สงครามรัสเซีย-ยูเครน ครบ 1 ปี โลกเสียหายกว่า 33 ล้านล้านบาท

สงครามรัสเซีย-ยูเครน ครบ 1 ปี โลกเสียหายกว่า 33 ล้านล้านบาท

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เป็นสงครามที่ยังไม่มีฝ่ายใดชนะเด็ดขาด โดยรัสเซียทำได้แค่ยึดพื้นที่ภาคตะวันออกบางส่วนไว้ได้ ขณะที่ยูเครนได้แรงหนุนสำคัญจากชาติตะวันตก ไฟสงครามผลาญชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปแล้วกว่า 8,000 คน บาดเจ็บกว่า 13,300 คน และอพยพย้ายถิ่นฐานกว่า 14 ล้านคน      
  • เศรษฐกิจทั่วโลกสูญเสียไปแล้วมากกว่า 33 ล้านล้านบาท เหตุทำให้ต้นทุนการผลิต และระบบซัพพลายเชนสินค้าและพลังงานโลกสะดุด ดันเงินเฟ้อหลายประเทศพุ่งขึ้นสูง ขณะที่ศรีลังกาถึงขีั้นล้มละลาย 
  • มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่กระหน่ำใส่รัสเซียยังไม่ได้ผล เพราะทัพหมีขาวยังมีรายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้อยู่ แถมยังได้กำไรมากกว่าเดิมด้วย หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นเมื่อปีที่แล้ว 
  • แนวโน้มสงครามจะทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากสองฝ่ายเตรียมปิดเกม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ผ่านไปแล้วเกือบ 1 ปีเต็มกับ สงครามรัสเซีย-ยูเครน นับแต่แต่รัสเซียเริ่มกรีธาทัพบุกยูเครน วันที่ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อโฉมหน้าการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไปทั่วทั้งโลก มาจนถึงบัดนี้ดูเหมือนว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองชาติกลับยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นเลย 

ซ้ำร้ายกลับจะยิ่งสร้างความแตกแยกในเวทีโลกระหว่าง 2 ขั้วมหาอำนาจ คือ ฝั่งที่โปรรัสเซีย กับ โปรยูเครน ที่นำโดยสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโต้ให้ร้าวลึกลงไปอีก 

วันนี้พี่ทุยจะขอพาไปย้อนดูกันว่าตลอดปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ทำไมมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกถึงใช้ไม่ได้ผล และแนวโน้มสถานการณ์สงครามในอนาคตจะไปต่ออย่างไร 

สงครามรัสเซีย-ยูเครน 1 ปี เกิดอะไรขึ้นบ้าง

แม้สถานการณ์สู้รบจะผ่านไป 1 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในสนามรบ และนอกสนามรบดูจะมีมากมายเสียเหลือเกิน พี่ทุยจึงขอสรุปประเด็นสำคัญไว้แบบนี้ 

สงครามที่ยังไม่มีผู้ชนะตัวจริง

เนื่องจากยังไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถพิชิตศึกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยรัสเซียทำได้เพียงแค่ผนวกดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครนบางส่วนไว้ในมือเท่านั้น 

ขณะที่ยูเครนยังคงรักษาพื้นที่สำคัญอย่าง “กรุงเคียฟ” เมืองหลวง ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนาโต้คอยหนุนหลังอยู่ โดยได้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.65 ล้านล้านบาท)

สิ่งน่าเศร้าคือไฟสงครามหนนี้ได้พรากชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไปแล้ว 8,000 คน บาดเจ็บอีก 13,300 คน และทำให้ผู้คนอพยหนีออกนอกยูเครนไปแล้ว 8.7 ล้านคน

อ่านเพิ่ม

สงครามรัสเซีย-ยูเครน 1 ปี เกิดอะไรขึ้นบ้าง

สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำหลายประเทศทั่วโลกตกที่นั่งลำบาก

ผลพวงของสงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก นั่นก็เพราะทั้งยูเครนและรัสเซียต่างเป็นผู้ส่งออกสินค้าสำคัญหลายชนิด โดยรัสเซีย คือผู้ผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ธัญพืช น้ำมันพืช และปุ๋ยเคมี รายใหญ่ ขณะที่ยูเครนคือผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญ โฉพาะข้าวสาลี

ซึ่งผลของสงครามย่อมทำให้ระบบ Supply Chain การผลิตและส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสะดุดลง มีต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น

นำไปสู่การเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าในข้างต้นในหลายประเทศตามมา สุดท้ายส่งผลให้เงินเฟ้อของหลายชาติพุ่งทะยานขึ้นอย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง OECD ระดับเงินเฟ้อพุ่งขึ้นไปเฉลี่ยที่ 9%

อ่านเพิ่ม

สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำหลายประเทศทั่วโลกตกที่นั่งลำบาก และเมื่อหันไปมองกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะนี่คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าใครเพื่อน

โดยมีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “ศรีลังกา” ที่กลายเป็นประเทศละลายในระยะเวลาไม่นาน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างหนัก จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหง และตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ปัญหาที่หมักมหมไว้ปะทุออกมา ขณะที่เงินเฟ้อในประเทศในปีที่ผ่านมาพุ่งทะยานไปถึง 57%

ขณะที่ “อียิปต์” ก็จวนเจียนจะเอาตัวไม่รอด และต้องแบกหน้าไปขอเงินช่วยเหลือจาก IMF นอกจากนี้ ยังต้องขอร้องให้ประชาชนทานีนไก่กับปีกไก่เป็นโปรตีนทางเลือกแทนแป้งสาลีที่นำเข้าจากยูเครนไม่ได้\

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประะเมินความสูญเสียที่เกิดจากผลพวงของสงครามรัสเซีย ยูเครนไว้ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 33 ล้านล้านบาท)

อ่านเพิ่ม

ทำไมมาตรการคว่ำบาตรถึงใช้ไม่ได้ผล

นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มยกทัพบุกยูเครนอย่างเป็นทางการ บรรดาชาติตะวันตกต่างพากันงัดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนเข้าใส่รัสเซียอย่างหนัก 

ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงบริการทางการเงิน การอายัดทรัพย์สินของบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องรัฐบาลรัสเซีย จำกัดเพดานการซื้อน้ำมัน และการถอนการลงทุนออกจากรัสเซีย

แต่จนแล้วจนรอดเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้จะยังไม่สามารถหยุดยั้งความเหิมเกริมของรัสเซียลงได้เลย เพราะเอาเข้าจริงแล้วรัสเซียยังทำรายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้อยู่เช่นเดิม แถมยังได้สูงกว่าเดิมอีกด้วย จากการที่ราคาพลังงานทั่วโลกแพงขึ้น โดยนักวิเคราะห์บางสำนักเผยว่ารายได้จากการขายน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกรัสเซียขยายตัวมากว่า 40% ด้วยซ้ำ

อ่านเพิ่ม

สงครามรัสเซีย-ยูเครน อนาคตจะไปต่อยังไง

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าแนวโน้มสงครามจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากรัสเซียได้เตรียมจะจัดกำลังชุดใหญ่เข้ารุกรานยูเครนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหมายเผด็จศึกโดยเร็ว และลดรายจ่ายทางการทหารลง หลังจากสูญงบไปแล้วกว่า 5.4 – 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.78 – 2.44 ล้านล้านบาท)

ขณะที่ฝั่งยูเครนก็ไม่น้อยหน้า เพราะผู้นำยูเครนออกมาประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าเป้าหมายของตนคือการทวงคืนดินแดนที่รัสเซียยึดไปคืนทั้งหมด พร้อมกับขับไล่กองทัพรัสเซียออกจากดินแดนของตนเองโดยเร็ว 

ซึ่งในเบื้องต้นผู้นำยูเครนได้ขอการสนับสนุนอาวุธยุทธโธปกรณ์จากชาติพันธมิตรตะวันตกจำนวนมาก เพื่อหวังต่อกรกับกองทัพรัสเซีย 

ดังนั้นไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาหน้าไหน พี่ทุยว่าความสูญเสียครั้งมหาศาลย่อมหลีกหนีไม่พ้น จึงได้แต่หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกร่วมกันอย่างสันติได้โดยเร็ว เพราะไม่เคยมีผู้ชนะตัวจริงในสงคราม มีแต่ผู้สูญเสียมาก กับ สูญเสียน้อยเท่านั้น

Timeline สำคัญของ สงครามรัสเซีย – ยูเครน ย้อนรอย 1 ปี

  • 24 ก.พ. 2565 กองทัพรัสเซียบุกยูเครน ภายใต้รหัส “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” เพื่อขจัดลัทธินาซี และปกป้องคนเชื้อสายรัสเซียในยูเครน
  • 29 มี.ค. 2565 ถอนกำลังออกจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน และหันไปมุ่งเน้นสมรภูมิทางภาคตะวันออกของยูเครนแทน 
  • 13 เม.ย. 2565 กองทัพยูเครนล่มเรือรบรัสเซียในทะเลดำลงได้
  • มิ.ย. 2565 ความช่วยเหลือจากกลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตกหลั่งไหลมายังยูเครน 
  • ก.ค. 2565 ตุรกีและสหประชาชาติเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง และได้ข้อตกลงยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือในทะเลดำ ช่วยบรรเทาปัญหาความมั่นคงอาหารโลกได้
  • 8 ต.ค. 2565 เกิดเหตุระเบิดที่สะพานในไครเมีย ทำให้รัสเซียตอบโต้ยูเครนด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนอย่างหนักในหลายพื้นที่
  • 9 พ.ย. 2565 รัสเซียถอนกำลังทัพออกจากเมืองเคอร์ชอน หลังถูกกองทัพยูเครนโจมตีอย่างหนัก
  • 1 ม.ค. 2566 กองทัพยูเครนโจมตีใส่กองทัพรัสเซียที่ส่วนใหญ่เป็นทหารใหม่ โดยมีทหารรัสเซียเสียชีวิต 89 ราย
  • 20 ก.พ. 2566 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เดินทางเยือนยูเครน ยืนยันสหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือยูเครนระหว่างสงครามต่อไป
  • 21 ก.พ. 2566 วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ขึ้นแถลงสุนทรพจน์ประจำปีต่อสภาของรัสเซีย กล่าวโทษชาติตะวันตกว่า กำลังคุกคามการดำรงอยู่ของรัสเซียด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยูเครน และปูตินได้ขอให้สมาชิกสภาสนับสนุนแผนสำหรับการก่อสร้างและการพัฒนากองทัพสำหรับปี 2021-2025 ให้สำเร็จลุล่วง
รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile