“Kingpower” รุกธุรกิจออนไลน์หนักขึ้น โดยปกติก็มีช่องทางธุรกิจออนไลน์อยู่แล้ว แต่ด้วยในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ ทำให้ผู้เดินทางทั้งในและต่างประเทศลดลงกะทันหันมีผลต่อธุรกิจอย่างหนัก เพราะสินค้าที่ขายในสนามบินนั้นมีสัดส่วนไม่ใช่น้อย อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อสินค้าใน Shop ต่าง ๆ ก็เป็นกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก
“Kingpower” จึงตัดสินใจเปิดโครงการเฉพาะกิจ ให้ลูกค้าสามารถ Shop Online ได้ ถึงแม้จะไม่มีเที่ยวบิน สามารถจัดส่งที่บ้านได้ทั้งสินค้าแบรนด์ในราคา Duty Free และ Non-Duty Free และยังมี แคมเปญสนับสนุนการขายอย่าง #SHOPSAVESTAYSAFE ที่ทำให้สินค้าที่ถูกอยู่แล้ว ยังได้ส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย
เปรียบเทียบราคาสินค้า
จากที่พี่ทุยลองสอดส่องมา มีสินค้าหลายตัวที่ถูกกว่าร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ มาก อย่างกลุ่มเครื่องสำอางและความสวยความงาม แต่ก็มีบางอย่างที่ราคาใกล้เคียงหรือแพงกว่าก็มี อย่างพวกกลุ่ม Gadget และสินค้าเทคโนโลยีบางชิ้นนั้นเป็น Non-Duty Free ต้องเปรียบเทียบให้ดีอาจจะมี Box Set ทีต่างหรือระยะเวลารับประกันที่แตกต่างกันไปด้วย
ในส่วนของสินค้า Duty Free นั้น จะมีเพียงเฉพาะบางแบรนด์และบางสินค้า ที่จะสามารถจัดส่งที่บ้านอย่างแบรนด์ SK-II หรือ Shiseido และสินค้าแค่บางชิ้นเท่านั้น โดยจุดสังเกตให้ดูว่าสินค้าบางตัวนั้นมีขายออนไลน์มั้ย เพราะบางชิ้นต้องเป็นไปรับที่ Airport เท่านั้น ดังนั้นต้องตรวจสอบดี ๆ ก่อนว่าสินค้าที่เราสนใจนั้นมีเครื่องหมาย Home Delivery หรือเปล่า
ซึ่งราคาที่พี่ทุยเอามาเปรียบเทียบให้ดูนี้ยังไม่รวมโปรโมชั่นต่าง ๆ ของเว็บไซต์เหล่านั้น ซึ่งบอกได้เลยว่าช่วงนี้เกือบทุกช่องทางมีการโปรโมทเยอะพอสมควรเลยทีเดียว ก็อย่าลืมเทียบโปรโมชั่นในช่วงที่จะซื้อด้วยหละ
แคมเปญ #SHOPSAVESTAYSAFE
นอกจากสินค้าใน www.kingpower.com จะเป็นสินค้า Duty Free มีราคาถูกแล้ว แถมจัดส่งฟรีบางชนิด และยังมีแคมเปญในช่วงนี้โดยเฉพาะแบบผ่านรหัสส่วนลด
นอกจากส่วนลดจากรหัสส่วนลดแล้ว เมื่อผูกบัตรคิงเพาเวอร์ก็ยังได้ส่วนลดเพิ่มอีกด้วย และยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์บัตรเครดิตต่าง ๆ ทั้งเครดิตเงินคืนและโปรโมชั่นผ่อน 0% อีกมากมาย เป็นการเจาะตลาดออนไลน์อย่างเต็มที่เลยทีเดียว
การปรับตัวในช่วงวิกฤต โควิด-19
ช่องทางออนไลน์ในก่อนหน้านี้ ถึงแม้จะเป็นโอกาสที่ดูน่าสนใจ แต่ในบางแบรนด์ที่มีหน้าร้าน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ช่องทางออนไลน์ก็ถือว่าเป็นโจทย์หินพอสมควร ในบางแบรนด์นั้นยอดขายจากช่องทางออนไลน์ของทั้งประเทศมีมูลค่าเทียบเท่ายอดขายจากหน้าร้านเพียง 1 สาขาเท่านั้น และถึงแม้จะไม่ต้องเสียค่าเช่าหน้าร้านแต่ก็ต้องใช้เม็ดเงินโปรโมทที่สูงกว่า
และในช่วง โควิด-19 นี้ ก็ถือว่ากระทบธุรกิจของ “Kingpower” เต็ม ๆ ทั้งรายได้หลักที่อิงตามนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และ ยอดใช้จ่ายของคนในประเทศเอง แต่ในมุมกลับกันนั้นความต้องการซื้อ (Demand) จากช่องทางออนไลน์ก็สูงขึ้นเช่นกัน
เมื่อรัฐบาลประกาศ “เคอร์ฟิว” วิถีการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไป ความต้องการใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นจากการที่หลาย ๆ คนต้องปรับการใช้ชีวิตให้อยู่บ้านเป็นหลัก จะเห็นได้ว่ายอดคนซื้อของออนไลน์พุ่งกระฉูด อีกทั้งสินค้าบางประเภทราคาสูงขึ้นหรือขาดตลาดกันเลยทีเดียว และคาดว่าเหตุการณ์นี้อาจยืดเยื้อและกินเวลานาน ก็อาจมองได้ว่าช่วงนี้ถือเป็นโอกาสในการสร้างช่องทางออนไลน์ให้แข็งแกร่งขึ้น และขยายตลาดในส่วนนี้ให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองทั้งทิศทางในอนาคตที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มรายได้ทดแทนจากช่องทางหลักที่ได้รับผลกระทบ
กลุ่มบริษัท Kingpower และรายได้
บริษัท Kingpower ก่อตั้งโดยคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา มีธุรกิจหลากหลาย มีพนักงานมากกว่า 7,000 ชีวิต โดยธุรกิจหลักจะเป็นธุรกิจร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) และมีอีกหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้แก่
1. ห้างสรรพสินค้าปลอดอากร
– รางน้ำ
– สาทร (มหานครคิวบ์)
– ศรีวารี
– พัทยา
– ภูเก็ต
2. ร้านค้าปลอดอากร
– สุวรรณภูมิ
– ดอนเมือง
– เชียงใหม่
– ภูเก็ต
– หาดใหญ่
– อู่ตะเภา
3. โรงละครอักษรา
4. โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ คิง เพาเวอร์
5. กิจการร่วมค้าเอเชียนฟุตบอลอินเวสต์เมนท์
– สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้
– สโมสรเอาด์-เฮเฟอร์เลเลอเฟิน (Belgium)
6. คิง เพาเวอร์ มหานคร
จะเห็นได้ว่าธุรกิจเกือบทั้งหมดนี้อิงกับปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติซะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เต็ม ๆ การให้ความสนใจในช่องทางออนไลน์ในช่วงนี้เป็นการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับบริษัท ถึงแม้จะไม่สามารถทดแทนรายได้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังสร้างงานให้พนักงานในบริษัทให้มีงานมีรายได้ต่อ ช่วยพยุงกันและกันให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้
รายได้บางส่วนจากบริษัทภายใต้ กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ปี 2561
ข้อมูล ปี 2561 จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
ข้อมูล ณ วันที่ 14 เมษายน 2563
Comment