[บทวิเคราะห์] Bitcoin ปี 2022 จะเป็นยังไง ? - ไปต่อหรือรอยูเทิร์น

[บทวิเคราะห์] Bitcoin ปี 2022 จะเป็นยังไง ? – ไปต่อหรือรอยูเทิร์น

4 min read  

ฉบับย่อ

  • แม้ Bitcoin ไม่ใช่เหรียญที่ให้ผลตอบแทนดีสุดในปี 2021 แต่ยังเป็น Cryptocurrency ที่มี Market Cap. ใหญ่สุดในโลกไว้อย่างเหนียวแน่น
  • สำนักวิจัยและคนดังออกมาเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ในปี 2022 มีทั้งมุมมองที่คิดว่า ราคาจะทะลุไป 100,000 ล้านดอลลาร์ และมุมมองตรงข้ามว่า ราคาจะร่วงไปต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์เสียอีก
  • ปัจจัยหนุนให้ Bitcoin ไปต่อ คือ การยอมรับสำหรับนำมาใช้ชำระค่าสินค้าเเละบริการ ความสนใจซื้อเพื่อบริหารความเสี่ยง และการเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ Bitcoin ETF ใหม่ ๆ
  • ปัจจัยกดดันที่ทำให้ราคาตกก็มีเช่นกัน  คือ หน่วยงานกำกับดูเเลสินทรัพย์ทางการเงินประเทศต่าง ๆ ที่ออกมาประกาศไม่สนับสนุน ท่าทีของ Fed ที่ใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้น และความกังวลเรื่องฟองสบู่ใน Cryptocurrency

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

เมื่อเราพูดถึง Cryptocurrency อย่างไรก็ต้องมีชื่อของ Bitcoin เหรียญคริปโตเจ้าใหญ่ของโลก ซึ่งในปี 2021 ราคา Bitcoin ได้ All time high ณ วันที่ 10 พ.ย. 2021 ด้วยราคา 68,789.63 ดอลลาร์  คำถามคือแล้วอนาคตของ “Bitcoin ปี 2022” จะเป็นยังไง ไปต่อได้ไกลขนาดไหน 

แม้ในวงการ Cryptocurrency ปี 2021 นั้น Bitcoin จะไม่ใช่อันดับแรกที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ซึ่งกลับตกเป็นของ Binance ไป ที่ราคาพุ่งขึ้นไปถึง 1,300% ภายในปีเดียว แซงหน้า Cryptocurrency ทุกสกุลแบบทิ้งกันไม่ติดฝุ่น 

เเต่หากพูดในมุมเหรียญที่มีมูลค่า Market Cap. ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ยังไม่มีสกุลเงินดิจิทัลไหนโค่น Bitcoin ได้ 

ข้อมูลจาก Coinmarketcap ราคา Bitcoin ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2021 ปิดที่ 46,306.45 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 60% จากราคา ณ 31 ธ.ค. 2020 ซึ่งปิดที่ 29,001.72 ดอลลาร์ ส่วน Market Cap. ณ สิ้นปี 2021 อยู่ที่ 8.75 แสนล้านดอลลาร์ 

ปี 2022 เหรียญอันดับหนึ่ง จะเป็นอย่างไร วันนี้พี่ทุยสรุปมุมมองจากกูรูสำนักต่าง ๆ ให้มาแลกเปลี่ยนมุมมองกัน

รวมคำคาดการณ์ “Bitcoin ปี 2022” โดยกูรูสำนักต่างๆ 

พี่ทุยขอหยิบการคาดการณ์บางส่วนเกี่ยวกับ “Bitcoin ปี 2022” มาแชร์กัน ดังนี้

  • Arcane Research บริษัทวิจัยข้อมูลบล็อคเชน 

Bitcoin จะทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 เหมือนที่ทำได้ดีกว่าในปี 2021”

  • Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter 

Bitcoin จะมาทดแทนดอลลาร์”

  • Nayib Bukele ประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์

ราคา Bitcoin อาจจะขึ้นไปเท่าตัวเป็น 100,000 ดอลลาร์ ในปี 2022”

  • Kate Waltman นักบัญชีสาธารณะในนิวยอร์ก ผู้เชี่ยวชาญ Cryptocurrency

ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า Bitcoin อาจจะไปถึง 100,000 ดอลลาร์ ในไตรมาสแรกปี 2022 หรือเร็ว ๆ นี้”

ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่คิดว่า Bitcoin จะทำผลงานได้ดี ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่เสียงแตกออกมาเหมือนกัน

  • Carol Alexander ศาสตราจารย์ด้านการเงิน มหาวิทยาลัย Sussex 

Bitcoin อาจจะร่วงลงไปต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ ในปี 2022 ซึ่งเท่ากับกวาดกำไรทั้งหมดที่เคยทำไว้ในช่วงกว่า 1 ปีครึ่งหายไปหมดเลย”

จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีทั้งที่มองว่า Bitcoin จะราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเเตะ 100,000 ดอลลาร์และมุมมองที่คาดว่า Bitcoin จะร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งพี่ทุยมองว่า ก็มีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้กับสกุลเงินดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้นี้ รวมถึง Bitcoin ไม่ได้มีสินทรัพย์อะไรหนุนหลัง การปรับตัวของราคาจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมเป็นหลัก

ตามหลักการแล้ว Bitcoin ก็เหมือนกับสินทรัพย์การลงทุนอื่น ๆ ที่ราคาเคลื่อนไหวไปตามความต้องการซื้อและขาย อารมณ์ของนักลงทุน ข่าวเเละเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กระทบตลาด

ปัจจัยสนับสนุนให้ราคา Bitcoin ไปต่อ

พี่ทุยลองไปรวบรวมมาว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะช่วยสนับสนุนให้ราคา Bitcoin มีโอกาสขึ้นได้ต่อในปี 2022  ซึ่งก็สรุปออกมาได้ 3 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้ 

1. ธุรกิจต่าง ๆ ยอมรับ Bitcoin ในการซื้อขายสินค้าและบริการมากขึ้น  

จากข้อมูลของ CoinShares บริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่า อัตราการนำ Bitcoin ไปใช้ เพิ่มขึ้นถึง 113% ต่อปี  

2. นักลงทุนสถาบันสนใจการลงทุนใน Bitcoin มากขึ้น 

นักลงทุนสถาบันเริ่มมองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเก็งกำไร หรือบริหารความเสี่ยง (Hedge) รับมือกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจาก Bitcoin มีจำนวนจำกัด ทำให้มูลค่าสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ

3. การออกผลิตภัณฑ์กองทุนดัชนี (ETF) ที่อ้างอิง Bitcoin มากขึ้น  

ปัจจุบันมีรายการยื่นขอออกผลิตภัณฑ์กองทุนดัชนีหรือ Bitcoin ETF ที่รอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ พิจารณาถึง 12 รายการ 

โดย Bitcoin ETF ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดเป็น ETF ตัวแรกที่อ้างอิง Bitcoin โดยตรงในสหรัฐฯ คือ ProShares Bitcoin Strategy ETF (BITO) เปิดตัววันที่ 19 ต.ค. 2021 ซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก เป็นกองทุนที่นำเสนอโดย ProShares หลังจากเปิดให้ซื้อขายได้ กองทุนนี้มีสินทรัพย์ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที 

ขณะที่ ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ จะเป็นการอ้างอิงกับ Bitcoin futures ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin ไม่ใช่ตัว Bitcoin โดยตรง  

จาก 3 ปัจจัยนี้เอง ทำให้ความต้องการมี Bitcoin ในครอบครองสูงขึ้น เพราะ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันจำนวนเหรียญที่ถูกขุดออกมาหมุนเวียนในระบบเเล้วถึง 18-19 ล้านเหรียญ

และที่สำคัญ Satoshi ผู้สร้าง Bitcoin ขึ้นมา กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า “เมื่อเหรียญถูกขุดออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะมีกลไกไปเบรกไม่ให้เกิดเงินเฟ้อใน Bitcoin ด้วยการทำให้การขุดเหรียญใหม่ ๆ ได้ช้าลง หรือที่เรียกว่า Bitcoin Halving”

ทุกครั้งที่ขุดเหรียญออกมาได้ 210,000 เหรียญ หรือในรอบ 4 ปี รางวัลเหรียญที่จะมอบให้นักขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งในปี 2009 รางวัลการขุดถูกกำหนดไว้ที่ 50 เหรียญต่อการแก้โจทย์ได้ 1 บล็อก

โดยที่ผ่านมา Bitcoin Halving เกิดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง คือ

1. ปี 2012 รางวัลการขุด ลดจาก 50 เหรียญ เป็น 25 เหรียญ 

2. ปี 2016 รางวัลการขุด ลดจาก 25 เหรียญ เป็น 12.5 เหรียญ

3. ปี 2020 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. รางวัลการขุด ลดจาก 12.5 เหรียญ เป็น 6.25 เหรียญ 

เมื่อความต้องการเหรียญมีเพิ่มต่อเนื่อง แต่จำนวนเหรียญที่ออกสู่ระบบใกล้จะไปถึงจำนวนที่ “จำกัด” แล้ว ดังนั้นมูลค่าย่อมเพิ่มขึ้นตามมา  

ปัจจัยที่อาจส่งผลทำให้ราคา Bitcoin ร่วง 

พี่ทุยรวบรวมปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบด้านลบจนทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1. ท่าทีไม่สนับสนุน Bitcoin ของหน่วยงานกำกับต่าง ๆ ในเเต่ละประเทศ

ช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา เวลามีหน่วยงานกำกับของประเทศมหาอำนาจในโลกออกมายืนกรานเสียงแข็งถึงการไม่สนับสนุน Bitcoin อย่าางที่จีนประกาศแบนการขุด Bitcoin ในประเทศ รวมถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยน ก็ทำให้มีแรงเทขาย Bitcoin ในช่วงนั้นออกมาอย่างหนัก 

ดังนั้น หากปี 2022 มีหน่วยงานกำกับของประเทศสำคัญ ๆ ไหน ออกมาแสดงท่าที ไม่เอา Bitcoin อีก ก็คงจะมีผลกระทบต่ออารมณ์ของนักลงทุนในช่วงเวลานั้น แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีรัฐบาลหรือหน่วยงานกำกับประเทศไหน ประกาศอ้าแขนยอมรับ Bitcoin ในการใช้งาน ก็จะกลายเป็นผลบวกต่อราคา Bitcoin ได้เช่นกัน 

2. ท่าทีของ Fed ในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น 

เมื่อปลายปี 2021 ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ประกาศว่า จะลดการเข้าซื้อสินทรัพย์สภาพคล่องในระบบลงไปอีก จากเดิมลดเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ เป็นลดเดือนละ 30,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. 2022 ซึ่งจะทำให้การใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE สิ้นสุดลงภายในเดือน มี.ค. 2022 

จากนั้น Fed คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปี 2022 แล้วขึ้นต่อ 2 ครั้ง ในปี 2023 ต่อด้วยขึ้นอีก 2 ครั้ง ในปี 2024 ซึ่งก็จะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายในปี 2022 นี้ ไปอยู่ที่ 0.75-1.00% 

เรื่องดอกเบี้ยนั้นเกี่ยวพันกับแนวโน้มการลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท แม้แต่ Cryptocurrency ก็เช่นกัน

การที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ย ก็จะทำให้คนที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงรู้สึกว่า พร้อมที่จะเสี่ยงน้อยลง เมื่อลองเปรียบเทียบความเสี่ยงที่ต้องเจอ กับส่วนต่างของผลตอบแทนที่จะได้เพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ย

ดังนั้นก็อาจจะอยากขายสินทรัพย์เสี่ยงออกไปมากขึ้น แล้วกลับไปฝากเงินหรือถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ที่มีผลตอบแทนดีขึ้นมาเล็กน้อย

Bitcoin ก็คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูง เเม้จะมีโอกาสได้ผลตอบเเทนจำนวนมาก เเต่ก็มีความผันผวนมากเช่นกัน และมีโอกาสขาดทุนอย่างหนัก ดังนั้น การที่ดอกเบี้ยขึ้นก็ทำให้ความสนใจลงทุน Bitcoin ลดลงไปบ้าง ซึ่งเมื่อคนอยากขาย Bitcoin เพิ่มขึ้น ราคาในตลาดก็มีโอกาสที่จะปรับลดลงมาเช่นกัน 

3. ความกังวลภาวะฟองสบู่ใน Cryptocurrency

ด้วยความที่ราคาของ Cryptocurrency สกุลต่าง ๆ รวมถึง Bitcoin ปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนบางส่วนก็เกิดความกังวลว่า ราคาที่ซื้อขายกันในเวลานี้ เหมือนอยู่ในภาวะฟองสบู่ ซึ่งมาจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุนเป็นหลัก 

ดังนั้น เมื่อราคาขึ้นสูงไปถึงระดับทำสถิติใหม่แล้วก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในรอบนี้ Bitcoin เพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ไปเมื่อเดือน พ.ย. 2021 จึงเป็นไปได้ที่ช่วงแรกของปี 2022 จะเห็นราคาลงไปได้อีก เพราะจากการเก็บสถิติในช่วงขาลงของ Bespoke Investment Group ระบุว่า หลังจากราคา Bitcoin ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดใหม่แล้ว ก็จะปรับลดลงมาจากระดับที่ทำสถิติสูงสุดไว้เฉลี่ยที่ 46% 

มาถึงตรงนี้ พี่ทุยมองว่า “Bitcoin ปี 2022” นี้ ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อหรือลงได้ทั้ง 2 ขา ขึ้นอยู่กับว่า จะมีปัจจัยบวกหรือลบเกิดขึ้นในช่วงไหน

รวมถึงความเชื่อของนักลงทุนว่า “สิ่งนี้มีค่าอยู่มั้ย ?” ถ้าความเชื่อนี้ยังอยู่ แม้ราคา Bitcoin จะปรับตัวลดลงจากปัจจัยอะไรก็ตามแต่ก็จะเกิดเเค่ในช่วงระยะสั้น ๆ เเล้วในระยะยาวราคาก็ยังมีโอกาสกลับมาขึ้นได้ 

ในทางกลับกัน หากความเชื่อในมูลค่าของ Bitcoin หายไป ก็อาจจะไม่ได้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว

ก่อนจะลงทุนใน Bitcoin หรือสินทรัพย์ในโลก Cryptocurrency ต่าง ๆ ควรพิจารณาเเละศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
error: