19 มิถุนายน 2562 AOT พุงขึ้นไปปิดที่ราคา 74.25 เพิ่มขึ้น 6.25 บาท ขึ้นมา 9.19% จากวันก่อนหน้า รับข่าวการประมูลให้สิทธิเอกชนกระกอบกิจการใน 3 โครงการ โดย “King Power” ชนะการประมูลทั้ง 3 โครงการ และผลการประมูลสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
“King Power” ชนะการประมูลสิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร หรือ Duty Free ทั้งสามโครงการ
โครงการที่ 1 สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะแบ่งค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากรายได้ 20% และมีขั้นต่ำปีแรก (Minimum Guarantee) 15,419 ล้านบาทต่อปี (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
โครงการที่ 2 สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ และ หาดใหญ่ โดยจะแบ่งค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากรายได้ 20% และมีขั้นต่ำปีแรก (Minimum Guarantee) 2,331 ล้านบาทต่อปี (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
โครงการที่ 3 สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะแบ่งค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากรายได้ 15% และมีขั้นต่ำปีแรก (Minimum Guarantee) 5,798 ล้านบาทต่อปี (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
รวมทั้งสิ้น 23,548 ล้านบาทในปีแรก โดย Minimum Guarantee จะถูกปรับขึ้นในปีต่อๆไปพิจารณาตามการเจริญเติบโตของผู้โดยสารและอัตราเงินเฟ้อ โครงการทั้ง 3 มีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 28 ก.ย. 2563 ไปจนถึง 31 มี.ค. 2574
ผู้ร่วมประมูลสิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในครั้งนี้
สำหรับในการประมูลสิทธิประกอบกิจการในครั้งนี้ มีผู้สนใจซื้อเอกสารการประมูลถึง 5 ราย ได้แก่
- บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด
- บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โดยผลการประมูลมีดังนี้
Duty Free สุวรรณภูมิ
1. บจก. คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี – 15,419,000,000 บาท (94.3 คะแนน)
2. กิจการร่วมการค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี – 8,516,653,333 บาท (83.1 คะแนน)
3. บมจ. โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย), บจก. เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป และ WDFG UK LIMITED – 7,255,000,000 บาท (78.85 คะแนน)
Duty Free ภูเก็ต เชียงใหม่ และ หาดใหญ่
1. บจก. คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี – 2,331,000,000 บาท (96.1 คะแนน)
2. บมจ. โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย), บจก. เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป และ WDFG UK LIMITED – 2,012,000,000 บาท (86.72 คะแนน)
3. กิจการร่วมการค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี – 2,108,635,888 บาท (84.74 คะแนน)
กิจกรรมเชิงพาณิชย์ สุวรรณภูมิ
1. บจก. คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี – 5,798,000,000 บาท (95.2 คะแนน)
2. บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา – 3,003,000 บาท (80.81 คะแนน)
การประมูลครั้งนี้กระทบรายได้ AOT เท่าไหร่ ?
สัญญาปัจจุบันที่ AOT ได้รับส่วนแบ่งรายได้ของธุรกิจ Duty Free สุวรรณภูมิ ที่ได้จาก “King Power” นั้นมีส่วนแบ่งรายได้ 20% เท่ากัน แต่มีขั้นต่ำอยู่เพียง 4,910 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งผลการประมูลครั้งใหม่ได้สูงถึง 15,419 ล้านบาท หรือสูงกว่าเดิมถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขสัญญาของปี 2561 เท่ากับว่า AOT จะมีรายได้ขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10,509 ล้านบาทเลยทีเดียว
เจาะสัดส่วนรายได้ของ AOT
AOT เป็นธรุกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยรายได้หลักนั้นจะมาจาก 3 ส่วน
โดยส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจ Duty Free จะอยู่ในส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน โดยในปี 2561 มียอดอยู่ที่ 16,710.43 ล้านบาท คิดเป็น 26.89% จากรายได้ทั้งหมด หลังจากประมูลรายได้ในส่วนนี้คาดว่าจะเพิ่มไม่น้อยกว่า 10,509 ล้านบาททำให้สัดส่วนรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจอาจเพิ่มสูงถึง 30-40% จากรายได้ทั้งหมด
สถิติการขนส่งทางอากาศ เฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จะเห็นได้ว่าปริมาณการเติบโตของผู้โดยสารที่เดินทางที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นมีตัวเลขเติบโตค่อนข้างชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณคนและจำนวนเที่ยวบิน แต่อีกสิ่งนึงที่น่ากังวลเลยคือประมาณผู้ใช้บริการสนามบินที่มีจำนวนมากอาจส่งผลให้ได้รับผลตอบรับที่ไม่ดีนัก ทั้งในด้านบริการและความแออัดของสนามบิน
ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจทุเลาลงหลังจากสุวรรณภูมิ เฟส 2 เสร็จ และไม่เกิดความล่าช้า ก็จะทำให้การบริหารทั้งในด้านปริมาณคนและจำนวนเที่ยวบินลงจอดไม่เป็นคอขวดและไม่แออัดจนเกินไป
รู้หรือไม่หากเราลงทุนในหุ้น AOT เมื่อ 10 ปีที่แล้วจะกำไร 50 เด้ง
ในช่วงต้นปี 2552 ราคา AOT เคยลดลงไปถึง 14.8 บาทต่อหุ้น หรือหากเทียบกับราคาหลังแตกพาร์ในปัจจุบันจะเท่ากับ 1.48 บาท จากปัญหาเศรษฐกิจโลก วิกฤตซับไพร์ม และ ปัญหาการเมืองในไทยเองที่ทำให้สุวรรณภูมิถูกปิดสนามบิน
เมื่อเทียบจากราคาตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน AOT ได้ปรับตัวขึ้นกว่า 50 เท่า โดยที่ยังไม่ได้รวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ได้ย้อนหลังเกือบทุกปี ปีละ 1-3% อีกด้วย ซึ่งหากคิดง่ายถ้าเราลงทุนไป 1 ล้านบาทในตอนนั้น ตอนนี้จะมีเงินไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทเลยทีเดียว
Comment