ทำไม "ตลาดหุ้นเวียดนาม" ร่วงหนัก - อนาคตยังน่าสนใจอยู่มั้ย ?

ทำไม “หุ้นเวียดนาม” ร่วงหนัก – อนาคตยังน่าสนใจอยู่มั้ย ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ไตรมาสแรก ตลาดหุ้นโฮจิมินห์ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นฮานอย เมื่อดูรายกลุ่มพบว่า ค้าปลีกปรับขึ้นจากความคาดหวังเรื่องการใช้จ่ายที่กลับมา ส่วนกลุ่มพลังงานปรับขึ้นตามแนวโน้มราคาพลังงานโลก
  • ขนาดตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้นมา 3.37% จากปีก่อน ณ สิ้นไตรมาสแรก คิดเป็น 21.4% ของ GDP ส่วนยอดเปิดบัญชีซื้อขายใหม่เฉพาะไตรมาสแรกปี 2022 เพิ่มขึ้น 676,600 บัญชี เกือบจะเท่าตัวเลขทั้งปี 2021 แล้ว
  • ตลาดลงแรง เม.ย. เพราะว่า ทางการเร่งตรวจสอบตลาดเงิน ซึ่งเป็นเป้าหมายการลงทุนของต่างชาติ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

ถ้าพูดถึงตลาดในอาเซียนที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจกันอย่างมาก รวมถึงนักลงทุนไทยเราด้วย พี่ทุยเชื่อว่า “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ติดโผอันดับต้น ๆ แน่นอน แต่ในเดือน เม.ย. นี้ ตลาดหุ้นเวียดนามกลับร่วงลงต่อเนื่อง วันนี้ พี่ทุยก็เลยอยากจะมาอัปเดตสถานการณ์ตลาด “หุ้นเวียดนาม” กันหน่อย

พี่ทุยขออธิบายก่อนสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักตลาดหุ้นเวียดนามว่า ในเวียดนามมีตลาดหุ้น 3 ตลาดด้วยกัน คือ ตลาดหุ้นโฮจินมินห์ ตลาดหุ้นฮานอย และกระดานซื้อขายหุ้นที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเป็นกระดานย่อยในฮานอย

สำหรับตลาดหุ้นโฮจินมินห์ มีดัชนีตลาดชื่อว่า VN Index เป็นดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามที่ต่างชาติเข้ามาซื้อขายกันมากที่สุด โดยหุ้นขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะจดทะเบียนอยู่ในตลาดนี้ และการซื้อขายในตลาดแต่ละวัน จะจำกัดเพดานการขึ้นลงของหุ้นไว้ที่ +/-7%

ส่วนตลาดหุ้นฮานอย (HNX) บริษัทที่จดทะเบียนส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็กกว่า เป็นบริษัทเวียดนามที่มีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งจะมีข้อปฏิบัติสำหรับการเข้าจดทะเบียนที่เข้มงวดน้อยกว่าตลาดหุ้นโฮจิมินห์ ตลาดนี้จะจำกัดเพดานการขึ้นลงของหุ้นไว้ที่ +/-10%  

ในส่วนของ UPCOM เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2009 ด้วยความตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับบริษัทที่ต้องการเตรียมตัวเปลี่ยนตัวเองไปเป็นบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในตลาด HOSE หรือ HNX ซึ่งข้อปฏิบัติสำหรับบริษัทที่มาซื้อขายผ่านกระดานนี้ก็เข้มน้อยกว่าลงไปกว่าตลาดหุ้นฮานอยอีก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มีบริษัทที่มีขนาดใหญ่แล้วที่ยังคงซื้อขายในตลาดนี้ ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นโฮจิมินห์หรือฮานอยเสียที โดย 20 บริษัทแรกที่มีมูลค่ามากที่สุด ในตลาด UPCOM มี Market Cap. รวมกันถึง 60% ของตลาด

คราวนี้พี่ทุยจะมาสรุปสถานะแต่ละตลาดในเวียดนามให้ว่าในไตรมาสแรกปี 2022 เป็นยังไงกันบ้าง

ทำไม "หุ้นเวียดนาม" ร่วงหนัก - อนาคตยังน่าสนใจอยู่มั้ย ?

ผลงานแยกรายอุตสาหกรรมของตลาดหุ้นโฮจิมินห์และฮานอย

ทำไม "หุ้นเวียดนาม" ร่วงหนัก - อนาคตยังน่าสนใจอยู่มั้ย ?

“หุ้นเวียดนาม” ไตรมาสแรกขึ้นจากความคาดหวังผลการดำเนินงาน

ในไตรมาสแรกปี 2022 ผลงานของแต่ละบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นโฮจิมินห์และฮานอยนั้น ขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังกับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก

เช่น กลุ่มค้าปลีก ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนซึ่งคาดหวังกับการใช้จ่ายในภาคค้าปลีกของเวียดนามที่พุ่งขึ้นเกือบ 10% ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2022 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากคนทำงานที่เคยบินกลับบ้านไปในช่วงที่เวียดนามล็อคดาวน์ควบคุมโควิด กลับมาทำงานในโฮจิมินห์และฮานอยอีกครั้ง 

ส่วนกลุ่มพลังงานก็ทำผลงานโดดเด่นเพราะได้รับแรงขับเคลื่อนมาจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นในไตรมาสแรก แต่หุ้นพลังงานในตลาดฮานอยจะมีผลงานที่โดดเด่นมากกว่าตลาดหุ้นโฮจิมินห์ เพราะว่านักลงทุนรายย่อยในท้องถิ่นนิยมมาเก็งกำไรในตลาดหุ้นฮานอยมากกว่า ซึ่งรายย่อยมีส่วนสำคัญผลักดันผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นเวียดนามช่วงปีที่ผ่านมา

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นโฮจิมินห์ ทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นฮานอยในไตรมาสแรก เพราะบริษัท THD ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮานอย และมีน้ำหนักในดัชนี 18% ราคาร่วงลง 39% จึงกระทบผลการดำเนินงานของดัชนีโดยรวม ทำให้ลดลงไป 7% บริษัทดังกล่าวทำธุรกิจเข้าซื้อกิจการที่มีที่ดินที่นำมาพัฒนาที่พักอาศัยหรือสิ่งปลูกสร้างใช้งานที่มีมูลค่าสูงได้ ซึ่งหุ้นบริษัทนี้ปรับตัวลงแรง หลังมีประเด็นด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการให้น้ำหนักในภาคอสังหาริมทรัพย์เวียดนาม

ส่วนผลการดำเนินงานของหุ้นไอทีที่จดทะเบียนทั้งในตลาดฮานอย และโฮจิมินห์ ปรับขึ้นจากเหตุผลที่ค่อนข้างหลากหลายและไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักโดยตรง โดยในตลาดโฮจิมินห์ หุ้นน FPT ซึ่งมีมูลค่าตลาดถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ มีน้ำหนักคิดเป็นเกือบทั้งหมดของกลุ่มไอทีใน VN Index ราคาปรับขึ้นมา 15% ในไตรมาสแรก จากธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งมาก ขณะที่ 11 ซึ่งเป็นบริษัทไอที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮานอย ปรับขึ้นจากแรงเก็งกำไร

ในส่วนของ UPCOM นั้นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด ก็คือ Airports Corporation of Vietnam (ACV) ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ มีน้ำหนักในดัชนี 14% คาดว่าจะย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นโฮจิมินห์เร็ว ๆ นี้ หลังเป็นบริษัทที่แปรรูปมาตั้งแต่ปี 2015 แต่ก็เกิดความล่าช้าในการเปลี่ยนผ่านไปเป็นบริษัทจดทะเบียน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง

พี่ทุยมีข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดหุ้นเวียดนาม สิ้นไตรมาสแรกปี 2022 มาฝาก ดังนี้

  • ยอดซื้อขายเฉลี่ยรายวัน มากกว่า 30.84 ล้านล้านดอง (1,340 ล้านดอลลาร์) +15.9% จากสิ้นปี 2021
  • ตลาดหุ้นเวียดนามมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ในอาเซียนแล้ว เป็นรองแค่ไทยเท่านั้น
  • มูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามปิดไตรมาสแรกปี 2021 ที่ 1.8 ล้านล้านดอง +3.37% จากสิ้นปี 2021 คิดเป็น 21.4% ของ GDP เวียดนาม
  • เฉพาะไตรมาสแรกปี 2022 อย่างเดียว ยอดเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่มีมากกว่า 676,600 บัญชี เกือบเท่ากับยอดทั้งปี 2021 แล้ว
  • จำนวนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์รวมทะลุ 4.98 ล้านบัญชีแล้ว เพิ่มขึ้น 15.7% จากสิ้นปี 2021

“ตลาดหุ้นเวียดนาม” ร่วงต่อเนื่องในเดือน เม.ย. หลังปราบปรามการละเมิดที่เกิดในตลาดหุ้น

ขณะที่ในเดือนเม.ย. 2022 นั้น หุ้นเวียดนามปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จากข่าวลือเชิงลบในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งมาพร้อมกับความตึงเครียดด้านการเมืองระดับโลก โดยวันที่ 21 เม.ย. 2022  นายกรัฐมนตรี Pham Minh Chinh ของเวียดนามได้สั่งการให้ปราบปรามการละเมิดที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีข่าวตามมาว่ามีผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ถูกจับกุมและสืบสวน ด้วยข้อหาเกี่ยวกับการเข้าไปทำราคาหุ้น

หลังข่าวนี้ออกมา ดัชนีหุ้นของเวียดนามก็ร่วงลงค่อนข้างแรง โดยส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากการถูกบังคับขายเมื่อราคาปรับลดลงไปจนถึงจุดที่ต้องขายแล้ว สำหรับกลุ่มที่ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์

พี่ทุยมองว่า การที่หุ้นเวียดนามปรับตัวลงแรงในเดือน เม.ย. 2022 จากการที่ทางการลุกขึ้นมาคุมเข้มตลาด รวมถึงได้รับผลพวงจากความขัดแย้งในรัสเซียยูเครนนั้นจะเป็นประเด็นที่กระทบตลาดในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญก็มาจากเวียดนามยังเป็นตลาดที่มีรายย่อยซื้อขายสูง ทำให้อารมณ์ความรู้สึกในการลงทุนของนักลงทุนมีผลกับตลาดค่อนข้างมาก

แต่ก็คาดว่า ในจังหวะที่หุ้นเวียดนามปรับลดลงระยะสั้นนั้น ก็เป็นผลดีกับตลาดหุ้นเวียดนามในระยะยาว เนื่องจากตลาดหุ้นเวียดนามกำลังจ่อคิวเพื่อยกระดับตัวเองจากสถานะ Frontier market หรือตลาดหุ้นชายขอบของประเทศที่เพิ่งจะพัฒนา ไปเป็น Emerging market หรือตลาดหุ้นเกิดใหม่

ถ้าถึงเวลานั้นเมื่อไหร่จะมีกองทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้นแน่นอน ดังนั้นก็มีความจำเป็นที่เวียดนามจะต้องปัดกวาดเช็ดถูในบ้านให้ดูดีก่อนที่จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามามากขึ้น

ส่วนใครเห็นสถานการณ์หุ้นร่วงในเวียดนามแล้วไม่หวั่น อยากลงทุนต่อ ๆ ไป พี่ทุยก็มองว่า ถ้าคิดลงทุนยาวก็ค่อย ๆ เข้าไปลงทุนทีละน้อย สะสมไปเรื่อย ๆ ได้ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีระหว่างทาง จากการที่หุ้นปรับลดลง จนทำให้มูลค่าหุ้นถูกลงไปด้วย

แต่ถ้าหวังเก็งกำไรในระยะสั้นในตลาดหุ้นเวียดนาม พี่ทุยก็ว่า ยากไม่ต่างจากจีนเลย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้กับประเทศสังคมนิยม ที่รัฐบาลจะทำอะไร จะปราบปราม จัดระเบียบยังไงเมื่อไหร่ก็ได้ อีกทั้งตลาดก็ยังมีผู้ลงทุนรายย่อยซื้อขายในสัดส่วนที่สูง ทำให้ราคาแกว่งตัวได้ง่ายกว่า ตลาดที่มีนักลงทุนสถาบันมาก ๆ

ดังนั้นลงทุนยาว ๆ ปลอดภัยสุด แต่ถ้าใจถึงอยากวัดดวงลงทุนสั้น ๆ คาดหวังส่วนต่างราคา ก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า ตลาดหุ้นเวียดนามมีความผันผวนสูง โอกาสกำไรได้เร็วมีก็จริง แต่โอกาสขาดทุนรวดเร็วก็มีพอกัน

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
error: