5 วิธีสร้าง "Passive Income" แบบแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

5 วิธีสร้าง “Passive Income” แบบแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

 

ฉบับย่อ

  • Passive Income คือ การสร้างรายได้หรือกระแสเงินสดที่มาจากการลงมือทำในช่วงแรก แต่สามารถออกดอกออกผลได้ในระยะยาว
  • การลงทุนในหุ้นเพื่อสร้าง Passive Income จากเงินปันผล และการลงทุนในอสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่าให้มีรายได้เข้ามาทุกเดือน เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกัน แต่ต้องคิดรายได้ที่แท้จริงหลังหักภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปแล้ว
  • การทำธุรกิจแฟรนไซส์ การทำลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ในยุคดิจิทัล

การสร้างกระแสรายได้ให้มีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ เป็นความฝันหนึ่งของคนรุ่นใหม่ ใครๆก็อยากได้มีรายได้หลายทาง เพื่อที่จะให้มี “Passive Income” เข้ามาทุกเดือน หรือไม่ต้องไปลงมือลงแรงทุกวันเพื่อให้มีรายได้ แต่ลงแรงแค่ช่วงแรกๆ แล้วสร้างรายได้ประจำให้กับเรากลับมาได้ เปรียบเสมือนมีเครื่องจักรสร้างเงิน เพื่อไปสร้างรายได้ให้กับเราต่อไป พี่ทุยมี 5 วิธีที่ช่วยสร้าง รายได้แบบ Passive ที่เป็นที่นิยมให้ลองนำไปเลือกใช้กัน

1. การลงทุนหุ้น

หุ้น เป็นเครื่องมือทางการลงทุนที่ถือได้ว่าเป็นเป็นที่นิยมระดับต้นๆของโลก แล้วจากอดีตที่ผ่านมาหลายสิบปี หุ้นถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงที่สุดในระยะยาว และยังมีสภาพคล่องสูงด้วย การลงทุนในหุ้นมีอยู่หลายรูปแบบหลายสไตล์ แต่การสร้าง รายได้แบบ Passive จากหุ้น ทางที่เหมาะสมที่สุด และไม่ต้องไปทำอะไรมากมายให้เหนื่อยมากนัก แบบซื้อขายรายวัน หรือเทรดเดอร์ คือ การสร้างปันผลจากหุ้น

ลองคิดง่ายๆว่า ถ้าเราอยากมีเงินปันผลใช้เดือนละ 5,000 บาท หรือปีหนึ่ง ประมาณ 60,000 บาท เราจะต้องมีเงินต้นอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท แล้วเลือกหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอที่ประมาณ 6% เราจึงจะมี Passive Income จากตามเป้าหมายที่เราต้องการได้

หรือถ้าใครต้องการมากกว่านั้น ก็จะต้องสร้างฐานทุนให้ใหญ่ขึ้น หรือ มีเงินปันผลที่สูงขึ้น แต่อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเช่นกัน หุ้นบางตัวถึงแม้จะมีปันผลสูง แต่ก็มีความเสี่ยงความผันผวนของราคาหุ้นได้ หรือบางตัวเป็นประเภท กอง REITs แบบที่มีสิทธิการเช่า ก็มีวันหมดอายุของกองได้เช่นกัน 

2. การปล่อยให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่เราทุกคนจับต้องได้ ทุกคนอยากเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ อยากมีบ้านหรืออยากมีคอนโดไว้พักอาศัย และหากเป็นเจ้าของจำนวนมากเกินกว่าที่ไว้เพื่ออยู่อาศัย ส่วนที่เหลือก็สามารถนำไปต่อยอดสร้างกระแสเงินสดเข้ามาทุกเดือนได้

อสังหาริมทรัพย์ที่นิยมปล่อยเช่ากันมากที่สุดในยุคสมัยนี้ ได้แก่ คอนโดฯ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม มีทั้งการปล่อยเช่าเป็นรายเดือน และปล่อยให้เช่าระยะยาว หรือบางคนมีที่ดินอยู่ก็ปล่อยให้ธุรกิจเช่าระยะยาวได้เช่นกัน

การเลือกอสังหาฯเพื่ออยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ทำเล (Location) ติดรถไฟฟ้า ติดห้างสรรพสินค้า ติดสำนักงานออฟฟิศ หรือสถานที่สำคัญต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของแบรนด์เจ้าของโครงการ หากเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ก็มีโอกาสที่จะซื้อง่ายขายคล่องกว่า และน่าจะมีทีมงานบริหารโครงการนิติบุคคลที่ดีและน่าเชื่อถือกว่าผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯขนาดเล็ก

พี่ทุยลองมายกตัวอย่างให้เห็นภาพกันหน่อย เช่น ถ้าเราอยากมี Passive Income เดือนละ 1 หมื่นบาท จากอสังหาฯ เราต้องปล่อยเช่าคอนโดฯ จำนวน 1 ห้อง (แต่ก็ต้องอย่าลืมหักค่าใช้จ่าย ต้นทุนต่อเดือนที่เราเป็นเจ้าของต้องจ่ายไป พวก ภาระดอกเบี้ย ค่าส่วนกลาง และอื่นๆ) แต่เราก็ต้องคำนึงไว้เสมอว่า การลงทุนคอนโด หรืออสังหาฯ ต้องใช้เงินทุนเยอะ มีสภาพคล่องต่ำ และในระยะยาวอาจได้ค่าเช่าลดลง ตามอายุการใช้งานของห้องและอาคาร

3. การซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise)

ธุรกิจแฟรนไชส์ มีอยู่มากมายบนโลก หันไปทางไหนก็เจอ เช่น แมคโดนัลด์, KFC, ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ร้านกาแฟอเมซอน เป็นต้น โดยหลักการของคนที่อยากสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจประเภทนี้ คือ การซื้อระบบธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจแฟรนไซส์ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการทำธุรกิจ แต่ไม่อยากเสี่ยงเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ต้องเหนื่อยที่จะไปสร้างแบรนด์ใหม่ วางระบบธุรกิจ เพราะการทำตลาดใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยสำหรับคนที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ แต่ยังไงก็ตามถึงแม้ระบบธุรกิจแฟรนไชส์จะดี แต่ในเรื่องของกำไรอาจจะไม่ค่อยสูงมากนัก เพราะต้องลงทุนซื้อสิทธิ์และบางแบรนด์ก็ต้องแบ่งกำไรให้กับมาสเตอร์แฟรนไชส์อีกด้วย

4. การทำลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา

ลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ที่ใช้มันสมองในการคิดค้นขึ้นมา เช่น การแต่งเพลง การเขียนหนังสือ การวิจัยคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และไปจดสิทธิบัตรเอาไว้ เมื่อมีคนที่ต้องการใช้สิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ต้องมาขอกับเจ้าของสิทธิบัตร

การทำคลิป VDO ลงใน YouTube และมียอดวิวถึงจำนวนหนึ่ง ทาง YouTube ก็จะจ่ายส่วนแบ่งของโฆษณามาให้กับเจ้าของคลิปนั้น การเขียนหนังสือ ก็มีหลายเล่มที่ได้รับการแปลไปทั่วโลก บางเล่มก็ได้ต่อยอดทำมาเป็นภาพยนตร์ ยิ่งสร้างรายได้ให้กับเจ้าของผลงานไปได้ตลอด ก็ถือเป็นอีกช่องทางในสร้างกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี ข้อที่ต้องเฝ้าระวัง คือ การปลอมแปลงหรือลอกเลียนผลงานของเจ้าของ ก็สามารถทำได้ไม่ยากในยุคแห่งโลกดิจิทัล

5. การสร้างแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง (Internet Marketing)

ธุรกิจใหม่ที่มาแรง แซงทางโค้งในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Google, Facebook, YouTube ต่างก็เป็นแพลตฟอร์มด้านอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งที่มีผู้ใช้บริการมากมายทั่วโลก โดยที่พวกนี้ไม่จำเป็นต้องคิด ผลิตเนื้อหาขึ้นมาเอง เพียงแต่ทำ Web หรือ Application ให้เข้าถึงผู้คน น่าดึงดูดและน่าสนใจ แต่เบื้องหลังเว็บเหล่านี้ ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมในการเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าหรือใช้บริการ เมื่อเราทำได้ดีแล้วก็จะมีสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับเรามาติดต่อขอลงโฆษณาเช่าพื้นที่ จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้าง Passive Income ในยุคนี้ได้

ทั้งหมด 5 วิธีที่พี่ทุยพูดถึงเป็นรูปแบบวิธีการสร้างกระแสเงินให้เข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้เท่านั้น แต่ก็ยังมีอีกหลายรูปแบบที่สามารถสร้างกระแสเงินสด หรือ รายได้แบบ Passive ขึ้นมาได้

พี่ทุยอยากจะให้ทุกคนลองพลิกมุมมองคิดดู ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างนอกเหนือจากงานที่เราทำอยู่ บางคนก็เริ่มจากการควบคู่กับงานประจำ จนวันหนึ่งสามารถสร้างรายได้หรือกระแสเงินสดเข้ามาได้อย่างสม่ำเสมอจนมีรายรับมากกว่าค่าใช้จ่ายส่วนตัว (Passive Income > Lifestyle Expense) ถึงวันนั้นเราก็จะสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินขึ้นมาได้ด้วยน้ำมือของเราเอง