ส่อง IPO หุ้น DEE ดีสโตน ยางรถยนต์สัญชาติไทยที่มีรายได้สูงที่สุด

ส่อง IPO หุ้น DEE ดีสโตน ยางรถยนต์สัญชาติไทยที่มีรายได้สูงที่สุด

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • DEE บริษัทยางรถยนต์สัญชาติไทยที่ใหญ่ที่สุด เตรียม IPO ไม่เกิน 842 ล้านหุ้น
  • DEE IPO เพื่อนำเงินมาชำระหนี้สินระยะสั้น ขยายโรงงาน สร้างโรงงาน และเครื่องจักรใหม่
  • DEE มีรายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ มีรายได้หลักมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป
  • DEE ยังมีโอกาสในการพัฒนาความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานในประเทศ และขยายตลาดเพิ่มอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

DEE หรือดีสโตน คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในหุ้นที่ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO กับธุรกิจยางรถยนต์ที่ส่งออกกว่า 120 ประเทศ รายละเอียดจะเป็นยังไงไปดูข้อมูลกัน

DEE หุ้นยางรถยนต์ของไทย มีประวัติยาวนานกว่า 41 ปี ปัจจุบันส่งออกมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก เป็นบริษัทล้อยางที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย และผ่านการรับรองคุณภาพจากประเทศชั้นนำทั่วโลก

มีสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นยางสำหรับรถยนต์ ปิ๊กอัพ SUV รถจักรยานยนต์ จักรยาน รถบรรทุก นอกจากยางระยนต์แล้วก็ยังมี ผลิตภัณฑ์ยางในอุตสาหกรรมอย่างยางสังเคราะห์ใในกระบวนการผลิตสารเคมีอีกด้วย

เรียกได้ว่าตอบโจทย์ยางทุกประเภท แถมสินค้ายังไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความต้องการในไทย ยังมีสินค้าเฉพาะทางสำหรับต่างประเทศ เช่น ยางสำหรับพื้นหิมะ ในเมืองหนาว เพราะ DEE มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้ง R&D ของตัวเอง และการซื้อลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มาพัฒนาต่ออีกด้วย

วัตถุประสงค์ DEE IPO ระดมทุน

วัตถุประสงค์หลักที่ ดีสโตน IPO ระดมทุนคือ นำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงนำไปลงทุนในโรงงงานของบริษัท สร้างโรงงานใหม่ จัดซื้อเครื่องจักร เพื่อขยายกำลังการผลิต ระบบที่เกี่ยวของ โดยเงินลงทุนที่เหลือจะนำไปเป็นทุนหมุนเวียนของบริษัท

สัดส่วนรายได้ในแต่ละประเทศ

ส่อง IPO หุ้น DEE ดีสโตน ยางรถยนต์สัญชาติไทยที่มีรายได้สูงที่สุด

รายได้ส่วนใหญ่ของ DEE นั้น มาจากการขายสินค้าในทวีปอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก เรียกได้ว่ารายได้ 2 ใน 3 ของทั่งหมดมาจากประเทศกลุ่มนี้ โดยรายได้จากไทยนั้นมีสัดส่วนเพียง 26% ของรายได้ทั้งหมด

ส่อง IPO หุ้น DEE ดีสโตน ยางรถยนต์สัญชาติไทยที่มีรายได้สูงที่สุด

โดยรวมนั้นรายได้หลักจะมาจากต่างประเทศ มีแนวโน้มการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แต่ในปี 2563 มีกำไรสุทธิสูงขึ้นเป็นพิเศษ ก่อนจะลดลงในปี 2564

โครงสร้างผู้ถือหุ้นปัจจุบัน

ดีสโตน มีผู้ถือหุ้นหลักเป็นนายเกริก วงศาริยาวานิช และ นายสุวิชา วงศาริยาวานิช เดิมมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนละ 541,000,000 หุ้น หรือ 20% เมื่อมีการเสนอหุ้น IPO จะลดสัดส่วนเหลือคนละ 18% (หากไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน) หรือ 17.27% (หากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน)

โดยสัดส่วนการถือหุ้นของประชาชนทั่วไปจะอยู่ที่ 842,000,000 หุ้น ร้อยละ 28.01% (หากไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน) หรือ 968,000,000 หุ้น ร้อยละ 30.91% (หากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน)

DEE มีทุนจดทะเบียน 3,132,000,000 บาท เรียกชำระแล้ว 2,705,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,705,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภท

โอกาสเติบโตของ DEE แล้ว IPO น่าสนใจมั้ย

DEE ยังถือว่าเป็นแบรนด์ที่ยังสามารถพัฒนาต่อในไทยได้ เพราะมุมมองปัจจุบันในไทยนั้นยังมองแบรนด์ต่างชาติมีคุณภาพที่สูงกว่า แต่ในมุมกลับกันมุมมองจากต่างชาติมองว่าไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราชั้นดีมีตลาดแรงงานคุณภาพ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ DEE ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในต่างประเทศเป็นอย่างมาก

นั่นหมายความว่า DEE เองก็ยังมีโอกาสในการขยายตลาดในไทยให้ได้รับการยอมรับและมีโอกาสเพิ่มยอดขายในไทยได้มากขึ้น ส่วนในตลาดต่างประเทศก็ยังมีหลายประเทศที่ DEE จะสามารถไปตีตลาดเพิ่มกระจายช่องทางการขายและเพิ่มรายได้ได้มากขึ้น

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile