“หุ้น” เป็นสินทรัพย์การลงทุนที่นิยมที่สุดแล้วล่ะ อาจจะด้วยที่บัญชีก็เปิดไม่ได้ยาก หนังสือก็มีให้อ่าน หรือเปิดกูเกิ้ลก็เจอแหล่งความรู้มากมาย แต่พี่ทุยว่าหลายๆคนที่กำลังจะ เล่นหุ้น ต้องมีคำถามในใจแน่ๆว่า “เริ่มเล่นหุ้น” ยังไงดี ? วันนี้พี่ทุยสรุปหัวข้อที่มือใหม่ หัดเล่นหุ้นต้องรู้ มาให้ฟังกัน
เรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ เล่นหุ้น
หุ้น คือ สิ่งที่แสดงว่าความเป็นเจ้าของกิจการหนึ่ง ๆ ที่เราเข้าไปซื้อ โดยทั่วไปเวลาที่เราซื้อหุ้นเราจะคาดหวังกำไรจาก เงินปันผล (Dividend) และ ส่วนต่างราคา (Capital Gain)
แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซื้อขายให้กับทาง บล. ที่รับเปิดบัญชีให้กับเรา ปัจจุบันก็อยู่ที่ประมาณ 0.08 – 0.25% แล้วแต่ว่าเราเปิดบัญชีที่ไหนแล้วซื้อขายอะไร
ทั้งนี้ การเปิดบัญชีเล่นหุ้นจริง ๆ ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำ แต่โดยปกติแล้วเวลาที่เราซื้อขายหุ้นปกติ เราต้องซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้น (สำหรับหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 500 บาท) นั่นแปลว่าถ้าเราจะเล่นหุ้นราคาสูงหน่อย ก็จำเป็นต้องใช้เงินที่สูงหน่อย
ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดหุ้นเป็นตลาดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับ ความต้องการซื้อ (Demand) และ ความต้องการขาย (Supply)
ถ้าหุ้นตัวไหนมีคนเทขายเยอะ ๆ เมื่อความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย ราคาก็จะลดลง แต่ถ้าหุ้นตัวนั้นเกิดมีคนต้องการซื้อมาก ๆ ราคาก็จะขึ้นนั่นเอง
ดังนั้น การถือหุ้นจึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาค่อนข้างมาก เพราะ ราคาหุ้นสามารถขึ้นลงได้ตลอดเวลา ทั้งจากราคาหุ้น ข่าว สภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถทำให้เรามีกำไรในชั่วพริบตา และทำให้เราขาดทุนหนักได้เช่นกัน แล้วคนที่เขาเล่นหุ้นเขามีวิธีไหนที่ทำให้สามารถรับมือกับตลาดที่ผันผวนแบบนี้ได้
คน เล่นหุ้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.นักลงทุนสายพื้นฐาน (Value Investor) หรือ VI
นักลงทุนสายพื้นฐาน หรือ VI จะเน้นการดูพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นเป็นหลัก เช่น ธุรกิจของบริษัท โดย ธุรกิจหลักของบริษัททำอะไร มีคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน เป็นผู้นำ หรือ ผู้ตามในอุตสาหกรรมนั้น ๆ
รวมไปถึงดูงบการเงินทั้ง 3 ตัว เพื่อดูว่าบริษัทนั้นมีรายได้และกำไรเป็นยังไง มีหนี้สินเยอะหรือเปล่า รวมถึงมีเงินสดเหลือในมือมากน้อยเท่าไหร่ จากนั้นก็จะดู Common Size, อัตราส่วนทางการเงิน (Ratio), และการหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Fair Price) ควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง
2.นักลงทุน สายเทคนิค (Technical)
นักลงทุนสายเทคนิค (Technical) จะไม่สนใจพื้นฐานของหุ้น เช่น ธุรกิจ งบการเงิน มูลค่าหรือราคาที่แท้จริง (Fair Value) นักลงทุนกลุ่มนี้จะดูเพียงแค่ปัจจัยทางเทคนิค (Technical) เป็นหลักในการตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้น โดยไม่สนใจว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาสูงหรือต่ำกว่าราคาพื้นที่แท้จริง (Fair Value) หรือไม่ อย่างที่ VI เป็น
ถ้าปัจจัยทางเทคนิคมีสัญญาณซื้อเกิดขึ้น นักลงทุนกลุ่มนี้ก็จะซื้อหุ้นตัวนั้น ถ้ามีสัญญาณขาย ก็จะขายหุ้นตัวนั้น ซึ่งตัวอย่างปัจจัยทางเทคนิค เช่น กราฟเท่งเทียน, Fund Flow, รวมถึง Indicator ต่าง ๆ เช่น EMA, MACD, RSI เป็นต้น
3.นักลงทุนแบบผสมพื้นฐานและเทคนิค (Hybrid)
นักลงทุนกลุ่มนี้จะดูทั้งปัจจัยพื้นฐาน (VI) และ ปัจจัยทางเทคนิค (Technical) ควบคู่ไปด้วย เพราะสไตล์การลงทุนทั้งสองแบบจะช่วยส่งเสริมกัน ทำให้การเทรดหุ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หรือกล่าวง่าย ๆ ว่า ถ้าเราซื้อหุ้นโดยดูปัจจัยพื้นฐาน (VI) เพียงอย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เราซื้อหุ้นในราคาสูงได้ ถ้าเราเอาปัจจัยทางเทคนิค (Technical) มาช่วยก็จะทำให้เราหาจุดเข้าซื้อได้ดีขึ้น
ในทางกลับกันถ้าเราดูปัจจัยทางเทคนิค (Technical) อย่างเดียว โดยไม่ได้ดูเลยว่า ธุรกิจ รายได้และกำไรของบริษัทเป็นยังไง ไม่ได้ดูว่าราคาพื้นฐานหุ้นอยู่ตรงไหน ก็อาจจะทำให้เราซื้อหุ้นแพงไปได้เหมือนกัน ถ้าเอาหลักการของ VI เข้ามาช่วยเราสามารถลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานบริษัทแข็งแกร่ง และมีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต
วิธี เล่นหุ้น
วิธีเปิดบัญชีต้องทำยังไง ?
การ “เปิดพอร์ตหุ้น” เดี๋ยวนี้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก เพราะบางโบรกเกอร์ก็สามารถให้เปิดบัญชีหุ้นแบบออนไลน์ได้แล้ว ถึงแม้บางโบรกเกอร์ยังต้องให้กรอกเอกสารเปิดบัญชีเปิดบัญชีอยู่ แต่ก็มีการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น มีพนักงานวิ่งส่งเอกสารให้เราถึงที่ ทำให้เราไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาของโบรกเกอร์
หรือ ถ้าใครอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถพิมพ์เอกสารเปิดบัญชีจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ จากนั้นเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมแล้วส่งที่โบรกเกอร์ได้เลย ส่วนเรื่องของเอกสารพี่ทุยแนะนำว่าให้ลองโทรสอบถามโบรกเกอร์ที่เราต้องการเปิดพอร์ตด้วยจะได้รายการเอกสารที่ครบถ้วนที่สุด
วิธีซื้อหุ้น
วิธีการที่จะได้หุ้นมาหลังจากที่เราสมัครเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว มี 2 วิธีด้วยกัน นั่นคือ
วิธีที่ 1 ผ่านผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) หรือ IC โดยการโทรหา IC ที่ดูแลเรา แล้วบอกว่าเราต้องการ “ซื้อหุ้น” ตัวไหน ที่ราคาเท่าไร จำนวนกี่หุ้น
วิธีที่ 2 ผ่านระบบออนไลน์ เพราะค่าธรรมเนียมจะถูกกว่า ซึ่งแอปพลิเคชันที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีชื่อว่าแอป Streaming โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งแอปฯ Streaming เป็นแอปฯ ที่ดูแลโดยของ SET และ ก.ล.ต. เป็นแอปฯ ที่มีความน่าเชื่อถืออย่างมาก
โดยการซื้อหุ้นผ่าน Streaming สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1.เข้าแอปพลิเคชัน Streaming แล้วกด Buy/Sell ด้านล่างหน้าแรก
2.ด้านบนจะมีคำว่า Buy กับ Sell ให้เราเลือก Buy ก่อนในขั้นตอนการซื้อ
3.จากนั้นให้ใส่ชื่อหุ้นที่เราต้องการซื้อ พร้อมทั้งจำนวนหุ้น (Voiume) ราคา (Price) และ รหัส (PIN) ลงไปจากนั้นจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เช็คอีกครั้งว่าการซื้อในครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ จากนั้นกด Confirm
4.แอปฯ จะเด้งมาหน้า Order ตัวหนังสือจะออกสีฟ้า ขึ้น Queuing นั่นคือกำลังรอคนมาขายในราคาที่เราต้องการ หากซื้อสำเร็จแล้วจะเปลี่ยนเป็นคำว่า Matched นั่นเอง
วิธีขายหุ้น
ในฝั่งการขายหุ้นก็เช่นกัน เราสามารถขายหุ้นผ่าน Streaming สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1.เข้าแอปพลิเคชัน Streaming แล้วกด Buy/Sell ด้านล่างหน้าแรก
2.ด้านบนจะมีคำว่า Buy กับ Sell ให้เราเลือก Sell ในขั้นตอนการขาย
3.จากนั้นให้ใส่ชื่อหุ้นที่เราต้องการขาย พร้อมทั้งจำนวนหุ้น (Voiume) โดยจำนวนหุ้นที่เราใส่ลงไปได้สูงสุดหรือขายได้ จะสามารถเช็คได้จากจำนวนหุ้นในพอร์ต (In Port) ที่อยู่ด้านขวานั่นเอง จากนั้น ทำการใส่ ราคา (Price) และ รหัส (PIN) ลงไปจากนั้นจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เช็คอีกครั้งว่าการขายในครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ จากนั้นกด Confirm
4.แอปฯ จะเด้งมาหน้า Order ตัวหนังสือจะออกสีชมพู ขึ้น Queuing นั่นคือกำลังรอคนมาซื้อในราคาที่เราต้องการ หากขายสำเร็จแล้วจะเปลี่ยนเป็นคำว่า Matched นั่นเอง
การเล่นหุ้นในพอร์ตจำลอง
หลายคนที่อ่านมาถึงตรง พี่ทุยเชื่อว่าอยากลองเล่นจริง ๆ กันแล้วใช่ไหม แต่ว่าาถ้าให้พี่ทุยแนะนำในการ “เริ่มเล่นหุ้น” เลยก็คือว่าหลังจากที่เปิดบัญชีแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ อย่าเพิ่งเล่นเลย ฮ่าๆๆ พี่ทุยไม่ได้กวนน้าาาาา แต่พี่ทุยอยากให้ “เริ่มเล่นหุ้น” ที่หุ้นพอร์ตจำลองก่อน ลองเข้าไปสมัครพอร์ตจำลองได้ ที่นี่
เราสามารถเข้าไปสมัคร และเข้าไปซื้อขายได้เหมือนตลาดหุ้นจริงๆ 90% เลยล่ะ จะได้เข้าใจอารมณ์และวิธีการซื้อขาย พอร์ตเริ่มต้นก็จะมีให้ 5,000,000 บาท ให้เราช้อปปิ้ง “หุ้น” ได้อย่างเต็มที่
เหตุผลหนึ่งที่พี่ทุยให้ “เริ่มเล่นหุ้น” ที่พอร์ตจำลองก่อนก็เพราะว่าพอร์ตจำลองไม่ใช่เงินเราจริงๆ ทำให้เรากล้าซื้อขายมากกว่า แล้วถ้าเล่นหุ้นจำลองยังขาดทุนอยู่แบบไม่มีเหตุผลหรือกำไรไม่เป็น พี่ทุยว่าอย่าเพิ่งเข้าตลาดหุ้นเลยเพราะ 80% ขาดทุนจริงๆ เงินจริงๆ เจ็บจริงๆ
ตลาดหุ้นไม่หนีไปไหนแน่นอน มันเปิดมาแล้วมากกว่า 40 ปี สำหรับตลาดหุ้นไทย แล้วก็ยังคงเปิดต่อไปแบบนั้นแหละ ทำให้เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเลย เพราะการลงทุนไม่ได้ง่ายแบบที่เรากดซื้อแล้วทิ้งเงินไว้แบบช่างมันแน่นอน พี่ทุยเตือนเสมอ !
สำหรับบางคนที่ทุยเข้าใจว่าร้อนวิชา เพิ่งอ่านหนังสือมาเสร็จอารมณ์กำลังอยากซื้อ อยากรวย ถ้าเป็นแบบนั้นอยากลองจริงๆเลยพี่ทุยแนะนำให้เอาเงินที่อารมณ์ประมาณว่าเสียได้ทั้งก้อนเลย เป็นค่าครูแล้วลองไปเล่นก็ได้ เราก็จะได้อารมณ์มากกว่าด้วยเพราะขาดทุนเงินจริงๆ
หรือถ้าใครไม่มีเวลาอ่านหรือขี้เกียจอ่านติดตามบ่อยๆ บางทีพี่ทุยคิดว่าการบริหารเงินผ่านกองทุนรวมก็เป็่นทางเลือกที่เราสามารถใช้ได้ ไม่ได้แย่ไปกว่าการที่เราเล่นหุ้นเองเท่าไหร่ ใช้กองทุนรวมอาจจะไม่ได้กำไรมากมายเท่าเล่นหุ้นเอง แต่เวลาขาดทุนก็ไม่ได้ขาดทุนเยอะเท่าหุ้นเช่นกันน้าาาาาา
บทความเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
อ่าน วิธีเปิดพอร์ตหุ้น เพิ่มเติมได้ที่ https://www.moneybuffalo.in.th/money-series/trading-in-30-days/ep2
อ่าน วิธีซื้อหุ้น เพิ่มเติมได้ที่ https://www.moneybuffalo.in.th/money-series/trading-in-30-days/ep3