เลือกตั้งอิตาลี ลุ้นนายกใหม่จะพาประเทศไปทางไหน

เลือกตั้งอิตาลี ลุ้นนายกใหม่จะพาประเทศไปทางไหน

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni)  เป็นตัวเต็งที่จะขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอิตาลีคนต่อไป ซึ่งเธอเป็นหัวหน้าฝ่ายขวา
  • นักลงทุนสถาบันคาดว่า นโยบายด้านต่างประเทศจะไม่เปลี่ยน จะยังรวมกับยุโรปต่อไป เพราะต้องการเงินช่วยเหลือจากยุโรป
  • นักลงทุนจับตาการจัดทำงบประมาณปี 2023 คาดว่าจะเน้นใช้เงินไปกับนโยบายลดหย่อนภาษี มากกว่าที่จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ เพื่อให้ยุโรปพอใจกับแผนที่ออกมา
  • ราคาพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีคงจะปรับขึ้นในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะเจอความท้าทายจากนโยบายการเงินยุโรปที่เข้มงวดขึ้น หลังการประชุมธนาคารกลางยุโรปเดือน ต.ค. ซึ่งน่าจะทำให้การถือครองพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีลดลง ส่วนตลาดหุ้น คาดว่าจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรรุนแรงกับการเลือกตั้ง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

เข้าสู่ปลายปีกันแล้ว มีการเลือกตั้งในหลาย ๆ ประเทศให้เราต้องจับตากันเยอะมาก เพราะขั้วการเมืองเปลี่ยน ก็จะมีผลกับนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายระหว่างประเทศของประเทศนั้นไปด้วย และประเทศล่าสุดก็คือ อิตาลีที่มีการเลือกตั้งวันที่ 25 ก.ย. 2022 วันนี้พี่ทุยจะมาชวนคิดกันว่า หลัง เลือกตั้งอิตาลี ครั้งนี้ จะมีผลอะไรกับเศรษฐกิจและการลงทุนในอิตาลีรวมถึงในยุโรปบ้างรึเปล่า

สรุปข้อมูลสำคัญการ เลือกตั้งอิตาลี

วันเลือกตั้ง : 25 ก.ย. 2022

พรรคที่คาดว่าจะครองเสียงข้างมากในสภา : Fratelli d’Italia

ตัวเต็งนายกรัฐมนตรี : “จอร์เจีย เมโลนี” (Giorgia Meloni) หัวหน้าพรรค Fratelli d’Italia

ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี 

ปัญหาท้าทายของอิตาลีที่รอรัฐบาลชุดใหม่มาจัดการ

หนี้สาธารณะสูง : อยู่ในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานแล้วตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1

เงินเฟ้อสูง : ถ้าขึ้นดอกเบี้ยอาจจะคุมเงินเฟ้อได้ แต่ว่าจะไปเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมให้ภาครัฐ ที่ตอนนี้ต้นทุนสูงอยู่แล้ว

การเติบโตอ่อนแอ : เนื่องจากการค้าขายกับประเทศอื่นในยุโรปอ่อนแอลง

เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย : ทำให้รัฐต้องใช้จ่ายเงินบำนาญมากขึ้น  โดยในปี 2050 คาดว่าจะมี คนเกษียณอายุ 105.7 คน ต่อคนทำงาน 100 คน

มุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ เลือกตั้งอิตาลี

พอตลาดคาดการณ์ผลการเลือกตั้งเป็นแบบนี้ พี่ทุยก็เลยอยากจะชวนทุกคนมาดูกันบ้างว่า ในมุมมองของนักลงทุนสถาบัน ถ้าผลออกมาทิศทางนี้ จะกระทบกับตลาดลงทุนอย่างไรบ้าง

เริ่มที่ ING มองว่า ช่วงแรกราคาพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี จะปรับขึ้นชั่วคราว แต่หลังจากนั้นตลาดจะพิจารณารายชื่อรัฐมนตรีคนสำคัญ ๆ ที่มาทำหน้าที่ตัดสินใจด้านงบประมาณ และนโยบายต่างประเทศ

ING ประเมินว่า รัฐบาลใหม่ที่นำโดยฝ่ายขวา จะดำเนินนโยบายต่อเนื่องจากรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี Mario Draghi ด้านต่างประเทศ เช่น ยืนยันสนับสนุนเต็มที่กับยูเครน ร่วมกลุ่มพันธมิตรแอตแลนติก สนับสนุนกระบวนการรวมกันในยุโรป

ในส่วนของนโยบายการคลัง รัฐบาลก็น่าจะมีเป้าหมายขยายการบังคับใช้การเก็บภาษีในอัตราคงที่ และการลดหย่อนภาษี โดยไม่ดูรายละเอียดต้นทุนที่เกี่ยวข้องหรือแหล่งที่มาของเงินทุน ซึ่งเป็นแนวทางที่ฉลาดกว่าการใช้วิธีเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจรับมือกับภาวะช็อคด้านราคาพลังงาน

โดยรวมแล้วรัฐบาลชุดใหม่จะอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบากในการออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจต่าง ๆ เพราะว่า ไม่สามารถเพิ่มการขาดดุลได้ แล้วก็มีเวลาสั้นมาก ๆ ในการจัดทำงบประมาณปี 2023

โดยต้องให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบก่อนสิ้นปี 2022 คาดว่างบส่วนใหญ่น่าจะถูกใช้ไปกับการลดหย่อนภาษี ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ทำให้คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปพอใจมากขึ้น

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาล Meloni จะเริ่มทำคือเพิ่มความน่าเชื่อถือให้รัฐบาลก่อน พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับสมาชิกกลุ่มยูโรโซน และสถาบันในสหภาพยุโรป แล้วก็น่าจะยังคงรักษาแนวทางรวมกลุ่มกับสหภาพยุโรปเอาไว้ เพื่อรักษาเงินทุนฟื้นฟูจากยุโรปที่ยังเข้ามาสนับสนุนผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี

ขณะที่นักลงทุนต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรปเดือน ต.ค. 2022 หากมีการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก คาดว่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่จะยังไม่ถึงขั้นทำให้เกิดวิกฤติกับพันธบัตรรัฐบาลในทันที

โดยเบื้องต้นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปก็จะไปกดดันทำให้อิตาลีต้องให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปี สูงขึ้นไปอีก จากปัจจุบันก็ขึ้นไปอยู่ในระดับ 4% แล้ว

นอกจากนี้ต้องจับตาค่าเงินยูโรด้วย โดยการเมืองอิตาลีจะมีผลกระทบสำคัญกับค่าเงินยูโรในช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งเมื่อบวกกับวิกฤติพลังงานที่ยุโรปกำลังเจออยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจที่แย่ลง ก็จะมีผลกดดันเงินยูโรเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ Allianz มองว่า สิ่งที่ต้องจับตาหลังการเลือกตั้งคือ การใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงการจัดทำแผนงบประมาณเพื่อเสนอสหภาพยุโรปให้พิจารณา เพื่อจะได้รับเงินสนับสนุนการฟื้นตัวจากโควิดจากยุโรปต่อไป

ความเสี่ยงในด้านลบของการลงทุนจะเกิดขึ้นทันที ถ้ารัฐบาลชุดใหม่หันไปใช้การดำเนินนโยบายการคลังที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบรัฐบาล Draghi ที่นำเงินไปใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อปกป้องครัวเรือนและบริษัทที่เผชิญกับวิกฤติราคาพลังงาน

โดยรวมคาดว่าตลาดหุ้นจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรรุนแรงกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ขณะที่ส่วนต่างระหว่างพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีก็น่าจะห่างมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเรื่องความเสี่ยงแปลกใหม่อะไรในอิตาลี

Allianz คาดว่า เศรษฐกิจถดถอยในอิตาลีจะเริ่มต้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2022 และจะเห็นเศรษฐกิจปี 2023 ติดลบไป 0.5% เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นเหตุ จนสร้างแรงกดดันกับความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่วนเงินเฟ้อก็น่าจะยังสูงขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่า 5% ในปี 2023 ขณะที่การฟื้นตัวของโครงสร้างทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จะเกิดขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี 2023

งานนี้ผู้ชมข้างสนามอย่างเราก็คงต้องมาจับตาดูว่า ตัวเต็งนายกที่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกจะมามั้ย และมาแล้ว เธอจะเดินหน้าเป็นมิตรกับสหภาพยุโรปเหมือนเดิม หรือจะสร้างความเซอร์ไพร์สอะไร แต่พี่ทุยก็มองว่า อิตาลี คงจะไม่สามารถออกตัวแรงทำอะไรได้มาก ในเมื่อทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งพิงยุโรปอยู่ เมื่อปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอีรุงตุงนังไปหมด

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile