สรุป "หุ้น ADVANC" ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

วิเคราะห์ “หุ้น ADVANC” ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ADVANC ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ที่รวมถึงธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจดิจิทัล เซอร์วิส ภายใต้เแบรนด์ AIS
  • ผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รายได้รวม 172,890 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28,423 ล้านบาท ถือว่าปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าจากผลกระทบของของโควิด-19 และการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น 
  • ปัจจัยที่ต้องติดตามในอนาคต คือ (1) ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า (2) ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนในประเทศ (3) แนวโน้มการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี 5G (4) แนวโน้มตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และ (5) การแข่งขันในธุรกิจ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ถ้าพูดถึงค่ายโทรศัพท์ที่เป็นรายใหญ่ที่สุด มีส่วนแบ่งทางการตลาดเชิงรายได้ เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยนั้นก็คงหนีไม่พ้นค่ายโทรศัพท์สีเขียวอย่าง AIS หรือ “หุ้น ADVANC” ที่เรารู้จักกัน

หุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นกลุ่มที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากถูกมองว่าราคาค่อนข้างถูกหรือเรียกว่ากลุ่มที่กำลัง Laggard มานาน วันนี้พี่ทุยจะพามาสรุปและวิเคราะห์พร้อม ๆ กันแบบเจาะลึกกับ “หุ้น ADVANC” ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในประเทศไทย

“หุ้น ADVANC” ทำอะไร ?

ADVANC เป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม โดยรวมถึงธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจดิจิทัล เซอร์วิส ภายใต้เแบรนด์ AIS

ธุรกิจหลักของเอไอเอส สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน ดังต่อไปนี้

1. ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนโครงข่ายเทคโนโลยี 5G/4G/3G/2G ภายใต้แบรนด์ “เอไอเอส (AIS)” ให้บริการระบบรายเดือน, บริการระบบเติมเงิน และบริการโทรข้ามแดนอัตโนมัติหรือโรมมิ่ง ซึ่งมีผู้ให้บริการ โครงข่ายที่เป็นคู่ค้าในกว่า 229 ประเทศทั่วโลก

2. ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง

ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (FTTx) ภายใต้แบรนด์ “เอไอเอส ไฟเบอร์ (AIS Fibre)”

3. ธุรกิจดิจิทัล เซอร์วิส

เป็นบริการต่อยอดด้านดิจิทัลที่มุ่งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นจากฐานธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยตั้งเป้าให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ ในระยะกลางถึงยาว ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยี

โครงสร้างรายได้ ปี 2563 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC)

สรุป "หุ้น ADVANC" ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

ผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รายได้รวม 172,890 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

สร้างรายได้ 118,082 ล้านบาท คิดเป็น 68.30% ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วจากผลของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านราคาของอุตสหากรรมที่รุนแรงขึ้น รวมถึงรายได้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไปจากช่วงโควิด-19 ระบาด

2. รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

สร้างรายได้ 6,959 ล้านบาท คิดเป็น 4.02 % ปรับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการทำงานจากบ้าน (Work From Home)

3. รายได้ค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและค่าเช่าเครื่องและอุปกรณ์

สร้างรายได้ 13,722 ล้านบาท คิดเป็น 7.94% ปรับเพิ่มขึ้นจากค่าความผันผวนของค่าเชื่อมโยงเครือข่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

4. รายได้จากการขายซิมและอุปกรณ์

สร้างรายได้ 29,574 ล้านบาท คิดเป็น 17.11% ลดลงจากการปิดศูนย์บริการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ประกอบกับการเปิดตัว iPhone12 ที่ล่าช้าเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนเรื่องของอัตรากำไรนั้นก็ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

5. รายได้จากการให้บริการอื่น ๆ

สร้างรายได้ 4,552 ล้านบาท คิดเป็น 2.63% เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้าองค์กรในบริการ ICT Solution ตามแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัล

ผลการดำเนินงานปี พ.ศ. 2561-2563 ของเอไอเอส (ADVANC)

สรุป "หุ้น ADVANC" ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

รายได้รวมของ ADVANC ในปี 2563 มีรายได้รวม 172,890 ล้านบาท ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ พร้อมกับรายได้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไป และการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น ประกอบกับการเปิดตัว iPhone12 ที่ล่าช้าเมื่อเทียบกับปีก่อนทำให้ยอดขายบางส่วนถูกบันทึกเป็นรายได้ของปี 2564 แทน

ส่วนของกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้นจากการเข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่และการลงทุนเครือข่ายที่ประมูลได้ในปี 2563 ที่ผ่านมา

5 จุดแข็งของเอไอเอส (ADVANC)

1. เป็นแบรนด์ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของประเทศไทย

ณ สิ้นปี 2563 เอไอเอสยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยรายใหญ่ที่สุด มีส่วนแบ่งทางการตลาดเชิงรายได้ เป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 46% และมีผู้ใช้บริการจำนวน 41 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ

2. ผลตอบแทนเงินปันผลสูงเฉลี่ยปีละ 4%

เอไอเอสมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ ตามงบการเงินรวม โดยจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นปีละ 2 ครั้ง และมีความสม่ำเสมอทุกปี

3. โอกาสทางธุรกิจจากฐานลูกค้าจำนวนมาก

ผู้ให้บริการที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากอย่าง AIS จะมีโอกาสทางธุรกิจที่มากกว่า เช่น Disney+ Hotstar เลือกจับมือกับ AIS ซึ่งจะทำให้ลูกค้าคิดย้ายค่ายออกไปน้อยลง และล่าสุดที่ทาง AIS คว้าสิทธิถ่ายทอดสด “โอลิมปิก โตเกียว 2020” ทำให้กลุ่มคนที่ต้องการดู Disney+ Hotstar หรือ การแข่งขันโอลิมปิก ก็จะย้ายเข้ามาหา AIS มากขึ้น ทั้งในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน ถือเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

4. ครอบครองคลื่นความถี่ในอุตสาหกรรมมากที่สุดกว่า 1,420 MHz 

AIS เป็นเครือข่ายที่มีคลื่นความถี่รวมมากที่สุด 1,420 MHz ทำให้สัญญาณทะลุทะลวงครอบคลุมทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เป็นการถือครองคลื่นความถี่ในจำนวนที่มากที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำ ทั้งในเชิงคุณภาพการให้บริการในปัจจุบัน และต่อยอดบริการใหม่ด้วยเทคโนโลยี 5G

5. คุณภาพของบริการหลังการขาย

การให้บริการลูกค้าหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า โดยมีช่องทาง ที่หลากหลาย เช่น เอไอเอสช้อป คอลเซ็นเตอร์ และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เนื่องจากทุกวันนี้ตลาดไม่ได้แข่งขันกันที่ราคาเพราะราคาถูกและเน็ตแรงค่ายไหนก็ให้ได้ ดังนั้น การแข่งขันจากนี้จะอยู่ที่ “บริการหลังการขาย” ที่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดลูกค้าใหม่

อัตราส่วนทางการเงินของเอไอเอส (ADVANC)

สรุป "หุ้น ADVANC" ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

ถ้าเราลองย้อนดูงบการเงินปี 2563 ที่ผ่านมา เราจะเห็นราคาหุ้น ADVANC ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ให้รายได้หดตัวลง

สรุป "หุ้น ADVANC" ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับ 1 ในไทย

P/BV Ratio มีค่าที่สูงกว่า 1 บ่งบอกถึงนักลงทุนที่มองเห็นแนวโน้มว่าบริษัทฯ จะเติบโตจนมีกำไรสะสมกลับมาช่วยทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

“กำไรต่อหุ้น (EPS)” ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งบอกถึงบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับงบปี 2562

P/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 19.15 เท่า มีการคาดการณ์ว่ากำไร ADVANC ปี 2564 จะอ่อนตัวลง จากการที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และผลกระทบของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออ่อนตัวลง

ถ้าเราลองไปดูข้อมูลบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน มาคำนวณ P/E ในงบปี 2563 ได้ P/E เฉลี่ยที่ 33.13 เท่า

D/E Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามปกติแล้วบริษัทที่มี D/E Ratio มีค่าที่สูงแปลว่าบริษัทมีภาระหนี้สินที่สูง เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ค่า D/E Ratio สูงขึ้นตามการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

ROA และ ROE  ตามหลักการแล้วยิ่งสูง ยิ่งถือว่าบริษัทนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดูในงบ ปี 2563 พบว่า ทั้งสองอัตราส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรสุทธิที่ลดลงนั่นเอง

ในส่วนของ DIVIDEND YIELD อยู่ที่ 4.17% โดยสังเกตได้ว่า ADVANC มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอทุกปี อีกทั้งยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเก็บผลตอบแทนจากเงินปันผล

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ ADVANC ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

1. การเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลักและคงความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพบริการและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
2. ขยายการครอบคลุมของบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง โดยอาศัยความแข็งแกร่งร่วมจากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอส
3. ผลักดันบริการรูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล รวมถึงเสริมศักยภาพขององค์กร
4. บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเสริมประสิทธิภาพของธุรกิจและพัฒนาบุคลากรไปอีกขั้น

อนาคตของ ADVANC จะเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่ต้องติดตาม ?

1. รายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า

จากสถานการณ์โควิด-19 ในปีที่ผ่านมา เป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งการเรียนออนไลน์และการทำงานจากที่บ้าน ทำให้ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่ในทางกลับกันโควิด-19 ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย ทำให้กำลังซื้อคนในประเทศต่ำ เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้า

2. ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนในประเทศ

ปัจจัยบวกจากการเข้าถึงของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของคนไทยและในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จะช่วยหนุนให้รายได้ธุรกิจโทรคมนาคมสามารถเติบโตจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย

3. แนวโน้มการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี 5G

แนวโน้มการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี 5G ในปี 2564 ทั้งสำหรับลูกค้าทั่วไป และลูกค้าองค์กรจะมีความชัดเจนมากขึ้น จากความหลากหลายของยี่ห้อและรุ่นโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 5G ที่คาดว่าจะออกจำหน่ายในตลาดประเทศไทย 

รวมถึงความหลากหลายและคุณภาพของคอนเทนต์ที่ต้องใช้เครือข่าย 5G ในการเสพคอนเทนต์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ

4. ตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงในปี 2564 มีแนวโน้มเติบโต

ปี 2564 จะเป็นปีที่ผู้บริโภคมีการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ทั้งคอนเทนตออนไลน์ เกมออนไลน์ ทำให้ต้องการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มสูงขึ้น

5. การแข่งขันทางธุรกิจ

การแข่งขันในตลาดทั้งการแข่งขันด้านราคาและการทำแคมเปญส่วนลดโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นน้อยลง

และเมื่อโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 5G มีราคาถูกลง จะช่วยทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้นในวงกว้าง อัตราการใช้งาน 5G ก็จะสูงขึ้น ก็จะเป็นตัวสนับสนุนให้ผู้ให้บริการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากบริการที่เกี่ยวเนื่องกันได้

ส่วนการแข่งขันในตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านคาดว่าก็จะยังอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องไปในปี 2564

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการพยายามใช้กลยุทธ์ในการนำบริการเสริมต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงลูกค้าและป้องกันการไหลออกของลูกค้าเก่า เช่น การเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตและการอัพเกรดอุปกรณ์ให้กับลูกค้า และมุ่งเน้นขายพ่วงบริการอื่นเพิ่มเติม การเพิ่มจุดติดตั้ง Router เพื่อขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมภายในบ้าน รวมถึงการเสนอแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งรวมบริการที่หลากหลายของเครือข่ายตนเอง เพื่อเพิ่มรายได้และรักษาจำนวนผู้ใช้งาน

ดู Youtube เพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile