ดัชนี PMI

ดัชนี PMI กำลังส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวจากไข้

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • เศรษฐกิจโลกเคยดิ่งลงหนักสุดในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก จนเกิดปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างไม่คาดฝัน
  • การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มบรรเทาลง หลายประเทศทั่วโลกคลายล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของผู้คนค่อย ๆ กลับสู่ภาวะปกติ จนตัวเลขทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น
  • ดัชนี PMI ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญของหลายประเทศทั่วโลก ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังทยอยฟื้นตัว

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Managers Index: PMI) หรือ “ดัชนี PMI” ประจำเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกให้ความสำคัญสำหรับไว้ดูแนวโน้มเศรษฐกิจและธุรกิจโดยรวมของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งพี่ทุยพบสิ่งที่น่าสนใจจึงอยากชวนทุกคนไปติดตามพร้อม ๆ กัน

อ่านต่อเรื่อง PMI คืออะไร ? 

จากเศรษฐกิจโลกที่ดิ่งลงหนักสุดในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก

หลังจากที่เราเผชิญกับโควิด-19 จนถึงปัจจุบันนับว่าก็เกือบร่วมปีเข้าไปแล้ว การแพร่ระบาดของไวรัสกระจายไปทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านคน แทบทุกประเทศต้องใช้มาตรล็อกดาวน์เพื่อหยุดการเดินทางของผู้คนและยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส จนเศรษฐกิจโลกแทบชัตดาวน์ลงอย่างกะทันหันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะตอนต้นปี 2563 ในช่วงปลาย Q1 ถึงต้น Q2 และสิ่งที่ตามมาคือตัวเลขทางเศรษฐกิจของแทบทุกประเทศเรียกได้ว่าย่ำแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

เห็นได้จากภาคเศรษฐกิจที่ธุรกิจหลายแห่งต้องปิดตัวลงเพราะรายรับที่เคยได้หยุดลงทันทีแต่ต้นทุนยังคงเดินอยู่ มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกงานหรือถูกลดรายได้ลง ในภาคการเงินเองก็เกิดเหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่ง จนเกิดการหยุดซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) จำนวนหลายต่อหลายครั้ง ขณะที่รัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกต่างอัดบาซูก้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินจำนวนมากกว่าวิกฤตทุกครั้ง ซึ่งทาง IMF เคยคาดไว้ว่าเศรษฐกิจโลกและและอีกหลายประเทศมีแนวโน้มติดลบมากที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี หรือตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (Great Depression)

สู่การกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งของเศรษฐกิจโลก

หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 บรรเทาลงบ้าง ก็จะเห็นว่าทุกประเทศทั่วโลกต่างพร้อมใจผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้การดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ ประกอบกับผลลัพธ์ของการอัดบาซูก้าลูกใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากรัฐบาลและธนาคารกลางของแต่ละประเทศที่เริ่มเห็นผล ทำให้วันนี้เศรษฐกิจโลกดูเหมือนเริ่มฟื้นตัวจากไข้ และหนึ่งในตัวชี้วัดที่พอบอกได้นั่น คือ PMI ของหลายประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน

สหรัฐฯ

เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 53.4 (สูงสุดในรอบ 21 เดือน) และดัชนี PMI ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 56.9 (สูงสุดในรอบ 66 เดือน หรือตั้งแต่เดือนเมษายน 2558)

จีน

ขณะที่เศรษฐกิจอันดับสองของโลกอย่างจีน ดัชนี PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 53.6 (สูงสุดในรอบ 117 เดือน หรือตั้งแต่เดือนมกราคม 2554) และดัชนี PMI ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 56.8 (สูงสุดในรอบ 4 เดือน)

อินเดีย

สำหรับอินเดียเอง ดัชนี PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 58.9 (สูงสุดในรอบ 125 เดือน หรือตั้งแต่พฤษภาคม 2553) และดัชนี PMI ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 54.1 (สูงสุดในรอบ 8 เดือน)

ญี่ปุ่น

ในส่วนของญี่ปุ่นนั้น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการอยู่ที่ระดับ 48.7 และ 47.7 ตามลำดับ ซึ่งถึงแม้จะอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 แต่ก็ทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 เดือน

ยุโรป

ยุโรป ดัชนี PMI ภาคการผลิตก็ทำสถิติสูงสุดในรอบ 27 เดือน ที่ระดับ 54.8 แต่ดัชนี PMI ภาคบริการกลับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ที่ระดับ 46.9 เนื่องจากช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในยุโรปกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะ ฝรั่งเศส และอังกฤษ จนทางการต้องสั่งประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศอีกครั้ง จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง เป็นต้น

ไทย

สำหรับไทยมีการจัดทำเพียงดัชนี PMI ภาคการผลิต โดยอยู่ที่ระดับ 50.8 ซึ่งนับว่าเกินกว่าระดับ 50 เป็นครั้งแรกในปีนี้ และทำสถิติสูงสุดในรอบปีครึ่ง ประกอบกับภาคส่งออกของไทยที่ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศก็เริ่มติดลบน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ

จากตรงนี้จะเห็นว่าภาพของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยอยู่จุดต่ำสุดมาก่อน บวกกับข่าวล่าสุดที่สองบริษัทยาอย่าง Pfizer บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนี ที่ได้พัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ร่วมกัน และทดสอบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้มากกว่า 90% สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งนั่นกำลังหมายความว่า “เศรษฐกิจโลกอาจกำลังฟื้นตัวจากไข้” ก็เป็นได้

แต่พี่ทุยคิดว่า เศรษฐกิจโลกและอีกหลายประเทศจะกลับมาแข็งแรงได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่การนำวัคซีนออกมาใช้ในเชิงพาณิชย์ให้เกิดประสิทธิผลอย่างชัดเจนโดยเร็ว และต้องไม่เกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 ระลอก 3 อีก รวมทั้งต้องเติมบาซูก้าทางนโยบายการเงินและการคลังออกมาอย่างต่อเนื่อง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply