บิตคอยน์ทั่วโลกที่มีเพียง 21 ล้านเหรียญและถูกขุดครบ 19 ล้านเหรียญแล้ว ใครกันที่เป็นคนถือครองมากที่สุดและเหตุผลอะไรที่ทำให้ถือครองบิตคอยน์มากกว่าคนอื่น เพื่อน ๆ นักลงทุนสงสัยเหมือนพี่ทุยมั้ย ซึ่งพี่ทุยสงสัยมากถึงกับต้องไปค้นข้อมูลกันเลย ซึ่งพี่ทุยได้คำตอบและอยากจะมาเล่าให้ทุกคนได้รู้จักกับ Grayscale Investments กองทุนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก ไปฟังกัน
รู้จัก Grayscale Investments กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก
Grayscale Investments กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก ก่อตั้งโดย Barry Silbert ผู้บริหาร Digital Currency Group ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านคริปโตที่ลงทุนใน Coinbase, Coindesk และ Ripple ที่เชื่อว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตจะปฏิวัติโลกในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ในปี 2013 Grayscale ได้ก่อตั้งขึ้น มีสำนักงานกองทุนตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ศูนย์กลางแห่งการเงินและการลงทุนระดับโลก หากเทียบกับช่วงเวลาที่บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 นับเป็นเวลาเพียง 4 ปี เท่านั้น ที่ Grayscale Investment มองเห็นโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
Grayscale Investment เปิดให้บริการมาแล้ว 9 ปี ซึ่งเดือน ก.พ. 2022 มีสินทรัพย์ในการกำกับดูแลของ Grayscale Investment มากถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ หากคิดเฉพาะสินทรัพย์บิตคอยน์ในกำกับดูแลนั้นมีมากถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เป็นสัดส่วนที่มากที่สุดของกองทุน
ลักษณะการให้บริการของกองทุน Grayscale Investment เป็นการให้บริการนักลงทุนที่มีความสนใจในคริปโตโดยเฉพาะบิตคอยน์แต่ไม่ต้องการถือบิตคอยน์โดยตรงและต้องการความปลอดภัย จึงให้บริการในรูปแบบกองทรัสต์ (Trust)
กองทรัสต์ (Trust)
การลงทุนพื้นบนพื้นฐานความเชื่อใจ (Trust) โดยผู้ลงทุนมอบอำนาจให้ทรัสตีในการจัดการสินทรัพย์เพื่อนำไปลงทุนและเกิดผลงอกเงยในรูปแบบ กองทรัสต์ (Trust) และผลประโยชน์จากกองทรัสต์จะมอบให้กับผู้รับผลประโยชน์ กองทรัสต์ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. ผู้ก่อตั้งกองทรัสต์ (Settlor) สถานะก่อนเซ็นสัญญาโอนสิทธิสินทรัพย์คือเจ้าของสินทรัพย์ และเมื่อเซ็นสัญญาโอนสิทธิสินทรัพย์แล้วสถานะเป็นเพียงผู้ก่อตั้งกองทรัสต์
2. ทรัสตี (Trustee) หรือ ผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ได้รับการโอนสิทธิสินทรัพย์จากผู้ก่อตั้งกองทรัสต์ มีหน้าที่ในการรับผิดชอบและบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา
3. ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) เป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับกองทรัสต์และหากกองทรัสตีบริหารกองทรัสต์โดยมิชอบจนเกิดความเสียหาย ผู้รับผลประโยชน์มีสิทธิเรียกร้องความเสียหายและเรียกสินทรัพย์คืนจากทรัสตีได้
สถานะของ Grayscale Investment เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง (settlor) และผู้บริหารสินทรัพย์ (Trustee) มีผลิตภัณฑ์กองทรัสต์มากถึง 17 กองทรัสต์ โดย Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) เป็นกองทรัสต์ที่มีมูลค่ามากที่สุด
และข้อมูลจาก buybitcoinworldwide.com ที่แสดงข้อมูลการถือครองบิตคอยน์ทั่วโลก พบว่า Grayscale Investment ครอบครองบิตคอยน์มากถึง 643,572 เหรียญ จากทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ คิดเป็น 3% ของบิตคอยน์ทั่วโลก ทำให้กองทุน Grayscale เป็นกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ครอบครองบิตคอยน์มากที่สุดในปัจจุบัน
เหตุผลอะไรกันบ้างที่ทำให้กองทุนสิทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของโลกเชื่อมั่นในบิตคอยน์และกว้านซื้อเมื่อมีโอกาส
6 เหตุผลที่ Grayscale Investments เชื่อมั่นในบิตคอยน์และซื้อเพิ่มเมื่อมีโอกาส
1. อุปทานของบิตคอยน์จำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ
ต่างจากอุปทานทางการเงินที่มีไม่จำกัดเพราะเงินสามารถผลิตได้เรื่อย ๆ ตามความต้องการและจะต้องมีเหตุผลรองรับเสมอ และยิ่งเงินในระบบมีมากขึ้นเท่าใดยิ่งทำให้ภาวะเงินเฟ้อยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
ด้วยเหตุผลนี้ทำให้นักลงทุนสนใจฝากเงินในบิตคอยน์ เพราะอุปทานที่จำกัดและไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสิ่งใด การโยกย้ายเงินมาลงทุนในบิตคอยน์จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และเหตุผลนี้ทำให้ Grayscale Investment มองเห็นโอกาสที่จะสร้างผลประโยชน์จากบิตคอยน์
2. บิตคอยน์เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์สร้างมูลค่า
บิตคอยน์มีความปลอดภัย ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและการลดค่าของเงินได้ดี ปี 2009 บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นด้วยการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนและไม่สามารถแก้ไขได้โดย Satoshi
และมูลค่าของบิตคอยน์ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นผู้นำที่โดดเด่นของสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า คริปโต และสร้างมูลค่าราคาตลาดที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในระยะเวลาอันสั้น การสร้างมูลค่า ตลาดที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่บริษัทเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จระดับโลกอย่าง Microsoft ยังใช้เวลาถึง 44 ปี Apple ใช้เวลา 42 ปี และ Google ใช้เวลา 21 ปี แต่บิตคอยน์ใช้เวลาสร้างมูลค่าตลาดหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ เพียง 12 ปีเท่านั้น
บิตคอยน์มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเนื่องจากถูกสร้างขึ้นบนบล็อกเชน (ฺBlockchain) ที่ผ่านการตรวจสอบจากระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก มีหลักทำงานแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralization) ที่ไม่ยึดติดกับระบบใด ๆ จึงทำให้การปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูลของระบบบิตคอยน์ทำได้ยาก
นอกจากนี้บิตคอยน์ยังมีความสามารถในการรักษามูลค่าและรับมือกับเงินเฟ้อได้ดีอีกด้วย อย่างที่พี่ทุยได้บอกไปแล้ว จากสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันสหรัฐฯ มีอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. 2022 ที่ 8.5% ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 40 ปีของสหรัฐฯ ทำให้บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่าได้รับส่วนแบ่งในพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้น และการเก็บบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์คงคลังก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมที่จะป้องกันความเสี่ยงจากค่าของเงินที่ลดลง
3. นักลงทุนและองค์กรขนาดใหญ่ช่วยกันขับเคลื่อนบิตคอยน์
จากสภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น บริษัทชั้นนำระดับโลกหลายบริษัทได้เลือกบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์คงคลังเพื่อสร้างความแข็งแกร่งสำหรับพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
อย่างบริษัท MicroStrategy (MSTR) บริษัทมหาชนที่ให้บริการผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ธุรกิจ หลังจากบริษัทประสบกับสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2020 ผู้บริหารจึงตัดสินใจนำเงินสดของบริษัทไปลงทุนในบิตคอยน์ ด้วยเหตุผลว่าบิตคอยน์นั้นหายากที่สุดในโลกและมีปริมาณจำกัด ซึ่งคาดว่าผลตอบแทนในอนาคตจะมีมูลค่าสูงขึ้น และก็เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร
ปัจจุบัน MicroStrategy เป็นบริษัทมหาชนที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองมากที่สุดในโลกถึง 125,051 เหรียญ คิดเฉพาะมูลค่าของบิตคอยน์มากถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ฯ ความสำเร็จของ MicroStrategy เป็นต้นแบบให้บริษัท Tesla (TSLA) ภายใต้การบริหารของอีลอนมัสก์ดำเนินรอยตาม
เดือน ม.ค. 2021 เทสลาได้ทุ่มเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ฯ เข้าซึ้อบิตคอยน์ด้วยเหตุผลว่า สนับสนุนคริปโตเบอร์หนึ่ง และหลังจากนั้นมี.ค. 2021 บริษัทได้เทขายบิตคอยน์ทำกำไร 128 ล้านดอลลาร์ฯ ไปแล้ว ปัจจุบัน มี.ค. 2022 เทสลาถือบิตคอยยน์ 42,902 เหรียญ เป็นบริษัทมหาชนที่ถือบิตคอยน์มากที่สุดอันดับสอง คิดเป็นมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ฯ
หากนับปริมาณบิตคอยน์ที่บริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ระดับโลกลงทุนมีปริมาณรวมกันถึง 256,337 เหรียญ คิดเป็น 1.2% จากปริมาณบิตคอยน์ทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่บริษัทมหาชนนิยมถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์คงคลังยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้ Grayscale Investment ถือและเก็บบิตคอยน์มากขึ้น
4. คุณสมบัติของบิตคอยน์เหนือกว่าของคุณสมบัติของเงินหลายประการ
ทั้งหายากมีปริมาณจำกัด เป็นอิสระจากอำนาจกลาง ตรวจสอบได้ ทนทาน พกพาสะดวก ไม่เปลี่ยนรูป แบ่งได้และเปลี่ยนได้
- บิตคอยน์มี 21 ล้านเหรียญ เท่านั้น ปัจจุบันถูกขุดไปแล้วกว่า 18 ล้านเหรียญ ซึ่งจะถูกขุดครบในราวปี 2140 นับว่าหายากและยังมีจำกัดอีก ซึ่งต่างกับเงินที่ผลิตได้เรื่อย ๆ และผลิตได้ง่าย
- เป็นอิสระจากอำนาจกลาง ความแตกต่างที่สำคัญอย่างหนึ่งกับสินทรัพย์อื่น ๆ เนื่องจากไม่มีอำนาจกลางควบคุมมูลค่าของบิตคอยน์และไม่มีอำนาจใดสามารถเพิ่มจำนวน บิตคอยน์ได้ รวมถึงไม่มีรัฐบาลใดที่จะเข้ายึดบิตคอยน์ได้ แตกต่างกับเงินที่ต้องออก กำกับและดูแลโดยรัฐบาลเท่านั้น
- บิตคอยน์สามารถตรวจสอบได้บนบล็อกเชนบิตคอยน์เองแบบเรียลไทม์จากทุกที่ในโลกเจ้าของสามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของต่อสาธารณะได้ว่าบิตคอยน์โยกย้ายไปไหนบ้างและใครเป็นเจ้าของบ้าง
- ความทนทานของบิตคอยน์อยู่บนเครือข่าย Open Source ที่ดูแลโดยฐานระบบคอมพิวเตอร์จากผู้ใช้งานทั่วโลก ลักษณะ Open Source ของโปรโตคอลบิตคอยน์ทำให้เครือข่ายทนทานต่อภัยคุกคามและสามารถพัฒนาต่อได้ แตกต่างกับเงินมีลักษณะทางกายภาพผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติและเคมีภัณฑ์ และไม่ได้ทนทานมากนักเพราะธนบัตรเสี่ยงต่อการฉีกขาด เผาไหม้ รวมถึงเสื่อมสภาพจากการใช้งาน และแม้แต่เหรียญกษาปณ์เองก็ยังมีรอยสึกกร่อนและเสี่ยงหล่นหายได้
- พกพาสะดวก บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถจัดเก็บได้อย่างง่ายบนสื่อดิจิทัล ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแม้แต่อุปกรณ์พกพาทั่วไป เพียงแต่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นในการโอนย้ายอย่างปลอดภัย และสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ในโลกไม่ว่าจะเวลาไหนด้วยปริมาณเท่าใดก็ตาม
- บิตคอยน์แบ่งได้ เนื่องจากมีปริมาณทศนิยมถึงแปดตำแหน่ง หน่วยที่เล็กที่สุดเรียกว่า “satoshi” แสดงจำนวน 0.00000001 บิตคอยน์ และสามารถทำธุรกรรมซื้อขายในหน่วย 1 satoshi ได้
5. บิตคอยต์ทำงานอย่างเป็นอิสระ
บิตคอยน์เริ่มต้นด้วยรายงานของสมุดปกขาว 9 หน้า โดยผู้สร้างนามแฝง Satoshi Nakamoto เป็นและเปิดตัวให้ซื้อขายครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อเดือน ม.ค. 2009 เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มูลค่าสามารถถ่ายโอนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในระยะทางไกล โดยไม่ต้องใช้บุคคลที่สามที่เชื่อถือได้อย่างธนาคารหรือรัฐบาล บิตคอยน์จึงเป็นคริปโตแรกของโลก
กลไกการทำงานอาศัยเครือข่ายการเงินดิจิทัลแบบ Open Source ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนทำการเข้ารหัสเพื่อถ่ายโอนมูลค่าไปยังผู้เข้าร่วมรายอื่นโดยไม่ต้องผ่านผู้ดูแลระบบส่วนกลาง
สำหรับการหาบิตคอยน์นั้น “ผู้ขุด” ต้องแข่งขันกันเพื่อแก้ปัญหาและเข้ารหัสโดยอาศัยเครือข่ายบิตคอยน์ร่วมงานทั่วโลก สำหรับนักขุดที่เข้ารหัสได้ในตอนแรกจะได้รับการอัปเดตและยืนยันบล็อกข้อมูลใหม่บนบล็อกเชนบิตคอยน์และจะได้รับรางวัลบล็อกซึ่งประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและบิตคอยน์ที่ขุดใหม่
โดยเฉลี่ยแล้วบล็อกข้อมูลใหม่จะถูกเพิ่มเข้าไปในบล็อกเชนของบิตคอยน์ทุก ๆ 10 นาที และทุก ๆ 210,000 บล็อก ในทุกๆ 4 ปี รางวัลบล็อกจะถูกลดลงครึ่งหนึ่งหรือลดลง 50% เรียกว่าการ Halving และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจำนวนบิตคอยน์ที่ขุดจะถึงขีดสูงสุดที่ 21 ล้านบิตคอยน์ในปี 2140 หลังจากถึงขีดจำกัดนี้แล้วจะไม่มีการผลิตบิตคอยน์ออกมาใหม่
ในเดือน พ.ค. ปี 2020 บิตคอยน์ทำการ Halving ครั้งที่ 3 ไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าได้ลดรางวัลบล็อกลงจาก 12.5 บิตคอยน์ เป็น 6.25 บิตคอยน์ต่อบล็อก และนับถัดไปอีก 4 ปี ซึ่งคือปี 2024 จะเกิดการ Halving ขึ้นและรางวัลบล็อกจะลดลงเป็น 3.125 บิตคอยน์ ซึ่งอธิบายง่าย ๆ คือในอนาคตบิตคอยน์จะขุดยากขึ้นเรื่อย ๆ
6. บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นรูปแบบใหม่ทองคำ
เรียกได้ว่า บิตคอยน์เป็น “ทองคำดิจิทัล” ด้วยคุณสมบัติของบิตคอยน์ด้านที่เหนือกว่าทองคำ ทั้งอุปทานของบิตคอยน์ที่จำกัดกว่าทองคำและแม้ว่าบิตคอยน์จะไม่สามารถจับต้องได้เหมือนทองคำแต่ความสามารถในการโอนย้าย ขนส่ง และจัดเก็บง่ายกว่าทองคำอย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาหลายพันปีที่มนุษย์รู้จักทองคำ แต่ทองคำโดดเด่นในฐานะแหล่งสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและยั่งยืนที่สุดในโลก ในช่วงคริตศตวรรษที่ 19 นี้เอง เพราะหลายประเทศเริ่มหลอมทองคำเป็นแท่งและใช้เป็นมาตรฐานในการรักษามูลค่า
เหตุผลที่ทองคำมีมูลค่าสูงคือทองคำบริสุทธิ์นั้นหายาก ซึ่งกระบวนการในการขุดหาทองคำมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่สำรวจแหล่ง ขุดเจาะ คัดกรองสายแร่ทองคำ การแปรรูป ซึ่งทุกขั้นตอนใช้ทุนและแรงงาน หลังจากที่ได้ทองคำมาแล้วความต้องการหรืออุปสงค์ของทองคำมีมากกว่าอุปทานจึงทำให้มูลค่าของทองคำเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นเพื่อลดกำลังความต้องการของทองคำลง
ด้วยเผตุผลนี้บิตคอยน์จึงถูกมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ด้วยคุณสมบัติที่เหมือนกับทองคำเกือบจะทุกประการ ตั้งแต่ปริมาณอุปทานที่มีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ปัจุบันขุดแล้วถึง 18 ล้านเหรียญและเมื่อขุดครบแล้วจะไม่สามารถสร้างเพิ่มได้อีก ส่วนทองคำหากมีความต้องการมากก็ยังสามารถขุดทองคำได้เรื่อย ๆ และปริมาณของทองคำน่าจะมีให้ขุดได้ต่อแม้ว่าบิตคอยน์จะขุดได้ครอบในปี 2140
การครอบครองทองคำปัจจุบันมีหลายรูปแบบทั้งการสะสมทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ การออมทองคำ และลงทุนในกองทุนทองคำ ซึ่งการสะสมทองคำแท่งและรูปพรรณนั้นเป็นที่นิยมมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเก็บสะสมด้วยตนเองหรือฝากธนาคารรูปแบบนี้ก็ยังคงต้องใช้พื้นที่และความปลอดภัยอย่างสูงมากและยังมีค่าทำเนียมการเก็บรักษาดู ซึ่งแตกต่างกับบิตคอยน์ที่ไม่ต้องมีพื้นที่ในการเก็บรักษาและยังมีความปลอดภัยที่สร้างขึ้นด้วยระบบเครือข่าย จะเห็นว่าความสามารถของบิตคอยน์มีความหยืดหยุ่นมากกว่าทองคำมาก
มุมมองการลงทุนในบิตคอยน์
บทบาทของบิตคอยน์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์คงคลังที่มีประสิทธิภาพในรักษามูลค่าของเงิน (Store of Value) ในสภาวะเงินเฟ้อแบบนี้ บ้างก็มองว่าบิตคอยน์เป็นทองคำดิจิทัลมีจะมีมูลค่ามากขึ้นในอนาคตเพราะความหายากและมีปริมาณที่จำกัด
พี่ทุยมองว่าเหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนรายใหญ่มีการสะสมบิตคอยน์และนักลงทุนรายย่อยลงทุนเก็งกำไรมูลค่าของบิตคอยน์และกลายเป็นที่นิยมมมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
กองทรัสต์บิตคอยน์เป็นการแปลงสภาพบิตคอยน์ในเข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายและยังได้รับการยอมรับจากคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือหน่วยงานกำกับดูแลตลาดเงินทุนอีกด้วยแนวทางการลงทุนแบบกองทรัสต์เป็นอีกแนวทางการลงทุนหนึ่งสำหรับบนักลงทุนที่ยังมีความกังวลว่าบิตคอยน์นั้นจะถูกกฎหมายหรือไม่
ความสำเร็จของ Grayscale Investments ในการออกทรัสต์และประสบความสำเร็จ เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของการลงทุนทางอ้อมในบิตคอยน์ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่และบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สนใจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ผ่านมาและความเสี่ยงที่อาจะเกิดฟองสบู่ก็มีน้อยกว่าที่ผ่านมาเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพี่ทุยมีความเห็นว่าการลงทุนในบิตคอยน์ควรศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเป็นอย่างดี หาจังหวะเข้าให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หากถือแล้วมีกำไรก็ควรจะแบ่งขายออกมาเหมือนกับที่บริษัทเลสลาเคยทำในช่วงแรกที่ลงทุนในบิตคอยน์ เพราะกำไรในวันนั้นอาจจะเป็นขาดทุนในวันนี้ก็ได้นะ เนื่องจากบิตคอยน์ไม่มีอำนาจตัวกลางในการควบคุมทำให้มีความผันผวนสูงในระดับหนึ่ง
ความผันผวนทางมูลค่าของบิตคอยน์พี่ทุยมองว่าไม่เหมาะแก่การใช้แทนเงินสักเท่าใด ถึงแม้ว่าบิตคอยน์จะมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าเงินหลายประการ แต่การนำมาใช้แทนเงินสดนั้น ทำให้เกิดความเสี่ยงมามูลค่าที่เกิดจากความผันผวนของราคา
วิเคราะห์ฐานมูลค่าของบิตคอยน์ไตรมาสที่ 2/2565
มูลค่าบิตคอยน์ในไตรมาสที่ 1/2565 ตั้งแต่เดือน ม.ค. – มี.ค. 2565 มีมูลค่าแกว่งออกด้านข้าง (side way) ในกรอบ 32,000-44,000 ดอลลาร์ฯ แต่ในช่วงท้ายไตรมาสที่ 1/2565 มูลค่าบิตคอยน์ได้เพิ่มขึ้นทะลุแนวต้านจากกรอบเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน
ปัจจัยเชิงบวกและปัจจัยทางเทคนิคอะไรกันที่สนับสนุนให้บิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของไตรมาสที่ 1/2565 และการเพิ่มขึ้นนี้จะมีผลอะไรหรือเปล่ากับไตรมาสที่ 2/2565 พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังกัน
หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประชุมการกำหนดอัตราการดอกเบี้ยสำหรับปี 2022 ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมานั้น ผลการประชุมมีแนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบสามปี เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นสูงในสหรัฐฯ
ก่อนหน้าที่เฟดจะมีการประชุมกันครั้งแรก ตลาดการลงทุนหลายแห่งมีความกังวลและผันผวนอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดคริปโตโดยเฉพาะบิตคอยน์มีการปรับตัวลงต่ำถึง 32,000 ดอลลาร์ฯ
และหลังจากที่มีการประกาศถึงแนวนโยบายการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟดแล้ว สถานการณ์เริ่มคลายความกังวลและดีขึ้นเรื่อย ๆ ถ้านับจากวันที่เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในวันที่ 17 มี.ค. ถึงวันนี้ 28 มี.ค. 2022 มูลค่าบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นจาก 41,000 ดอลลาร์ฯ เป็น 47,200 ดอลลาร์ฯ
การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งแรกไม่ได้ปรับขึ้นแรงมากจึงไม่กระทบกับตลาดคริปโตมากเท่าใดและนักลงทุนก็ยังสามารถนำเงินมาลงทุนในคริปโตอย่างบิตคอยน์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าย้ายเงินไปฝากในธนาคาร
การที่นักลงทุนคลายกังวลถึงนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ส่งผลให้มูลค่าของบิตคอยน์ในช่วงระยะสามสองสามเดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามพี่ทุยแนะนำว่าต้องรอดูสถานการณ์อื่น ๆ ประกอบด้วย ซึ่งบิตคอยน์ยังคงมีโอกาสเพิ่มมูลค่าขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้าใกล้ช่วงการประชุมเฟดในครั้งถัดไป
และประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างยูเครน-รัสเซียเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากที่ปะทุความรุนแรงนานถึง 1 เดือน ในช่วงแรก ๆ ของความตึงเครียดสร้างความเสียหายให้กับตลาดทุนอย่างมากโดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นและตลาดคริปโต
ในวันที่ 24 ก.พ. 2022 บิตคอยน์มีมูลค่าลดลงต่ำถึง 34,000 ดอลลาร์ฯ ซึ่งวันแรกที่รัสเซียนำกองทัพบุกรุกยูเครน ช่วงเวลาของสถานการณ์ที่ตึงเครียดนั้นทำตลาดหุ้นและตลาดคริปโตผันผวนมาก จนกระทั้งช่วงวันที่ 29 มี.ค. 2022 รัสเซียประกาศถอนปฏิบัติการครั้งใหญ่กรุงเคียฟทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายขึ้น ส่งผลให้ตลาดทุนเริ่มฟื้นตัว
นักลงทุนคลายความกังวลถึงวิกฤติที่จะทำให้สูญเสียและกลับมาลงทุนอีกครั้ง นับเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ดีต่อมูลค่าของบิตคอยน์
ในทางเทคนิค John Bollinger ผู้คิดค้นเครื่องมือ Bollinger Band ได้ทวีตเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2022 ว่า “จุดกลับตัวของบิตคอยน์อยู่ที่ 45,000 ดอลลาร์ฯ ส่วนอีธีเรียม (ETH) อยู่ที่ 32,000 ดอลลาร์” ทั้งนี้ยังทิ้งข้อความว่า “ได้เวลาจับตามอง” ซึ่งเป็นข้อความที่มีความน่าสนใจ
กราฟมูลค่าของบิตคอยน์ วันที่ 29 มี.ค. 2565 มีแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาขึ้นระยะสั้น ๆ เนื่องจากกราฟเส้นมูลค่าเฉลี่ย 9 วันทรงตัวเหนือกราฟเส้นมูลค่าเฉลี่ย 50 วันและกราฟเส้นมูลค่าเฉลี่ย 100 วันนับเป็นสัญญาที่ดีให้บิตคอยน์ได้ฟื้นตัวหลังจากที่แกว่งในกรอบ 32,000-44,000 ดอลลาร์ฯ ถึงสามเดือน
สัญญาณกราฟเปลี่ยนเป็นขาขึ้นแต่เป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น และจะดีมากกว่านี้ หากกราฟมูลค่าเฉลี่ย 50 วัน ทรงตัวเหนือกราฟมูลค่าเฉลี่ย 100 วัน เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณขาขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว
tradingbeats.com คาดการณ์มูลค่าบิตคอยน์ไว้ว่า ไตรมาสที่ 2/2022 ตั้งแต่เดือน เม.ย.- ก.ค. 2022 บิตคอยน์จะมีมูลค่าต่ำสุด 37,000 ดอลลาร์ มูลค่าเฉลี่ย 43,000 ดอลลาร์ฯ และมูลค่ามากสุด 54,000 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นการคาดการมูลค่าที่มีความน่าสนใจ
จากปัจจัยเชิงบวกจากนโยบายการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของเฟดมีชัดเจนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนการลงทุนได้ตามแนวทางที่เฟดประกาศว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ที่ 0.25-2% โดยแบ่งเป็นระยะ ๆ
นอกจากนี้สถานการณ์วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ความกังวลเกี่ยวกัสงครามโลกครั้งที่ 3 คลายความกังวลลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยเชิงบวกที่ดีต่อมูลค่าบิตคอยน์
และกราฟเทคนิคส่งสัญญาณปรับขึ้นระยะสั้น ๆ แล้ว รอเพียงสัญญาณยืนยันขาขึ้นระยะกลางในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 และมูลค่าพื้นฐานต่ำสุดของบิตคอยน์มองว่าอยู่ที่ 45,000 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเดิมในช่วง ไตรมาสที่ 1/2565
หากเพื่อน ๆ นักลงทุนมีความสนใจที่จะลงทุนในบิตคอยน์หรือในคริปโตอื่น ๆ การศึกษาข้อมูลให้หายความสงสัยเป็นการลงทุนในความรู้ที่ดีอีกข้อหนึ่งสำหรับนักลงทุน เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและลดลงนั้นมีเรื่องราวและเหตุการณ์เป็นปัจจัยที่สำคัญ
และทุก ๆ การลทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ พี่ทุยจึงขอเน้นย้ำว่านักลงทุนควรศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลก่อนตัดสินใจการลงทุนอยู่เสมอ
อ่านเพิ่ม