DEE หรือดีสโตน คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในหุ้นที่ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO กับธุรกิจยางรถยนต์ที่ส่งออกกว่า 120 ประเทศ รายละเอียดจะเป็นยังไงไปดูข้อมูลกัน
DEE หุ้นยางรถยนต์ของไทย มีประวัติยาวนานกว่า 41 ปี ปัจจุบันส่งออกมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก เป็นบริษัทล้อยางที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย และผ่านการรับรองคุณภาพจากประเทศชั้นนำทั่วโลก
มีสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นยางสำหรับรถยนต์ ปิ๊กอัพ SUV รถจักรยานยนต์ จักรยาน รถบรรทุก นอกจากยางระยนต์แล้วก็ยังมี ผลิตภัณฑ์ยางในอุตสาหกรรมอย่างยางสังเคราะห์ใในกระบวนการผลิตสารเคมีอีกด้วย
เรียกได้ว่าตอบโจทย์ยางทุกประเภท แถมสินค้ายังไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความต้องการในไทย ยังมีสินค้าเฉพาะทางสำหรับต่างประเทศ เช่น ยางสำหรับพื้นหิมะ ในเมืองหนาว เพราะ DEE มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้ง R&D ของตัวเอง และการซื้อลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มาพัฒนาต่ออีกด้วย
วัตถุประสงค์ DEE IPO ระดมทุน
วัตถุประสงค์หลักที่ ดีสโตน IPO ระดมทุนคือ นำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงนำไปลงทุนในโรงงงานของบริษัท สร้างโรงงานใหม่ จัดซื้อเครื่องจักร เพื่อขยายกำลังการผลิต ระบบที่เกี่ยวของ โดยเงินลงทุนที่เหลือจะนำไปเป็นทุนหมุนเวียนของบริษัท
สัดส่วนรายได้ในแต่ละประเทศ
รายได้ส่วนใหญ่ของ DEE นั้น มาจากการขายสินค้าในทวีปอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก เรียกได้ว่ารายได้ 2 ใน 3 ของทั่งหมดมาจากประเทศกลุ่มนี้ โดยรายได้จากไทยนั้นมีสัดส่วนเพียง 26% ของรายได้ทั้งหมด
โดยรวมนั้นรายได้หลักจะมาจากต่างประเทศ มีแนวโน้มการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แต่ในปี 2563 มีกำไรสุทธิสูงขึ้นเป็นพิเศษ ก่อนจะลดลงในปี 2564
โครงสร้างผู้ถือหุ้นปัจจุบัน
ดีสโตน มีผู้ถือหุ้นหลักเป็นนายเกริก วงศาริยาวานิช และ นายสุวิชา วงศาริยาวานิช เดิมมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนละ 541,000,000 หุ้น หรือ 20% เมื่อมีการเสนอหุ้น IPO จะลดสัดส่วนเหลือคนละ 18% (หากไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน) หรือ 17.27% (หากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน)
โดยสัดส่วนการถือหุ้นของประชาชนทั่วไปจะอยู่ที่ 842,000,000 หุ้น ร้อยละ 28.01% (หากไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน) หรือ 968,000,000 หุ้น ร้อยละ 30.91% (หากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน)
DEE มีทุนจดทะเบียน 3,132,000,000 บาท เรียกชำระแล้ว 2,705,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,705,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภท
โอกาสเติบโตของ DEE แล้ว IPO น่าสนใจมั้ย
DEE ยังถือว่าเป็นแบรนด์ที่ยังสามารถพัฒนาต่อในไทยได้ เพราะมุมมองปัจจุบันในไทยนั้นยังมองแบรนด์ต่างชาติมีคุณภาพที่สูงกว่า แต่ในมุมกลับกันมุมมองจากต่างชาติมองว่าไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราชั้นดีมีตลาดแรงงานคุณภาพ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ DEE ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในต่างประเทศเป็นอย่างมาก
นั่นหมายความว่า DEE เองก็ยังมีโอกาสในการขยายตลาดในไทยให้ได้รับการยอมรับและมีโอกาสเพิ่มยอดขายในไทยได้มากขึ้น ส่วนในตลาดต่างประเทศก็ยังมีหลายประเทศที่ DEE จะสามารถไปตีตลาดเพิ่มกระจายช่องทางการขายและเพิ่มรายได้ได้มากขึ้น
อ่านเพิ่ม