Credit Suisse ล้ม

เมื่อ Credit Suisse ไม่ล้ม Domino Effect ตัวต่อไปคือธนาคารขนาดเล็กหรอ ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • Credit Suisse มีปัญหาการบริหารงานมานานแล้ว หลังเหตุการณ์ธนาคาร SVB ในสหรัฐฯ ล้มละลาย ความกังวลก็ส่งผลให้ หุ้น Credit Suisse ก็ร่วงถึง 24% จนต้องยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์
  • Credit Suisse เป็นธนาคารใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็น Systemically Important Financial Institution ไม่อาจปล่อยให้ Credit Suisse ล้มละลายได้แน่นอน เพราะจะเกิดปัญหาลุกลามไปทั้งระบบรวมถึงเศรษฐกิจ
  • สถานะการเงินของธนาคารไทยแข็งแกร่ง อีกทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยน้อยกว่าสหรัฐฯ และยุโรป และขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่สร้างปัญหาเหมือนอย่าง SVB

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เป็นเวลาเกือบสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่มีข่าวธนาคาร SVB ในสหรัฐฯ ล้มละลายจนภาครัฐต้องเข้าช่วยเหลือ ล่าสุดก็เป็นคราวของธนาคารระดับโลกอย่าง เครดิต สวิส (Credit Suisse) ราคาหุ้นร่วงอย่างหนัก จนต้องขอความช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ สร้างความกังวลต่อนักลงทุนว่าปัญหาอาจลุกลามไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

บทความนี้พี่ทุยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปให้ว่าปัญหานี้จะลุกลามหรือไม่ ประเทศไทยรับมือได้หรือไม่ และจะเกิดอะไรขึ้นต่ออีก? ถ้าพร้อมกันแล้วไปลุยกันเลย

Credit Suisse ข่าวล่าสุด 

Credit Suisse มีปัญหาการบริหารงานมานานแล้ว เช่น กรณี Greensill Capital และกองทุน Archegos ที่เป็นลูกค้าล้มละลาย, ข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับประธานบริษัท และลูกค้าแห่ถอนเงิน โดยธนาคารประเมินว่าจะไม่สร้างกำไรได้จนถึงปี 2024

แต่แล้วหลังเหตุการณ์ธนาคาร SVB ในสหรัฐฯ ล้มละลาย วันที่ 15 มี.ค. หุ้น Credit Suisse ก็ร่วงถึง 24% เป็นความกังวลที่ลามมาจาก SVB ซึ่งมาพร้อมข่าว Saudi National Bank ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกาศไม่เพิ่มทุน เนื่องจากมีกฎที่ระบุว่าห้ามมีสัดส่วนเกิน 10% (มีสัดส่วนแล้วถึง 9.9%) ยิ่งทำให้นักลงทุนแห่เทขายหุ้น

ต่อมา เครดิต สวิส ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ (FINMA) กู้ยืมเงินจาก SNB เป็นวงเงิน 50,000 ล้านฟรังก์สวิส (54,000 ล้านดอลลาร์) ภายใต้โครงการจัดหาเงินกู้แบบครอบคลุมและการจัดหาสภาพคล่องในระยะสั้น (Covered loan facility and a short-term liquidity facility)

ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวล ราคาหุ้น เครดิต สวิส ปรับตัวขึ้นทันทีและปิดตลาดวันที่ 16 มี.ค. เพิ่มขึ้น 19.15%

Credit Suisse จะล้ม เหมือน SVB ไหม ?

ย้อนไปที่กรณี SVB เหตุเกิดจากธุรกิจของลูกค้าประเภท Venture Capital และ Startup ซบเซา จึงเริ่มถอนเงินจาก SVB ส่งผลให้ SVB ต้องขายพันธบัตรและหุ้นกู้เพื่อนำสภาพคล่องมาคืนเงินฝากลูกค้า แต่การขายนี้ก็เกิดการขาดทุน เพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้ราคาพันธบัตรและหุ้นกู้ปรับตัวลง SVB จึงต้องบันทึกการขาดทุนลงในผลประกอบการ เมื่อประชาชนรู้ข่าวจึงแห่ถอนเงินรุนแรงจน SVB มีสภาพคล่องไม่เพียงพอ

สุดท้าย FDIC ต้องเข้ามาควบคุมกิจการและประกาศรับประกันเงินฝากทุกบัญชี ขณะที่ Fed จัดตั้งกองทุน BTFP เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบ

กรณี เครดิต สวิส แตกต่างออกไป เครดิต สวิส มีปัญหาเฉพาะหลายเรื่อง เมื่อเกิดความกังวล SVB นักลงทุนและประชาชนก็มองหาธนาคารที่มีจุดอ่อน ซึ่ง เครดิต สวิส ก็เลยตกเป็นเป้า

“Too big to fail” เครดิต สวิส ใหญ่เกินกว่าจะล้ม

เครดิต สวิส เป็นธนาคารใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารงานคิดเป็นประมาณ 10% ของขนาด GDP ยุโรป ธนาคารนี้จะได้รับการจัดประเภทเป็น Systemically Important Financial Institution (SIFI) ภาครัฐสวิตเซอร์แลนด์ไม่อาจปล่อยให้ เครดิต สวิส ล้มละลายได้แน่นอน เพราะจะเกิดปัญหาลุกลามไปทั้งระบบรวมถึงเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและภูมิภาค

เรียกได้ว่า เครดิต สวิส จะไม่ถูกปล่อยให้ล้มละลายแน่นอน เรียกกันคุ้นหูว่า “Too big to fail” เช่นเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่ฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป เช่น J.P. Morgan, Goldman Sachs, Deutsche bank

เงินกู้ยืม 50,000 ล้านฟรังก์สวิส คิดเป็น 9.5% ของสินทรัพย์ และ 10.2% ของหนี้สิน และสูงกว่าผลขาดทุนในปี 2022 ถึง 9 เท่า ลดความกังวลระยะสั้นจนแทบหมด ส่วน SNB ออกมาเผยว่า เครดิต สวิส มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก และผ่านเกณฑ์ GSIBs (กลุ่มสถาบันการเงินที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินโลก) CET1 ratio (Common Equity Tier 1) อยู่ที่ 14.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม GSIBs ที่ 13.1% Liquidity Coverage Ratio (LCR) อยู่ที่ 144% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม GSIBs ที่ 134%

เครดิต สวิส หรือ Credit Suisse เกี่ยวข้องกับไทยไหม ? 

การช่วยเหลือเงินกู้ยืมขนาดนี้และฐานะการเงินเลยตอบว่าปัญหานี้จะไม่ลุกลามไปทั่วยุโรปและสหรัฐฯ ส่วนธนาคารพาณิชย์ไทยมีสถานะการเงินแข็งแกร่ง ปริมาณการปล่อยสินเชื่อต่ำกว่าเงินฝาก การสำรองเงินสดเผื่อการถอนเงินทั้งระบบสูงกว่าประมาณการขั้นต่ำมาก ฉะนั้นสามารถรองรับการแห่ถอนเงินได้แน่นอน

ส่วนปัญหาที่เกิดกับ SVB คือการนำสภาพคล่องไปถือครองพันธบัตรและหุ้นกู้ซึ่งทำให้ต้องรับรู้การขาดทุนจากราคาที่ลดลง ธนาคารพาณิชย์ไทยมีสัดส่วนนี้น้อยมากทำให้รับรู้การขาดทุนน้อยลงไปอีก ดังนั้นแทบไม่ส่งกระทบต่อผลประกอบการ

ประเด็นสำคัญที่สุดซึ่งเป็นต้นตอปัญหาอย่างการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็ต้องบอกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยน้อยกว่าสหรัฐฯ และยุโรป และขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่สร้างปัญหาเหมือนอย่าง SVB

ส่วนประเด็นที่มีชื่อ เครดิต สวิส เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนไทยหลายบริษัท ไม่น่ากังวลเพราะเป็นการถือหุ้นในฐานะผู้รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งของ เครดิต สวิส ไม่ได้ถือหุ้นโดยตรง หรือกรณีที่ถือหุ้นโดยตรงแล้ว เครดิต สวิส ต้องการสภาพคล่องจนต้องขายหุ้นออกมา ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับบริษัทเหล่านั้น อย่างมากก็อาจสร้างความผันผวนต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

นอกจากนี้ เครดิต สวิส มีธุรกรรมโดยตรงกับธุรกิจในไทยน้อยมาก จึงไม่น่าเป็นช่องทางให้เกิดการลุกลามเข้ามาในเศรษฐกิจไทย

Credit Suisse ถือหุ้นอะไรบ้าง ?

เครดิต สวิส ถือหุ้นสุทธิในบริษัทจดทะเบียนไทยมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท จำนวน 16 บริษัท โดยถือหุ้นผ่าน Credit Suisse singapore branch ดังนี้ 

  • BANPU จำนวน 94,867,625 หุ้น 1.12%
  • BTS จำนวน 192,015,400 หุ้น 1.46%
  • TRUE จำนวน 757,962,909 หุ้น 2.19%
  • BWG จำนวน 88,000,000 หุ้น 1.93%
  • FNS จำนวน 8,554,900 หุ้น 2.47%
  • KEX จำนวน 12,120,900 หุ้น 0.70%
  • KSL จำนวน 89,702,836 หุ้น 2.03%
  • MINT จำนวน 175,176,600 หุ้น 3.29%
  • NER จำนวน 30,002,800 หุ้น 1.62%
  • PTECH จำนวน 73,000 หุ้น 0.04%
  • SAWAD จำนวน 63,251,089 หุ้น 4.61%    
  • STARK จำนวน 2,602,064,700 หุ้น 21.85%
  • TMT จำนวน 47,002,300 หุ้น 5.40%
  • TSE จำนวน 76,247,946 หุ้น 3.60%
  • TTA จำนวน 150,000,000 หุ้น 8.23%
  • TWPC จำนวน 20,375,990 หุ้น 2.31%

โดย RML จำนวน 170,191,000 หุ้น 4.08% เป็นบริษัทที่เครดิตสวิส ถือหุ้นตรง CREDIT SUISSE (SWITZERLAND) LTD.

Domino Effect ตัวต่อไปคือธนาคารขนาดเล็ก จริงหรือไม่ ?

กองทุน BTFP (Bank Term Funding Program) ที่ Fed จัดตั้งขึ้นมา เสนอเงินกู้สูงสุดหนึ่งปีแก่สำหรับสถาบันการเงินทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบ รับสินทรัพย์คุณภาพดีเป็นหลักประกันในการกู้เงิน พร้อมคิดที่ราคาพาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินโดยไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุน

Credit Suisse ล้ม

อย่างไรก็ตามยกตัวอย่างกรณี SVB จะเห็นว่ามีสินทรัพย์คุณภาพดีเป็นหลักประกันในการกู้เงินจากกองทุน BTFP ได้ประมาณ 50% ของสินทรัพย์ธนาคารทั้งหมด ยังมีธนาคารขนาดเล็กอีกหลายแห่งที่มีสินทรัพย์ประเภทนี้ต่ำ และมีปริมาณการปล่อยสินเชื่อสูง ดังนั้นอาจมีธนาคารขนาดเล็กเกิดปัญหาเช่นเดียวกับ SVB ได้อีก

ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเกิดปัญหาแล้ว พี่ทุยคาดว่าภาครัฐและ Fed ก็จะเข้ามาจัดการปัญหาเช่นเดียวกับ SVB อย่างล่าสุดกรณี First Republic Bank ก็ได้รับความช่วยเหลืออัดฉีดสภาพคล่องจาก 11 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นเงินจำนวน 30,000 ล้านดอลลาร์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินสหรัฐฯ

Credit Suisse ล้ม

นอกจากนี้ล่าสุด Fed เพิ่มสภาพคล่องเข้าระบบภายใน 1 สัปดาห์เป็นเงินจำนวนประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ คล้ายกับการทำ QE นับเป็นอีกปัจจัยช่วยบรรเทาปัญหาความตึงเครียดได้

สรุป เครดิต สวิส

เครดิต สวิส เป็น Systemically Important Financial Institution ไม่อาจปล่อยให้ เครดิต สวิส ล้มละลายได้แน่นอน เพราะจะเกิดปัญหาลุกลามไปทั้งระบบรวมถึงเศรษฐกิจ แต่ด้วยปัญหาการบริหารงานที่มีอย่างยาวนาน จึงต้องติดตามว่าจะมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนหรือไม่

ยังต้องติดตามสถานการณ์แบงค์ขนาดเล็กในสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีข่าวปัญหาเช่นเดียวกับกรณี SVB ถูกเปิดเผยออกมาได้อีก เนื่องจากการบริหารสภาพคล่องที่อาจผิดพลาดได้

ส่วนระบบการเงินในไทยมีความแข็งแกร่ง ดำเนินงานรอบคอบนับแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ดังนั้นปัญหา เครดิต สวิส แทบไม่มีโอกาสก่อปัญหาให้ระบบการเงินประเทศไทย

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile