เพื่อน ๆ ที่เป็นสายอาร์ต สายผลิตที่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Traditional หรือ Digital Art และกำลังสนใจ ที่จะสร้างรายได้จากผลงานบนโลกของ Blockchain แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรนำผลงานไปลงขายที่ตลาดไหน วันนี้พี่ทุยจะพาเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจใน NFT หรือเพื่อนที่กำลังมองหาช่องทางลงขายงานมารู้จักกับ NFT Marketplace ถึง 5 แห่ง ที่มีมูลค่าการซื้อขายเยอะที่สุดในโลกตอนนี้ พร้อมจุดเด่นของแต่ละตลาด
แต่ก่อนที่จะไปรู้จักกับ Marketplace แต่ละที่ พี่ทุยจะมาแนะนำคำจำกัดความของ NFT Marketplace ให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่คุ้นชินอย่างสั้น ๆ กันก่อน
NFT Marketplace คืออะไร
จากบทความ NFT คืออะไรก็อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจและรู้จักกับ Non-Fungible Token ได้ดียิ่งขึ้นว่าเป็นสินทรัพย์ที่ผู้ถือครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยในปัจจุบันมีการนำคำนี้มาใช้ในโลก Cryptocurrency มากขึ้น และส่วนใหญ่มักจะหมายถึงผลงานหรือชิ้นงานศิลปะที่ผู้คนสามารถสะสมได้
และถ้ามีชิ้นงานแล้ว ก็ต้องหาตลาดในการซื้อและขายใช่ไหมล่ะ ? นั่นแหละคือที่มาของ NFT Marketplace ที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการซื้อ ขาย หรือประมูลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT นั่นเอง โดยที่แต่ละ Marketplace ก็จะความโดดเด่นที่ต่างกันออกไป
ในวันนี้พี่ทุยรวบรวมมา 5 ที่ได้แก่ LooksRare, Opensea, Magin Eden, Foundation และ Rarible โดยเรียงตามจำนวน Volume Trade จากมากไปน้อย (นับช่วงเดือน ม.ค. 2022)
ข้อสำคัญ: เพื่อความปลอดภัยใช้งานเว็บไซต์ DeFi เหล่านี้ พี่ทุยแนะนำให้เพื่อน ๆ ค้นหาผ่าน Twitter และกดผ่าน Link ที่ทาง Official ได้แจ้งเอาไว้จะดีที่สุดนะ
ถ้าพร้อมแล้วก็มารู้จักกับแต่ละแพลตฟอร์มเลยดีกว่า
รู้จักกับ LooksRare
เริ่มต้นกับ Marketplace ที่แรกและเป็นน้องใหม่ที่สุดในวงการอย่าง LooksRare ซึ่งเป็น NFT Marketplace ที่มีจำนวนการซื้อ-ขายเยอะที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ ม.ค. 2022) รวมเป็นเงิน 14.12 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4 แสนห้าหมื่นล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท) ซึ่งถือว่าเยอะมาก ๆ และแซงหน้าเจ้าตลาดอย่าง Opensea อีกด้วย
LooksRare คือ NFT Marketplace บน Ethereum Blockchain ที่เป็น Community-Based แห่งแรกของโลกที่มีการให้รางวัลผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย NFT จาก Verified Collection จะได้รางวัลเป็น $LOOKS หรือโทเคน LOOKS ซึ่งเป็นโทเคนของ Marketplace ตัวนี้นั่นเอง รวมไปถึงในตัว Marketplace ยังมีหน้าต่าง Rewards ให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Stake โทเคน LOOKS ได้อีกด้วย (ซึ่งนี่อาจจะเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ Looksrare มี Volume Trade แซงหน้าทุกเจ้าก็ได้)
นอกจากนี้ Looksrare ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ-ขายที่ 2% เท่านั้น และค่าธรรมเนียมเหล่านี้ นี่แหละจะถูกรวบรวมมาให้ผู้ใช้งานที่ทำการ Stake โทเคน LOOKS บนแพลตฟอร์ม
แต่อาจจะยังมีข้อเสียในเรื่องของความหลากหลาย เพราะในตอนนี้ Looksrare ยังวางขายผลงานที่ อยู่ในรูปแบบรูปภาพ ยังไม่มีผลงานแบบ Audio ให้เห็น
จุดเด่นของ Looksrare
- มีการให้ Trading Rewards เป็น LOOKS Token แก่ผู้ใช้งาน
- มี Staking Option ให้ผู้ใช้งานสร้างรายได้เพิ่มเติม
- ค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายถูก แค่ 2% เท่านั้น
- มีมูลค่าการซื้อ-ขายที่เยอะที่สุด
- ทำธุรกรรมผ่านการเชื่อมต่อ Ethereum Wallet อย่าง Metamask ได้
จุดด้อยของ Looksrare
- ความหลากหลายของรูปแบบผลงานยังน้อย
รู้จักกับ OpenSea
น่าจะคุ้นหู คุ้นตาเพื่อน ๆ กันมาบ้างสำหรับเจ้าตลาด NFT Marketplace ที่อาจจะเรียกได้ว่าดังสุด ๆ อย่าง Opensea ที่มีจำนวนผู้ใช้งานเยอะที่สุดในโลกมากถึง 500,000 กว่ารายใน 1 เดือนที่ผ่านมา แต่จำนวนมูลค่าการซื้อ-ขายยังเป็นรอง LooksRare อยู่ที่ประมาณ 3.76 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1 แสนสองหมื่นล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท)
Opensea คือ NFT Marketplace ที่โด่งดังในการเป็นตลาดซื้อ-ขาย NFT ที่ทำงานอยู่บน Ethereum Blockchain (รวมถึงรองรับ Polygon Chain ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเปิดกว้างในด้านความหลากหลายของผลงานที่วางขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายงานประเภท Art, Collectibles, Domain, Music, Photography, Sports, Trading Cards, Utility, หรือแม้แต่ Virtual world ก็ตาม
ด้วยความที่มีขนาดใหญ่ ผู้ใช้งานเยอะและมีผลงานให้เลือกหลากหลายนั้น เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบ สะสมผลงานเป็นอย่างมาก แต่ข้อได้เปรียบนี้เองก็ส่งผลให้ Opensea นั้นไม่ค่อยเหมาะกับผู้ผลิตหน้าใหม่สักเท่าไหร่ เพราะโอกาสที่ผลงานจะผ่านตาผู้คนในตลาดที่คนเยอะที่สุดในโลกนั้น ค่อนข้างยากเลยทีเดียว
รวมถึงค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขายก็อยู่ที่ 2.5% ซึ่งอาจจะแพงขึ้นกว่าเจ้าอื่นสักเล็กน้อย
จุดเด่นของ Opensea
- เหมาะกับผู้ที่ชอบความหลากหลาย หรือชอบสะสมผลงาน NFT
- เปิดโอกาสให้ศิลปินที่ถนัดผลงานประเภทอื่นๆ ได้สร้างรายได้
- รองรับ Blockchain 2 เครือข่ายคือ Ethereum และ Polygon
- ทำธุรกรรมผ่านการเชื่อมต่อ Ethereum Wallet อย่าง Metamask ได้
จุดด้อยของ Opensea
- ค่าธรรมเนียมอาจจะแพงกว่าที่อื่น
- ผู้ใช้งานเยอะ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้งานหน้าใหม่
รู้จักกับ Magic Eden
มาถึง Marketplace แห่งที่ 3 กัน ซึ่งอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากันสักเท่าไหร่กับ Magic Eden ซึ่งเป็น NFT Marketplace ที่มีมูลค่าการซื้อ-ขายสุงสุดเป็นอันดับที่สาม รองจาก LooksRare และ Opensea โดยอยู่ที่ประมาณ 252.22 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8 พันล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท)
Magic Eden เป็น Marketplace ที่ทำงานบน Solana Blockchain ซึ่งถ้าเปรียบ Opensea เป็นเจ้าตลาดของฝั่ง Ethereum แล้วนั้น Magic Eden ก็คงเป็นเจ้าตลาดของฝั่ง Solana นั่นเอง โดยอาจจะแตกต่างกันที่ต้องใช้ Solana Wallet ในการเข้าใช้งาน เช่น Phantom, Slope, หรือ Solflare นั่นเอง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ถือครองเหรียญ SOL ไว้อยู่แล้ว
ในเรื่องของความหลากหลายนั้นก็ประกอบไปด้วย Featured Art, Featured Games, Featured Virtual World, และ Collections ซึ่งไม่เยอะเท่า Opensea แต่ก็ถือว่าค่อนข้างหลากหลายพอสมควร รวมไปถึงคิดค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขายที่ 2% เท่านั้น
จุดเด่น Magic Eden
- ค่าธรรมเนียมถูก แค่ 2% เท่านั้น
- เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบระบบนิเวศน์ Solana หรือมีเหรียญ SOL ในครอบครอง
จุดด้อย Magic Eden
- ต้องมี Solana Wallet เท่านั้นถึงจะใช้งานได้
- ความหลากหลายยังแพ้ Ethereum Marketplace อย่าง Opensea
รู้จักกับ Foundation
ถ้ารู้สึกว่า Marketplace ที่ผ่านยังน่าสนใจไม่พอ ไม่ค่อย Exclusive เท่าไหร่ ก็มี Marketplace อีกแห่งที่น่าสนใจ นั่นคือ Foundation ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก โดยมีมูลค่าประมาณ 6.88 ล้านดอลลาร์ หรือ 2 ร้อยล้านบาทนั่นเอง (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท)
Foundation เป็น NFT Marketplace ที่ทำงานบน Ethereum Blockchain และมีจุดเด่นในเรื่องของ ความ Original ของผลงาน เพราะว่าศิลปินที่ต้องการเข้ามาวางขายผลงานนั้นต้องได้รับการเชิญ จากศิลปินคนอื่นที่เคยขายงานบน Foundation อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือประมูลนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการเชิญ เพียงแค่เชื่อมต่อ Ethereum Wallet ก็สามารถทำได้แล้ว
ด้วยความ Exclusive นี้เองทำให้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 15% นั่นเอง (เยอะเลยทีเดียว) รวมถึงยังรองรับผลงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง วิดีโอหรือไฟล์เสียง เป็นต้น
เหมาะกับศิลปินที่มีผลงานและผู้ติดตามอยู่แต่เดิมแล้ว และต้องการเข้าร่วม Marketplace ที่เป็น Creator Community แบบนี้
จุดเด่น Foundation
- เป็นแพลตฟอร์มที่มีผลงาน Original และคุณภาพเยอะมาก เพราะต้องผ่าน Invitation อย่างเดียว
- เหมาะกับนักสะสมที่ชอบสะสมผลงานของศิลปินอย่างมาก
- ทำธุรกรรมผ่านการเชื่อมต่อ Ethereum Wallet อย่าง Metamask ได้
จุดด้อย Foundation
- ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 15% ในการขายครั้งแรกและ 5% ในการขายครั้งต่อไป
- ต้องผ่านการเชิญเท่านั้นถึงจะสามารถขายงานได้
รู้จักกับ Rarible
และตลาด NFT ตัวสุดท้ายที่พี่ทุยอยากแนะนำให้รู้จัก นั่นก็คือ Rarible เป็น Marketplace ที่มีมูลค่าการซื้อ-ขายอยู่ที่ 5.71 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ ๆ 1 ร้อยแปดสิบล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท) ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 15 รองจาก Foundation มานิดหน่อยเพียงเท่านั้น
Rarible เป็น Marketplace ที่ทำงานอยู่บน Ethereum Blockchain และรองรับอีก 2 Chain อย่าง Flow และ Tezos ด้วยเช่นกัน รวมถึง Marketplace นี้จะผันตัวเป็น Decentralized Platfrom อย่างช้า ๆ ผ่านการบริหารแบบ Decentalized Anonynous Organization (DAO) โดยการแจกจ่าย $RARI หรือโทเคน RARI ให้กับผู้ใช้งาน
และผู้ถือครอง $RARI สามารถมีส่วนร่วมหรือโหวตพัฒนา โปรเจคของ Rarible นั่นเอง รวมถึงยังมีโปรเจค Lazy Minting สำหรับการสร้าง NFT แบบไม่มีต้นทุน
รวมไปถึงความหลากหลายของผลงาน ไม่ว่าจะเป็น Art, Games, Metaverse, Photography, Music, Domain, Defi, Meme, Punks, หรือ NSFW ก็ตาม สามารถ Mint ลง Rarible ได้เลย โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ 2.5%
จุดเด่น Rarible
- เป็น Multi-Chain Marketplace ที่รองรับกระเป๋าทั้ง Ethereum, Flow และ Tezos
- ผู้ใช้งานสามารถรับ $RARI ได้เพื่อช่วยกันพัฒนาโปรเจค
- มี Lazy Minting ในการสร้าง NFT แบบไร้ต้นทุน
- ชำระผ่านบัตรเครดิต หรือ Google Play ได้ด้วย
จุดด้อย Rarible
- ค่าธรรมเนียมยังไม่เป็นมิตรมากนัก
- ประเภทของผลงานมีความหลากหลาย แต่ไม่เยอะมากเท่า Marketplace บางที่
เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยเพื่อน ๆ ตัดสินใจกันได้แล้วว่าอยากลองเข้าไปซื้อหรือลงขายผลงานที่ Platform ไหน หรือถ้าเพื่อน ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มขาย NFT อย่างไร ก็สามารถศึกษากันได้เช่นเดียวกัน และอย่าลืมสมัครกระเป๋าเงินดิจิตัลในการ Connect กับแพลตฟอร์มด้วยนะ ย้ำอีกรอบว่าเข้าผ่าน Twitter จะดีที่สุดนะ!
ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมี NFT Marketplace ที่น่าสนใจนอกจากนี้ สามารถแวะมาบอกพี่ทุยได้เลยนะ
อ่านเพิ่ม