"FED เข้าซื้อตราสารหนี้" วงเงิน 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“FED เข้าซื้อตราสารหนี้” วงเงิน 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

3 min read  

ฉบับย่อ

  • จากข่าว “FED เข้าซื้อตราสารหนี้” US Treasury Yield พุ่งขึ้นรับการประกาศซื้อจาก FED หลังผลตอบแทนต่ำมานาน
  • สถานการณ์โควิด-19 ในไทยเริ่มดีขึ้นมาก ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศยังประสบปัญหาหนัก การระบาดรอบที่ 2 (Second Wave) เริ่มเป็นที่น่ากังวลในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอเมริกาและจีนในช่วงนี้
  • โอกาสในวิกฤตของหุ้น Tech ในอเมริกา มีการขยับขยายอย่างต่อเนื่องและเหล่าหุ้น Tech เป็นหนึ่งในหุ้นที่ช่วยพยุงตลาดอเมริกาไว้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

ตลาด DJIA ดาวโจนส์ปิดบวก 157.62 จุด เพิ่มขึ้นมา 0.62% และทำให้ไทยเปิดตลาด 1,374.59 เพิ่มขึ้นจาก 1,341.99 ขึ้นมา 32.6 จุด รับข่าว “FED เข้าซื้อตราสารหนี้” ผ่านโครงการ Secondary Market Corporate Credit Facility ด้วยวงเงินกว่า 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังก่อนหน้านี้ America ลบลงหนักจากความกังวลการเกิดขึ้นของ Second Wave กับวิกฤตโควิด-19

จากความกังวลดังกล่าวทำให้ DJIA ลบลงเกือบ 2,000 จุด ภายในเวลาไม่ถึง 3 วัน จากวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ปิดตลาดที่ 26,985.62 ก่อนจะไปปิดตลาดที่ 25,642.31 ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ทำจุดต่ำสุดอยู่ที่ 25,076.31

สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน

สำหรับในไทยเองบรรยากาศโดยรวมค่อนข้างดีขึ้น รัฐบาลเองก็เริ่มผ่อนปรนความเข้มงวด เริ่มกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ทุกคนก็เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ในขณะเดียวกันหลาย ๆ ประเทศการระบาดยังคงหนักอยู่ และหลายประเทศก็ควบคุมการระบาดได้ยากมาก สำหรับไทยเอง ถือว่ามีการฟื้นตัวและการควบคุมที่ดีมาก ปัจจุบันได้ถูกจัดอันดับโดย Global COVID-19 ให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์ได้ดีมาก เป็นรอง ประเทศออสเตรเลีย

ซึ่งตัวตลาดหุ้นไทยก็ตอบรับกับสถานการณ์นี้อย่างดี ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ จากจุดต่ำสุดในช่วง มีนาคม 2563 ที่ SET INDEX ลงไปถึง 969.08 จุด ปัจจุบัน 15 มิถุนายน 2563 ก็ได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1341.99 แล้ว ขึ้นมาประมาณ 400 จุดเลยทีเดียว

ความน่ากังวลของการระบาดรอบที่ 2 (Second Wave)

Second Wave คืออะไร ? หากแปลตรง ๆ ก็คือคลื่นลูกที่สอง ในการระบาดของโรคระบาดต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วหลังจากการระบาดครั้งแรกเริ่มบรรเทาลงมักจะมีโอกาสเกิดโลกระบาดรอบที่สอง โดยปัจจัยในการระบาดรอบที่สองนี้เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ทั้งภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมของคนที่เริ่มคุ้นชินและเริ่มไม่ระวังตัว หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสนั้น ๆ ที่พัฒนาและทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เริ่มเป็นที่กังวลหนักในสหรัฐอเมริกา และ จีน โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ที่ตัวเลข Confirm ผู้ติดเชื้อยังเพิ่มวันละประมาณ 20,000 คน และ มียอดการตายสูงถึงเกือบ 400 คนต่อวัน

US Treasury Yield พุ่งขึ้น

จากการที่ “FED เข้าซื้อตราสารหนี้” ส่งผลให้ US Treasury Yield (ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้น สำหรับผลตอบแทน 3 เดือนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.015 กลายเป็น 0.193 และในส่วนของผลตอบแทน 30 ปี ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้น 0.081 เป็น 1.53 เลยทีเดียว

ซึ่งก่อนหน้านี้พันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ถือว่าอยู่ในจุดที่ต่ำมากจากความกังวลและความกลัวของนักลงทุน กับสถานการณ์และตัวเลขผู้ติดเชื้อของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในรัฐ Albama, California, Florida และ North Carolina หลังการกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ก่อน DJIA จะปรับตัวขึ้นจากข่าวการซื้อพันธบัตรรัฐบาลคืนของ FED 

โอกาสในวิกฤตของหุ้น Tech ในอเมริกา

ถึงแม้หลาย ๆ ธุรกิจต้องประสบปัญหาอย่างใหญ่หลวงกับวิกฤตโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและสายการบินที่ปกติแล้วแบกรับต้นทุนและหนี้สินเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว การขาดรายได้ไปในช่วงนี้ ทำให้หลาย ๆ สายการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงสายการบิน “การบินไทย” ของประเทศไทยเองเช่นกัน

แต่ธุรกิจเทคโนโลยี หรือ หุ้น Tech ในอเมริกา DJUSTC Dow Jones U.S. Technology Index ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 10 มิถุนายน 2563 DJUSTC ได้ขึ้นไปทำ New High อยู่ที่ 2,716.16 ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว DJUSTC อยู่ที่ราว ๆ เกือบ 2,000 จุดเท่านั้น และด้วยหุ้นใหญ่ ๆ ที่แบกตลาดอเมริกาอยู่ในช่วงปัจจุบันนั้น มีหุ้น Tech จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้ถึงแม้สถานการณ์ของอเมริกาจะไม่ค่อยดี ก็ยังมีหุ้น Tech เหล่านี้พยุงและดันตลาดไว้อยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งในช่วงโควิด-19 นั้นมีผลทำให้ผู้คนปรับพฤติกรรมและหันมาพึ่งเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้สิ่งเหล่านี้ยังไปเกื้อหนุนหุ้นเทคโนโลยีอีกด้วย

ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้เอง Facebook ก็เพิ่งประกาศซื้อ Gojek บริษัทเทคโนโลยีจากอินโดนีเซีย ร่วมกับ Paypal ซึ่ง Gojek เองเป็น Platform เรียกบริการรถและการส่งอาหาร หรือที่บ้านเราคุ้นเคยกับ Line Man และ Grab นอกจากบริษัท Tech ยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ก็มีพฤติกรรมการลงทุนคล้ายกันอีกมากมาย อย่าง Apple ก็เพิ่งเข้าซื้อบริษัทต่าง ๆ ถึง 4 บริษัทเลยในปีนี้ ทางด้าน Microsoft ก็ซื้อบริษัท Cloud Computing มาเป็นของตัวเอง และ Amazon ก็เพิ่งจ้างคนเพิ่มกว่า 175,000 คน ในช่วงมีนาคมที่ผ่านมา เป็นภาพสะท้อนการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีในช่วงนี้เลยก็ว่าได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน

15 Comments

Leave a Reply

error: