ByteDance ได้เริ่มทำการเข้าลงทุนใน “รถยนต์ไร้คนขับ” ด้วยเงินกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 750 ล้านบาท กับบริษัท Startup ชื่อ QCraft Inc.
ByteDance บริษัทเทคโนโลยีที่เป็นเจ้าของแอปแชร์วิดีโอชื่อดังอย่าง Tiktok และเป็นหนึ่งในบริษัทที่สมควรได้รับสถานะ Valuable Unicorn ของโลกเลยทีเดียว จากการที่มีผู้ใช้งานต่อวันสูงกว่า 800 ล้านคน และมีการประเมินมูลค่าบริษัทกว่า 78 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทำไมธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับถึงน่าสนใจ ? พี่ทุยจะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน..
เทรนด์ธุรกิจ “รถยนต์ไร้คนขับ”
ในยุคที่เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ในอนาคตอย่างมาก ทำให้เกิดเทรนด์ของบริษัท Startup ต่าง ๆ ที่นำ AI มาช่วยพัฒนา แก้ปัญหา และอำนวยความสะดวกในชีวิตของเรา ซึ่งถ้าใครเคยดูซีรีส์เกาหลีที่ชื่อ Startup จะอินกับเรื่องนี้มาก และหนึ่งในธุรกิจนำมา AI มาช่วยพัฒนาก็คือ ธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับ
ถ้ามองผ่าน ๆ เราอาจจะมองแค่ว่าการมีเทคโนโลยีไร้คนขับจะช่วยให้เราสะดวกสบาย สามารถนั่งรถได้จากจุด ๆ หนึ่งไปยังอีกจุด ๆ หนึ่ง โดยที่ระหว่างจะพักผ่อนนอนหลับหรือทำอะไรก็ได้ รวมถึงบุคคลอีกหลาย ๆ บุคคลที่ไม่สะดวกที่จะขับรถเอง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงคนที่เพิ่งออกมาจากปาร์ตี้แล้วรู้ตัวว่าไม่สามารถขับรถเองไหว บริการเหล่านี้คงตอบโจทย์น่าดู
แต่หากลองคิดดูอีกซักนิด.. จะพบว่าเทคโนโลยีไร้คนขับมันมีอะไรที่มากกว่าที่เราจินตนาการกันไว้
จะเป็นอย่างไรหากคุณเป็นเจ้าของห้างดังแล้วรู้ว่าใครเป็น Potential Customer ถ้าหากคุณมีเทคโนโลยีที่สามารถไปรับไปส่งบริการลูกค้าได้ ก็คงเป็นอะไรที่น่าสนใจ และทำให้ลูกค้าตัดสินใจมาใช้บริการได้ง่ายขึ้น
รวมถึงการขนส่งต่าง ๆ อย่างขนส่งสินค้าก็มีความจำเป็นในการใช้คนน้อยลง สามารถกำหนดระยะเวลาได้แม่นยำขึ้นแถมลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงอีกด้วย ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะยกระดับโลกเราให้ไปอีกขั้นเลยทีเดียว และบริษัทชั้นนำระดับโลกก็ต่างก้าวเข้ามาลงทุนกับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแล้วทั้งนั้น
4 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี “รถยนต์ไร้คนขับ”
- Waymo โดย Alphabet (GOOGL)
เริ่มคิดค้นในปี 2552 โดยสร้าง Waymo One บริการเรียกใช้รถ และ Waymo Via บริการรถบรรทุกขนสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกพร้อมลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ให้ผู้โดยสารและสินค้าสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย ด้วยการทดสอบบนถนนกว่าล้านไมล์
- Project Titan โดย Apple (AAPL)
เริ่ม Project Titan ในปี 2557 โดยพัฒนาระบบ AI ร่วมกับโปรแกรม Pilot และถึงแม้จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก แต่ก็ยังตามหลังหลาย ๆ บริษัทที่ผลิตรถยนต์อยู่ดี โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มผลิตจริงในปี 2567
อ่านต่อเรื่อง เมื่อ “Apple ขายรถ” จะรุ่งหรือจะร่วง ?
- AutoX โดย Alibaba (BABA)
เริ่มลงทุนร่วมมือกับ Startup ชื่อ AutoX ในปี 2559 โดยใช้การทำงานทั้ง Hardware และ Software จนเริ่มต้นสร้าง Robotaxi ปัจจุบันได้เริ่มทดสอบจริงบนท้องถนนแล้วกว่าร้อยคันที่สหรัฐอเมริกา
- Apollo โดย Baidu (BAIDU)
เริ่มธุรกิจในปี 2560 โดยพัฒนาทั้งรถ EV พร้อมกับระบบไร้คนขับ แถมได้รับการร่วมมือจากบริษัทชื่อดังอย่าง Toyota และ Volkswagen อีกด้วย เกิดเป็น Apollo Go บริการส่งผู้โดยสารแบบไร้คนขับ ซึ่งได้เริ่มวิ่งในถนนจริงแล้วตั้งแต่ ตุลาคม 2563 ใน 3 เมืองใหญ่ในจีน
ทำไม TikTok ถึงเลือกลงทุนใน QCraft ?
พูดมาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการจะมีเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แถมยังต้องใช้เวลาพัฒนาลองผิดลองถูกไปกับการเรียนรู้ของ AI อีกด้วย แม้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple เองยังมีอุปสรรคเลย
แต่ที่ ByteDance สนใจ QCraft เป็น Startup ที่เริ่มต้นจาก Silicon Valley แหล่งรวมบริษัทเทค Startup ระดับสูงของโลก พร้อมกับสมาชิกทีมพัฒนา ที่เป็นการรวมตัวจากเหล่าบริษัทชื่อดังที่เกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับอย่าง Waymo, Tesla, Uber ATG, Ford, Nvidia and Facebook ซึ่งต่างมีความรู้ประสบการณ์ และกุญแจสำคัญในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ
โดย QCraft ได้ผลิต RoboBus รถบัสขับเคลื่อนอัตโนมัติ พร้อมได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้วในประเทศจีน ในเมือง Suzhou และเริ่มให้บริการแบบรายเดือนในเมือง Shenzhen แล้วตั้งแต่ธันวาคม 2563 ถือว่าเป็น Startup ที่มีศักยภาพและมีผลงานที่น่าดึงดูดอย่างมาก จึงไม่แปลกที่ ByteDance จะสนใจสนับสนุนและลงทุน
อนาคตของ QCraft
ถึงแม้ QCraft จะเริ่มที่ Silicon Valley สหรัฐอเมริกา แต่การลงทุนและพัฒนาหลัก ๆ นั้นดำเนินการอยู่ในประเทศจีน เพราะปัจจุบันประเทศจีนเป็นตลาดการผลิตรถที่ใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้ตาม Road Map ของจีนเอง ยังสนับสนุนการพัฒนาทั้ง Smart Car และรถยนต์ไร้คนขับอีกด้วย
เพื่อเป็นการสร้างสังคม Smart Connectivity ให้กับประเทศ สนับสนุนการพัฒนารถยนต์ EV ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และใบอนุญาตต่าง ๆ ทำให้จีนเป็นทั้งแหล่งพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุน แถมยังเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและความต้องการให้กับ QCraft ในอนาคตอีกด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับพัฒนาจนสมบูรณ์และเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ที่มีข้อมูล User มหาศาลอยู่ในมือ จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ข้อมูลและต่อยอดธุรกิจได้อย่างไม่รู้จบ
พี่ทุยคิดว่าเป็นเรื่องน่าคิดเหมือนกันนะ ว่าธุรกิจของ ByteDance ที่มียอดผู้ใช้งานรายวันกว่า 800 ล้านคน จะสามารถต่อยอดบริการนี้เป็นอะไรได้บ้างในอนาคต..
ติดตาม Money Buffalo TikTok ได้ที่นี่