สำหรับใครที่อยู่ในวงการ Crypto Currency ในไทยนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักเว็บไซต์นี้อย่างแน่นอน www.bx.in.th BX เป็นเว็บเทรด Crypto Currency หรือ “เว็บเทรด Bitcoin” เว็บแรกๆที่มีในไทย และเป็นเว็บที่คนนิยมเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย โดยปัจจุบัน BX มีอายุมากกว่า 5 ปีแล้ว
นอกจากการเทรดแล้ว BX ยังเป็น Wallet หรือกระเป๋าเงินของ Crypto Currency เพราะเหรียญเหล่านี้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ทำให้เราต้องมีตัวกลางที่คอยเก็บเงินหรือเหรียญเหล่านี้ไว้ หรือที่เรียกกันว่า Walletเว็บเทรด Bitcoin
แต่ช่วงหลังหลังมานี้ เหรียญ Crypto Currency เริ่มไม่ค่อยเป็นนิยมอย่างที่ผ่านมาและราคาเหรียญหลักอย่าง Bitcoin ก็มีมูลค่าลดลงไปมาก ตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่แล้ว ทำให้คนเริ่มมาซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือว่าเทรดกันน้อยลงอย่างหนัก
ทำให้รายได้หลักของ BX อย่างค่า Transaction Fee ลดลง และอาจไม่คุ้มค่าบริหารเว็บและระบบ BX จึงตัดสินใจประกาศปิดตัวลงและไม่ต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลใน ปี2563 อีก
แล้วคนที่มีเงินอยู่ในบัญชี “เว็บเทรด Bitcoin”ต้องทำอย่างไร?
คนที่ใช้บริการเว็บไซต์ BX ยังสามารถใช้บริการได้ปกติอยู่ถึงวันที่ 6 กันยายน 2562 จะไม่สามารถฝากเงินเข้าไปเพิ่มใน BX ได้อีกแล้ว พอหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562 ระบบของ BX จะปิดทำการไม่สามารถซื้อขายได้ และจะปิดตัวลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้
ดังนั้นหากใครมีเงินอยู่ใน BX อาจจะต้องรีบตัดสินใจว่าจะทำการขายหรือโอนย้ายไป Wallet ที่เว็บอื่น เพื่อไม่ให้ติดปัญหาหรือมีเงินตกค้างอยู่ใน BX และไม่สามารถถอนออกมาได้ในอนาคต
สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมเลยคือพอ BX ประกาศจะปิดเว็บไซต์ในอนาคต ค่าเงินในเว็บ BX อย่าง BTC หรือ Bitcoin มีมูลค่าลดลงอย่างกระทันหันและมีความผันผวนมาก ตอนขายอาจจะต้องระวังในส่วนนี้ด้วย หรือหากใครมีกระเป๋าเงินที่อื่นอาจจะเลือกโอนย้ายไปฝากไว้ก่อนก็ได้
เว็บ “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล” ที่ได้รับใบอนุญาตในไทยเหลือที่ไหนบ้าง
ห้าง BX ปิดทำการลงจะเหลือเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตและเข้าใช้งานได้อีก 3 เว็บ ได้แก่
- บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด www.bikub.com
- บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TDAX) www.satang.pro
- บริษัท คอยน์ แอสแซท จำกัด (Coin Asset) www.coinsasset.co.th
หากใครสนใจเว็บไซต์ไหนก็ลองตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของทรัพย์สินของทุกคนด้วย
หากพบปัญหาในการนำเงินออกมีใครสามารถปรึกษาช่วยเหลือได้?
เว็บ BX เป็นเว็บไซต์ทางการและมีใบอนุญาตชัดเจน โดยผู้ที่ดูแลและออกใบอนุญาตนี้คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. นั่นเอง ซึ่งหากใครมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ทาง ก.ล.ต. ก็มีหน่วยคอยให้คำปรึกษาและดูแลปัญหา โดยสามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือนักลงทุน ของ ก.ล.ต.ได้ ผ่าน 2 ช่องทาง
- ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1207 กด 7
- ผ่านทางอีเมล์ [email protected]
ซึ่งจากทาง Facebook : สำนักงาน กลต. ได้ประกาศเตือนให้ระมัดระวังเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กปลอม ที่จะหลอกลวงให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิตอลเหล่านี้ด้วย เพราะจะมีคนพยายามถอนเงินหรือโยกเงินดิจิตอลไปไว้ใน Wallet จำนวนมาก ทำให้มีผู้ประสงค์ร้ายพยายามหาผลประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านี้
ภาพรวม Bitcoin ในปัจจุบัน
หลังจากช่วงปลายปี 2017 ที่ Crypto Currency เป็นกระแส และคนสนใจเกร็งกำไรเป็นอย่างมาก จนราคาของ BTC นั้นขึ้นไปสูงถึง 638,586.02 บาทต่อ 1 BTC จนหลายๆฝ่ายมองว่าราคาสูงเกินมูลค่าที่ควรจะเป็นไปอย่างมากและมีการขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง จนราคาตกลงมาแถว 1 แสนบาทต่อ 1 BTC
จนปี 2019 ราคา BTC เริ่มกลับมาฟื้นตัวใหม่จนในปัจจุบันราคาเริ่มกลับมาแถวๆ 3 แสนบาทต่อ 1 BTC และมีข่าวหลายๆด้านสนับสนุน อย่างการมา Libra ที่ Facebook สนใจจะลงทุน และการร่วมมือของ Ripple และธนาคารหลายๆแห่งทั่วโลก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนและยังเจออุปสรรคหลายๆอย่างที่หลายๆฝ่ายต่อต้าน
จะเห็นได้ว่า Crypto Currency เหล่านี้ก็ยังได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งแม้ยังมีอุปสรรคต่างๆและการไม่ยอมจากหลายหน่วยงานก็ตาม เพราะเหรียญดิจิตอลเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญในอนาคต
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตสกุลเงินดิจิตอลจะได้รับการยอมรับจริงๆจนสามารถใช้ในชีวิตประจำวันและทำรายการการแลกเปลี่ยนเงินข้ามประเทศได้หรือไม่
Comment