ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพิ่มวงเงินให้กับโครงการ “เราชนะ” และ ม.33 เรารักกัน โดยจะให้ผู้มีสิทธิรายเดิมเพิ่มอีก 2,000 บาท (รวมเป็นเงินทั้งหมด 7.87 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็นการเพิ่มเงินให้กับโครงการเราชนะอีก 6.7 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ ครม. อนุมัติวงเงินไว้ประมาณ 2.13 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.8 แสนล้านบาท
และอีก 1.17 หมื่นล้านบาทเพิ่มเติมให้กับโครงการ “ม.33 เรารักกัน” จากเดิม ครม.อนุมัติวงเงินในโครงการ 3.71 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 4.84 หมื่นล้านบาท โดยขยายระยะเวลาใช้สิทธิ์ได้จนถึง 30 มิถุนายน 2564 เพื่อเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้กลับมาเร็วที่สุด
ซี่งในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยเราได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นระลอกที่ 3 แล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจไทย ณ ปัจจุบันยังกลับมาหมุนได้ไม่ดีเท่าเดิม กำลังซื้อของประชาชนในภาพรวมยังชะลอตัว ทำให้ยากต่อการฟลิกฟื้นกลับมาได้
โครงการ “เราชนะ” รับเงินโอนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง แบ่งการโอนเงินออกเป็น 2 งวด
1. งวดแรก 1,000 บาท วันที่ 20 พฤษภาคม 2564
2. งวดที่สองอีก 1,000 บาท วันที่ 27 พฤษภาคม 2564
โครงการ “เราชนะ” รับเงินโอนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านบัตรประชาชน แบ่งการโอนเงินออกเป็น 2 งวด
1. งวดแรก 1,000 บาท วันที่ 21 พฤษภาคม 2564
2. งวดที่สองอีก 1,000 บาท วันที่ 28 พฤษภาคม 2564
โครงการ “ม.33 เรารักกัน” รับเงินโอนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง แบ่งการโอนเงินออกเป็น 2 งวด
1. งวดแรก 1,000 บาท วันที่ 24 พฤษภาคม 2564
2. งวดที่สองอีก 1,000 บาท วันที่ 31 พฤษภาคม 2564
ซึ่งยอดเงินจากทุกโครงการทั้ง “เราชนะ” และ ม.33 เรารักกัน สามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และนอกจากนี้จะมีโครงการใหม่ขึ้นมาอีก 1 โครงการ นั่นก็คือ “สร้างไทยไปด้วยกัน” ด้วยวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มการจ้างงานท้องถิ่น ด้วยการสร้างโครงการขนาดเล็กให้พื้นที่ทุกจังหวัด
รวมถึงยังมีอีกหลากหลายมาตรการที่กำลังจะทยอยออกมาช่วงกรกฎาคม ถึง ธันวาคม 2564 นี้ ไว้ยังไงถ้ามีอัปเดตตัวเลขแน่ชัด พี่ทุยจะมาอัปเดตให้อีกที่นึงแน่นอน ติดตามกันได้เลย
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ ?
ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัวพี่ทุยว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ดีมั้ย คำตอบ คือ กระตุ้นย่อมดีกว่าการไม่กระตุ้นแน่นอน เพราะโครงการ “เราชนะ” และ “ม.33 เรารักกัน” ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานรากได้จริง ๆ ทำให้มาตรการนี้ถูกใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาอย่างหนึ่ง ณ เวลานี้ก็คือ เรื่องของวัคซีนต่าง ๆ ประเทศไทยที่ถือว่ามีปริมาณการฉีดวัคซีนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ มีการวางแผนวัคซีนที่ล่าช้า ซึ่งจากงานวิจัยทั่วโลกเห็นตรงกันว่าประเทศใดที่สามารถฉีดวัคซีนให้กับคนส่วนมากในประเทศจนเกิด “การคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity)” ได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสทำให้เศรษฐกิจกลับมาได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นตัวช่วยที่สำคัญทำให้ไม่ต้องปิดเมือง (Lockdown) ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักแบบในปัจจุบัน
แต่สำหรับโครงการ “สร้างไทยไปด้วยกัน” อาจจะยังต้องตั้งคำถามต่อไปก่อนว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานได้จริงหรือไม่ การสร้างโครงการใหม่ขึ้นมาจะมีมาตรฐานมากพอจนสามารถแข่งขันและดึงกำลังซื้อได้จริงหรือไม่ ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามกันต่อไป และทุกคนสามารถติดตามกันได้ที่ Money Buffalo กดติดตามกันไว้ได้เลย
รู้หรือไม่ว่า นอกจากเศรษฐกิจของไทยในช่วงนี้ที่มีปัญหา เศรษฐกิจที่ยุโรปก็เจอวิกฤตไม่แพ้กัน ลองไปอ่านเรื่องราวของเศรษฐกิจยุโรปที่อาจจะเจอวิกฤตซ้ำสองกันได้เลย ที่นี่