ถอดรหัส ธนาคาร Credit Suisse ทำไมหุ้นร่วงหนัก - กระทบโลกการเงินแค่ไหน

ธนาคาร Credit Suisse คือใคร หุ้นร่วงหนัก กระทบโลกการเงินแค่ไหน

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2022 ราคาหุ้น Credit Suisse ธนาคารชื่อดังระดับโลก ร่วงลงไปกว่า 12% ท่ามกลางความกังวลว่าจะมีการเพิ่มเงินทุนและขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนมหาศาล ตั้งแต่ไตรมาส 4/ 2021 – ไตรมาส 2/2022 มีผลขาดทุนรวมกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์
  • Credit Suisse เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงบ่อยครั้ง พัวพันกรณี Archegos กองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกบังคับให้ขายหุ้นและได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Greensill Capital จากประเทศอังกฤษ
  • Credit Default Swaps (CDS) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงการผิดชำระหนี้ของสินทรัพย์ใดก็อยู่ภายใต้สัญญาของ CDS โดย CDS ของธนาคารพุ่งสูงไปแตะระดับเดียวกับช่วงวิกฤติการเงินปี 2008 นักลงทุนจับตาวันที่ 27 ต.ค. นี้ ซึ่งธนาคารจะเปิดเผยแผนธุรกิจใหม่ที่จะใช้เพื่อแก้ปัญหานี้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2022 ราคาหุ้น ธนาคาร Credit Suisse ซึ่งเป็นธนาคารชื่อดังระดับโลก ร่วงลงไปกว่า 12% ท่ามกลางความกังวลว่าจะมีการเพิ่มเงินทุนและขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม CEO ได้เผยว่าสภาพการเงินของธนาคารยังแกร่งและไม่มีแผนขอเพิ่มทุน ส่งให้ราคาหุ้นกลับมาปิดตลาดติดลบไปเพียง 1%

นับเป็นข่าวที่สร้างความกังวลว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติไปทั่วตลาดการเงิน บทความนี้พี่ทุยขอพาไปเจาะรายละเอียด ข้อมูลที่น่าสนใจ และโอกาสที่จะเกิดวิกฤติ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย!!!

ทำไม ธนาคาร Credit Suisse ถึงถูกจับตามองจากทั่วโลก

ถ้าดูงบการเงินย้อนหลังก็จะพบว่ามีกำไรสุทธิไม่มีความสม่ำเสมอ มีผลขาดทุนสลับกำไรมาโดยตลอด ล่าสุดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2021 – ไตรมาส 2 ปี 2022 ก็มีขาดทุนทุกไตรมาสรวมกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ 

โดยไตรมาสล่าสุดขาดทุน 1,660 ล้านดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุนเพียง 402.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากการบริหารความเสี่ยงผิดพลาดอันส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงหลายครั้ง ทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนกลับมาทบทวนการบริหารงานของ Credit Suisse

กรณี Archegos กองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกบังคับให้ขายหุ้น (Margin Call) เมื่อปี 2021 ทำให้ธนาคารสูญเสียเงินไป 5,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังต้องชดเชยให้กับนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Greensill Capital จากอังกฤษ

เรื่องราวการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเริ่มขึ้นเมื่อปี 2020 นาย Tidjane Thiam ถูกบังคับให้ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO หลังกรณีอื้อฉาวจ้างนักสืบติดตามอดีตผู้บริหารที่ย้ายไปร่วมงานกับ UBS และแทนที่ด้วยนาย Thomas Gottstein ซึ่งลงจากตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. 2022 และหันไปใช้ผู้เชี่ยวชาญการปรับโครงสร้างองค์กรอย่าง Ulrich Koerner เข้ารับตำแหน่ง CEO และเริ่มแผนมุ่งเน้นธุรกิจ wealth management และลดความสำคัญของธุรกิจ investment banking

เมื่อครั้งนาย Tidjane Thiam ลงจากตำแหน่ง ธนาคารได้จ้างนาย Antonio Horta-Osorio เข้ารับตำแหน่งประธานธนาคาร แต่แล้วก็ต้องลาออกไปเมื่อต้นปี 2022 และแทนที่ด้วยนาย Axel Lehmann เนื่องจากคณะกรรมการบริหารไม่สบายใจกับพฤติกรรมส่วนตัว เช่น การละเมิดข้อบังคับการกักตัว COVID-19 รวมถึงการทำหน้าที่บางกรณีโดยไม่มีการหารือกับคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ธนาคารยังเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวที่โดนค่าปรับอีกประปราย เช่น Bermuda Trial, Tuna Bond Fraud เป็นต้น เรียกได้ว่าผลประกอบการก็ย่ำแย่ ด้านการฟื้นฟูกิจการก็เพิ่งเริ่มต้น และความเชื่อมั่นยังไม่กลับมา

ธนาคาร Credit Suisse มีความสำคัญต่อระบบการเงินมากขนาดไหน

ก่อตั้งในปี 1856 โดยนักการเมืองและนักธุรกิจชาวสวิสนามว่า Alfred Escher เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับโครงการรถไฟและอุตสาหกรรมของประเทศ ด้วยการซื้อและควบรวมกิจการหลายครั้งส่งให้ Credit Suisse กลายเป็นธนาคารที่ใหญ่อันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ มีจำนวนพนักงานมากกว่า 50,000 คน และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1.62 ล้านล้านดอลลาร์ 

Credit Suisse นอกจากจะดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ยังประกอบธุรกิจด้าน wealth management, investment banking (วาณิชธนกิจ) และ asset management (บริหารสินทรัพย์) ซึ่งการเป็นธนาคารที่มีความสำคัญกับประเทศ หากล้มละลายย่อมส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศแน่นอน

ตลาดตอบรับกับข่าวนี้อย่างไร

นอกจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงวันเดียว 12% ก่อนกลับมาปิดตลาดในแดนลบที่ 1% โดยนับตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นของธนาคารปรับตัวลงมาแล้วกว่า 55% ส่วนราคาหุ้นกู้ของธนาคารก็ร่วงจนทำราคาแตะระดับต่ำสุดแล้ว

Credit Default Swaps (CDS) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงการผิดชำระหนี้ของสินทรัพย์ใดก็อยู่ภายใต้สัญญาของ CDS โดย CDS ของธนาคารพุ่งสูงไปแตะระดับเดียวกับช่วงวิกฤติการเงินปี 2008 แล้ว ยิ่งสะท้อนว่าตลาดมีความกังวลต่อการผิดชำระหนี้สูงมาก

ปัญหานี้จะทำให้เกิดวิกฤติการเงินหรือไม่?

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่าปัญหานี้จะยังไม่ก่อเหมือน Lehman Brothers เมื่อปี 2008 โดยราคาหุ้นจะยังรับแรงกดดันต่อไปจนกว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนถูกประกาศออกมา นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ซึ่งหมายความว่าจะไม่กระทบไปสู่ระบบการเงินโลก

วันที่ 27 ต.ค. นี้ จะเป็นวันที่ธนาคารจะเปิดเผยแผนธุรกิจใหม่ที่จะใช้เพื่อแก้ปัญหานี้ นักวิเคราะห์มองว่ามีความสำคัญมากซึ่งต้องจับตาว่าอาจมีการประกาศความเสียหายเพิ่มเติม ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เปิดเผยออกมาแล้วซึ่งบ่งชี้ว่าจะส่งผลให้ Credit Suisse เกิดปัญหาจนถึงขั้นล้มละลาย

แนวทางแก้ปัญหา (ทางเลือกที่เหลืออยู่)

Credit Suisse เผยว่าจะแก้ปัญหาด้วยการเน้นกลุ่มธุรกิจ wealth management และลดขนาดธุรกิจ investment bank และประเมินทางเลือกสำหรับธุรกิจ securitized products (ผลิตภัณฑ์การเงิน)

นักวิเคราะห์ประเมินว่าธนาคารอาจเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุนประมาณ 4,080-6,120 ล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ investment bank ที่ลดได้ และปริมาณสินทรัพย์ที่ขายได้ หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็ต้องเพิ่มเงินทุนโดยตรงจากผู้ถือหุ้นใหญ่ และขั้นสุดท้ายก็อาจต้องหันหาภาครัฐเพื่อขอรับเงินทุนช่วยเหลือ

ธนาคารไทยมีโอกาสล้มละลายหรือไม่

พี่ทุยลองใช้ตัวชี้วัดความมั่นคงของสถาบันการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ไตรมาส 2/2022 พบว่าระบบธนาคารพาณิชย์มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ที่ 19.6% อัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL coverage ratio) อยู่ที่ 166.6% และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (Liquidity Coverage Ratio) ที่ 185.5% ส่วน NPL ลดลงมาที่ 527,900 ล้านบาท คิดเป็น 2.88% ของสินเชื่อรวม ขณะที่ Net Interest Margin  (NIM) เพิ่มขึ้นมาที่ 2.51% จากไตรมาสก่อนที่ 2.45%

จะเห็นว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีวินัยทางการเงินสูง เงินสำรองเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงและสินเชื่อด้อยคุณภาพมีเพียงพอ ส่วน NIM ที่เพิ่มขึ้นก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะได้รับอานิสงส์จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น ธนาคารไทยจึงน่าจะรับมือผลกระทบได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile