หลังจากมหากาพย์ซีรีส์ 8 ตอนอย่าง Game of Throne ลาจอไปเมื่อปีที่แล้ว ซีรีส์เรื่องที่พี่ทุยเห็นคนพูดถึงกันล้นหลามพอสมควรคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Original Series ของ Netflix เรื่อง “Kingdom” ซึ่งเริ่มฉายได้เพียงแค่ 1 ซีซั่นเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมาและข่าวดีของผู้ที่เฝ้ารอมาเป็นปีคือตอนนี้ Netflix ได้กำหนดวันฉาย ซีซั่น 2 ออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คือวันที่ 13 มีนาคมนี้จ้า
ก่อนที่จะไปดูซีซั่น 2 กัน พี่ทุยขอสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นในซีซั่นแรกให้ฟังหน่อยนะ ใครที่ยังไม่เคยดูเลย อ่านสรุปเรื่องราวให้เข้าใจคร่าว ๆ แล้วไปดูซีซั่น 2 ต่อเลยก็ได้นะ ส่วนคนที่เคยดูแล้ว มาทวนความจำกันนิดนึงจะได้ไม่ต้องไปสะกิดถามเพื่อน
****เนื้อหาช่วงนี้มีการสปอยล์บางส่วน ใครตั้งจะดูซีซั่นแรกเอง แนะนำให้ข้ามไปได้เลย***
“Kingdom” เป็นซีรีส์ที่มีบอกเล่าเรื่องราวสมมุติโดยมีฉากหลังเป็นประเทศเกาหลีในปลายรัชสมัยโซชอน ในเวลานั้นบ้านเมืองระส่ำระส่าย ขุนนางแตกออกเป็น 2 ฝ่าย และตระกูลขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดในช่วงเวลานั้นคือตระกูลโจ เพราะผู้เป็นพ่อเป็นอัครมหาเสนาบดี ลูกชายเป็นแม่ทัพ ส่วนลูกสาววัยกระเตาะก็ได้เป็นพระมเหสีซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นด้วยอาการป่วยลึกลับของพระราชา ซึ่งเมื่อเริ่มเรื่องก็ดูเหมือนว่าพระองค์จะป่วยมาสักระยะแล้วและเก็บตัวอยู่ในห้องตลอดเวลา องค์รัชทายาทผู้เป็นพระโอรสที่ชื่อว่า “อีชาง” ไม่ได้เจอพ่อมาระยะหนึ่งเเล้ว สุดท้ายก็ลักลอบเข้าไปหาบันทึกทางการแพทย์ของพ่อเจอ ซึ่งมันก็ดูมีเงื่อนงำชอบกล เค้าจึงออกตามหาหมอหลวงเจ้าของบันทึก ไปที่โรงหมอเมืองทงเร ซึ่งที่นั่นขาดแคลนอาหารมาก วัน ๆ จะได้กินแต่น้ำต้มผักเท่านั้น แต่เเล้ววันหนึ่งน้ำต้มผักนั้นก็หรูหราขึ้นกลายเป็นซุปเนื้อ ซึ่งปรากฏว่าเนื้อที่อยู่ในซุปที่นำมาเลี้ยงคนทั้งโรงหมอนั้นก็คือเนื้อของผู้ช่วยหมอ ที่ตายเพราะถูกพระราชาที่ติดเชื้อลึกลับขย้ำเข้านั่นเอง แน่นอนว่า ฝูงผีดิบกระหายเลือดก็เริ่มต้นขึ้นตรงนี้แหละ เมื่อชาวบ้านในโรงหมอกินเนื้อของคนตายที่โดนคนติดเชื้อกัด พวกเขาก็ย่อมจะติดเชื้อไปด้วย
“Kingdom” เป็นซีรีส์ที่ผสมผสานความเป็นทริลเลอร์ของผีดิบเเละความดราม่าอิงประวัติศาสตร์ในเรื่องขอองการเเย่งชิงบัลลังก์ได้อย่างกลมกล่อม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น องค์รัชทายาทก็ต้องหลบหนีการจับกุมเพราะโดนตั้งข้อหากบฏ (ซึ่งจริง ๆ แล้ว องค์ชายก็เปิดเผยกับองครักษ์ตัวเองนะว่า ข้าสมคบคิดกับพวกบัณฑิตจะก่อกบฏจริง ๆ นั่นแหละ) และท้ายเรื่องความจริงก็เปิดเผยออกมาว่าพระมเหสีโจไม่ได้ตั้งครรภ์ แค่ทำเป็นท้องและเอาผู้หญิงท้องแก่กลุ่มหนึ่งมาชุบเลี้ยงเป็นอย่างดี ด้วยหวังว่าถ้าคนไหนคลอดออกมาเป็นลูกชายจะเอามาสวมรอยเป็นพระโอรส ซึ่งที่ยื้อชีวิตพระราชาเอาไว้ก็เพื่อการนี้แหละ เพราะถ้าปล่อยให้พระองค์สิ้นพระชนม์ตอนนี้ สิทธิในราชบัลลังก์จะตกเป็นขององค์รัชทายาททันที แต่ถ้ารอให้มีพระโอรส (สวมรอย) องค์ใหม่ก็ได้สืบทอดราชสมบัติแทน เพราะองค์รัชทายาทที่เป็นตัวเอกของเรื่องเป็นแค่ลูกของนางสนม ตระกูลโจอยากจะครองอำนาจเบ็ดเสร็จก็เลยทำอย่างนี้ ในเมื่อเรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนล่ะ ใช่มั้ย?
“Kingdom” ซีซั่นแรกจบลงที่องค์รัชทายาทอีชางใช้เมืองที่ชื่อว่าซูจังเป็นชัยภูมิในการต่อสู้กับฝูงผีดิบ เพราะว่าเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยเเม่น้ำ พวกผีดิบข้ามแม่น้ำมาไม่ได้ ตลอดทั้ง 6 ตอนที่ผ่านมาซีรีส์สื่อให้เราเข้าใจว่าพวกผีดิบเนี่ยกลัวแสงอาทิตย์เลยออกล่าได้แค่เวลากลางคืน แต่ก่อนจบซีซั่น ก็ได้เผยว่าจริง ๆ แล้วผีดิบไม่ได้แพ้แสงแต่แพ้อุณหภูมิความร้อนจ้า ก่อนหน้านี้ที่ไม่ออกมาล่าก็เป็นเพราะอากาศมันร้อน แต่ตอนนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวเเล้ว อุณหภูมิต่ำทั้งกลางวันกลางคืนแหละ เพราะฉะนั้น…
และเรื่องราวก็ตัดจบไปที่ภาพฝูงผีดิบกำลังวิ่งมาราธอน น่าจะมีจุดมุ่งหมายคือเมืองซูจัง เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อมาลุ้นกันนะ พี่ทุยก็รอดูอยู่เหมือนกัน
****เริ่มอ่านตรงนี้ได้เลย***
เรื่องน่ารู้ 5 ข้อของซีรีส์ “Kingdom”
1. ซีรีส์ “Kingdom” ใช้ทุนสร้างมากถึง 510 ล้านบาท ถ้าเทียบทุนสร้างคร่าว ๆ ต่อซีซั่นเดียวเเล้วก็ไม่ได้สูงมากนัก เพราะทุนสร้างซีรีส์หลายเรื่องต่อซีซันมากนี้เยอะ เช่น Arthdel Chronicle ที่ใช้ทุนสร้าง 1,377 ล้านบาท Sunshine ใช้ทุนสร้าง 765 ล้านบาท Vagabond ใช้ทุนสร้าง 637 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบเป็นทุนสร้างต่อตอน Arthdel chronicle จะมีทุนสร้างเฉลี่ยต่อตอนประมาณ 76.5 ล้านบาท Mr. Sunshine จะมีทุนสร้างเฉลี่ยต่อตอนประมาณ 31.87 ล้านบาท และ Vagabond จะมีทุนสร้างเฉลี่ยต่อตอนประมาณ 40 ล้านบาท ส่วน Kingdom ใช้ทุนสร้างเฉลี่ยต่อตอนประมาณ 85 ล้านบาท สรุปง่าย ๆ คือถ้าเทียบทุนสร้างทั้งซีรีส์ Kingdom อยู่ในอันดับที่ 4 แต่ถ้าคิดเป็นงบสร้างเฉลี่ยต่อตอน ยืนหนึ่งเลย
2. ผู้กำกับเล่าว่าในตอนแรกตั้งใจจะให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความยาวทั้งหมด 8 ตอน แต่สุดท้ายโปรดิวเซอร์ก็ตัดสินใจยึดเป็น 12 ตอน จึงถูกหั่นเเบ่งออกเป็น 2 ซีซั่น ซึ่งคงเป็นเพราะเรื่องเรตติ้งอันล้นหลามเนี่ยแหละ ถ้าซีรีส์ได้รับความนิยม Netflix ถึงจะไฟเขียวให้สร้างต่อ การที่ Kingdom ได้สร้างต่อ โดยเริ่มถ่ายทำตั้งเเต่ซีซั่น 1 เริ่มออกฉายเลยคงเป็นตัวการันตีถึงความนิยมได้เป็นอย่างดี
3. ซีรีส์ผีดิบเรื่องนี้ ได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes หรือที่เราเรียกกันว่ามะเขือเทศเน่าถึง 89% ซึ่งจัดว่าสูงมาก คะแนนจากมะเขือเทศเน่านี้เป็นคะแนนที่คอหนังเชื่อถือพอสมควรและในหลาย ๆ เรื่องก็ได้ให้คะแนนไว้หลุดรุ่ยเลย โดยเค้าหนังจัดเป็น 3 ระดับตามคะแนน คือ
ระดับ 1 มะเขือเทศสดใหม่มาก ๆ หรือ Certified Fresh เมื่อได้คะแนน 70% ขึ้นไป
ระดับ 2 มะเขือเทศสด เมื่อได้คะแนนมากกว่า 60%
ระดับ 3 มะเขือเทศเน่า เมื่อได้คะแนนต่ำกว่า 59%
4. ในซีซั่น 2 ที่จะลงจอในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ซูเปอร์สตาร์สาวอย่างจวนจีฮุนมาร่วมแสดงด้วย แต่ยังไม่เปิดเผยนะว่าจะมาในบทบาทอะไร นอกจากนี้ผู้กำกับยังได้ยืนยันมาแล้วว่าในซีซั่นนี้นักแสดงทุกคนยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม ส่วนเรื่องราวคงจะเข้มข้นดราม่าขึ้นไปอีกทั้งในเรื่องของดราม่าแย่งชิงบัลลังก์และเรื่องของผีดิบ ซึ่งท้ายซีซั่น 1ได้เผยออกมาแล้วว่า พวกนั้นไม่ได้กลัวแสงอาทิตย์แค่กลัวความร้อน และในช่วงนั้นก็กำลังเข้าสู่หน้าหนาว อากาศหนาวเย็นทั้งวัน ฉะนั้นย่อมหมายความว่าพวกมันสามารถออกล่าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน!
5. การลงทุน จะลืมเรื่องนี้ไปไม่ได้เลยในฐานะที่เพจเราเป็นเพจการเงินการลงทุน อิอิ ในตอนท้ายของซีซั่น 1 มีแง่คิดที่พี่ทุยเห็นว่าเหมาะสมที่จะเอามาเป็นตัวอย่างในการลงทุนที่ดีเลย คือการที่องค์ชายรัชทายาทอีชางตัดสินใจปักหลักและสร้างฐานที่มั่นเพื่อตั้งรับกองทัพผีดิบที่เมืองซูจง แสดงให้เราเห็นถึงว่า เค้าเลือกที่จะรบในสนามของตัวเอง ในความถนัด รู้ชัยภูมิ รู้ว่าควรใช้อาวุธอะไร ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าออกไปล่าผีดิบตามทาง ก็เหมือนกับการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเราควรที่จะลงทุนหรือเทรดเฉพาะในสนามหรือหน้าเทรดที่ตัวเองถนัด ถึงจะล้ม จะแพ้กลับมาเวลาล้มก็หาทางกลับบ้านถูก เพราะเราเจนพื้นที่ ใช่มั้ยล่ะ?
เอาเป็นว่า ไปรอดูพร้อมกันวันที่ 13 มีนาคมนี้กันดีกว่า ถ้ามีอะไรน่าสนใจ เดี๋ยวพี่ทุยหยิบมาเล่าอีกนะจ๊ะ นี่ถ้าใกล้ ๆ เวลานั้น ไม่ต้องถามหาพี่ทุยนะว่าไปไหน ก็ติดซีรีส์เหมือนกับทุกคนเนี้ยแหละ ฮ่า ๆ
Comment