอบกระซิบเบา ๆ ว่าเงินรางวัลนำจับ ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วยนะ วันนี้พี่ทุยรวบรวมความผิดที่หากเราแจ้งจับจะมีเงินรางวัลเป็นค่าเหนื่อยมาให้แล้ว ลองดูกัน

ความผิดที่มีการตั้งรางวัลนำจับ

รวมมิตร “แจ้งจับ” ชี้ช่องทางรวย "แจ้งเบาะแส" จับแบบนี้ ได้เงินมากแค่ไหน ?

เงินรางวัลการแจ้งเบาะแสก็แตกต่างกันไปตามความรุนแรงของความผิด ตั้งแต่หลักหลักพัน อย่างความผิดเรื่องความสะอาดในสถานที่สาธารณะ เช่น ขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า พ่นสีหรือขีดเขียนกำแพง ถ้าแจ้งจับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ กฎหมายระบุว่าผู้แจ้งจับจะได้เงินส่วนแบ่ง 50% ของค่าปรับเลยทีเดียว เราก็จะได้เงินสักพันบาทไว้เป็นค่าขนมเล่น ๆ

หรือถ้าเรามองไปไกลกว่านั้น อาจเห็นช่องทางรวยเป็นเศรษฐีหลักล้านบาทเลยก็ได้ เพราะเราอาจจะผันตัวไปเป็นสายสืบ แจ้งจับการนำเข้ารถหรูผิดกฎหมาย คนที่ชี้เบาะแสจะได้ส่วนแบ่งหลังจากรถถูกขายทอดตลาดตั้ง 20% เมื่อแจ้งจับรถคันหนึ่ง เราอาจได้เงินส่วนแบ่งเป็นล้านเลยนะ ยิ่งถ้าแจ้งจับหลายสิบคัน เราก็จะร่ำรวยมหาศาลไปเลย ฟังแล้วเหมือนจะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่ทว่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้จริง ตัวอย่างก็มีให้เห็น ๆ กันอยู่

จะ “แจ้งเบาะแส” ได้ ต้องมีหลักฐานแน่นหนา

แต่ทว่า ถึงเราจะเห็นกับตาตัวเองว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่จะแจ้งจับปากเปล่าไม่ได้ ต้องมีหลักฐานที่แน่ชัด อย่างภาพถ่ายตอนเกิดเหตุการณ์ พร้อมทั้งรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ บุคคล พาหนะที่เกี่ยวข้องเช่น ทะเบียนรถ ทั้งต้องยืนยันข้อมูลตัวตนของเรา แล้วนำข้อมูลทั้งหมดส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบางความผิดสามารถไปแจ้งที่โรงพักได้เลย แต่บางอันเราอาจจะต้องนำส่งไปยังที่เฉพาะเจาะจงเสียหน่อย

  • ความผิดเกี่ยวกับความสะอาดและความเรียบร้อยของพื้นที่สาธารณะเช่น พ่นสี/เขียนกำแพง, จอดรถบนทางเท้า, ขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า หรือ ทิ้งซากรถ สามารถแจ้งตามเว็บไซต์นี้
  • ความผิดบนท้องถนน เช่น วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างแต่ใช้ป้ายทะเบียนดำ รถแท็กซี่ปฎิเสธผู้โดยสาร ให้แจ้งเรื่องที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร สายด่วน 1584 หรือ เว็บไซต์นี้
  • ความผิดเรื่องราคาสินค้าและบริการ ที่กฎหมายบังคับให้ผู้ขายแจ้ง ราคา ขนาด ปริมาณสินค้าอย่างชัดเจน ก็สามารถร้องเรียนที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรมการค้าภายใน โทร. 1569

“แจ้งเบาะแส” แล้ว ไม่ใช่ว่าจะได้เงินเลย

ถึงแม้เราจะแจ้งเบาะแสแล้ว แต่จะยังไม่ได้เงินทันที เราต้องรอตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รับหลักฐานที่ได้ไปดำเนินคดีต่อ จนเมื่อคดีสิ้นสุดมีการปรับเกิดขึ้นแล้ว เราก็ยังไม่ได้เงินอยู่ดี เพราะเจ้าหน้าที่ต้องนำเงินค่าปรับเข้าหลวงก่อน แล้วค่อยเบิกจ่ายตามกระบวนการมาให้รางวัลแก่ผู้แจ้งจับทีหลัง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้อาจกินเวลาหลายวัน จนเป็นเดือนก็ได้ และเงินรางวัลนี้ มักจะต้องเดินทางไปรับที่หน่วยงาน ไม่สามารถโอนผ่านบัญชีธนาคารได้

รวมมิตร “แจ้งจับ” ชี้ช่องทางรวย "แจ้งเบาะแส" จับแบบนี้ ได้เงินมากแค่ไหน ?

เงินรางวัลอาจจะไม่ได้มากมายอย่างที่คิด

สมมติว่าเราแจ้งเบาะแสการขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า โทษปรับ 5,000 บาท เราก็คิดว่า น่าจะต้องได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง คือ  2,500 บาท

แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตามตัวบทกฎหมายเขียนว่า ปรับ “ไม่เกิน” 5,000 บาท หมายความว่าเจ้าหน้าที่อาจปรับน้อยกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความเสียหายด้วย

อีกทั้งถึงแม้ผู้กระทำผิดจะถูกปรับ 5,000 บาท แต่ผู้แจ้งเบาะแสก็ไม่ได้ส่วนแบ่ง 50% อยู่ดี เพราะอย่างไรเงินค่าปรับส่วนหนึ่งจะต้องถูกหักเข้าหน่วยงานรัฐ เงินส่วนที่เหลือจึงค่อยแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้แจ้งจับกับเจ้าหน้าที่ผู้จับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ กฎหมายอาจระบุไว้ว่าปรับ 5,000 บาท แต่ปรับจริงแค่ 1,000 บาท และหักเข้าหลวงก่อน 500 บาท จึงเหลือให้รางวัลแก่ เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้ 250 บาท ผู้แจ้งเบาะแสได้ 250 บาท

ลองคิด ๆ ดูเงิน 250 บาท แค่ค่ารถไปแจ้งความก็อาจหมดแล้ว

การตั้ง ‘เงินรางวัล’ นำจับ มีประโยชน์จริงหรือไม่

การตั้งเงินรางวัลการแจ้งเบาะแสอาจสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดกฎหมาย คอยเป็นหูเป็นตากันมากขึ้น แต่ทว่าในทางปฏิบัติ ทั้งจำนวนเงินรางวัลกับความยุ่งยากในการแจ้งเบาะแส พี่ทุยว่าก็ยังไม่ค่อยน่าดึงดูดใจเท่าไร

อีกประการหนึ่ง การตั้งเงินรางวัลนับจับ ก็เพิ่มโอกาสในการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ได้ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีรางวัลนำจับ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตัดปัญหารับสินบนจากผู้กระทำผิด

แต่จากการศึกษาว่า การจ่ายเงินรางวัล ทำให้มีการรับสินบนเพื่อลัดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ข่มขู่เรียกรับผลตอบแทนเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะกระทำผิดจริงหรือไม่ เลือกรับงานที่เห็นว่ามีโอกาสจะได้เงินรางวัลจำนวนมาก แล้วบ่อยครั้งก็พบว่าทำเกินกว่าเหตุเพื่อหวังเงินรางวัล หรือมีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ขุดหลุมล่อ” แล้วไปดำเนินคดีในภายหลัง

และอาจจะเลวร้ายไปถึงมีการแบ่งสินบนที่ได้รับมาให้คนในกลุ่มเดียวกันอย่างไม่เป็นธรรม  เช่น กรณีสมรู้ร่วมคิดกันให้พรรคพวกหรือญาติพี่น้องแอบอ้างเป็นผู้ชี้เบาะแสเพื่อรับเงินสินบน แม้จะไม่มีการแจ้งเบาะแสจริง

พี่ทุยว่าการตั้งรางวัลนำจับตอนนี้ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายทาง จุดเริ่มต้นของการหยุดอาชญากรรมน่าเป็นการจัดหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนสามารถจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ และการบ่มเพาะจิตสำนึกในการยึดถือความถูกต้อง เพื่อที่เราทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ในสังคมเดียวกัน

อ่านโคตรงกเดอะซีรีส์เพิ่มที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
error: