เจ้าของเคสนี้ ไปสัมมนาลงทุนในคอนโด แล้วเจอปัญหาต่าง ๆ มากมายที่เป็นบทเรียนราคาแพง แต่ก็หาทางแก้ไขปัญหาได้ และมาบอกข้อเตือนใจสำหรับการ “ลงทุนอสังหาริมทรัพย์” ในบทความนี้เพื่อเป็นบทเรียนเเก่เพื่อน ๆ ทุกคน จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนกันกับเจ้าของเคสนะ
เจ้าของเคสได้เข้าสู่การ “ลงทุนอสังหาริมทรัพย์” ตอนอายุ 24 ปี จากการเข้าสัมมนาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หลายคนที่ไปน่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน คือ “ตื่นเต้น” “มันมีแบบนี้ด้วยหรอ” “รวยเเน่นอน” ในการสัมมนามีการกระตุ้น ให้เราออกไปลงทุน ดูอสังหาฯ เจ้าของเคสก็เป็นคนนึงเลยที่ ตื่นเต้นง่าย อีกทั้งทำงานเป็นกลุ่มด้วย เรายิ่งย่ามใจไปใหญ่ บทเรียนต่าง ๆ ที่เจ้าของเคสอยากจะบอก มีดังนี้
5 บทเรียนจากการลงทุนอสังหาฯ มีอะไรบ้าง
1 ข้อมูลของโลกอสังหาฯ เชื่อถือได้น้อยมาก
เจ้าของเคสได้พบปะ พูดคุยกับคนเยอะมาก ทั้ง นายหน้า (Agent) , เจ้าของ (Developer) ข้อมูลที่ได้จากคนพวกนี้ เเทบจะเชื่อไม่ได้เลย ทั้งเรื่องค่าเช่า เเนวโน้มราคา หรือ จะมีโครงการอะไรดีขึ้นข้าง ๆ ก็เจอ Developer เจ้านึงบอกว่าจะทำห้างข้างหน้าโครงการ ภายใน 2 ปี เลยหลงเชื่อซื้อของโครงการนี้มา จนป่านนี้ยังไม่มีวี่เเววของห้างเลย ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ดันมาจาก เเม่บ้าน ยาม เเม่ค้าเเถวนั้น มากกว่าซะอีก อสังหาฯ ที่ได้ซื้อ ก็คิดว่ามันดี ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ เเต่ด้วยข้อมูลที่ผิด ๆ กับ ความโลภ ความมุทะลุ ของเจ้าของเคสเอง ทำให้ได้อสังหาฯ ที่ค่อนข้างเเย่มาเลยล่ะ
2 การกู้เเบงก์ทำได้ง่ายกว่าที่คิด
เจ้าของเคสเป็นคนนึงที่ไม่ได้มีความพร้อมอะไรในการกู้เงินเลย เเต่ได้ความรู้การเดินบัญชี และ การเตรียมตัวในการกู้ จากสัมมนา ทำให้สามารถกู้เงินได้จำนวนมากพอที่จะซื้ออสังหาฯ ได้
3 ค่าใช้จ่ายในการโอนที่คาดไม่ถึง
ค่าใช้จ่ายเยอะมาก จดจำนอง ภาษี ค่าส่วนกลางล่วงหน้า เสียเงินเเบบไม่คาดคิดไปเยอะ แผนการอะไรที่วางไว้ ต้องเเก้ไขใหม่หมด
4 การหาคนเช่าต้องใช้เวลา
ห้องที่ซื้อมาบางห้องต้อง ตกเเต่งเพิ่มเติม ใช้เวลาเป็นเดือน เเละบางห้องเป็นโครงการใหม่ห้องว่างทั้งโครงการ ผู้เช่าจะค่อยทยอยเช่า ทำให้ต้องเเย่งผู้เช่ากันสุด ๆ โดนกดราคา และ รอผู้เช่านานหลายเดือน ตรงนี้ควักเนื้อ ติดลบกันตลอด
5 ความประมาทกำลังให้บทเรียนอันเจ็บปวด
เคยได้ยินคำที่ว่า “บทเรียนที่ไม่เจ็บปวด ไม่มีค่าพอให้จดจำ” สำหรับเจ้าของเคสเเล้วบทเรียนนี้จำไปจนตายเเน่นอน เพราะกู้เเละลงทุนทุกอย่างด้วยตัวเอง เงินที่เอามาจ่ายธนาคารคือเงินที่กู้เกินออกจากอสังหาฯ มันคือเงินก้อนเดียวของเจ้าของเคสที่มี สามารถอยู่ได้โดยไม่มีคนเช่าประมาณ 6 เดือน ได้ตั้งราคาค่าเช่าตามตัวเลขที่คำนวนมา เเล้วปล่อยให้ นิติ นายหน้า หาลูกค้าตามยถากรรมมา 3 เดือนเเล้ว ก็ยังไม่มีคนเช่า เริ่มรู้เเล้วว่า ตั้งราคาเเพงไป ต้องลดราคาค่าเช่า วิ่งติดต่อนายหน้าให้ได้มากที่สุด เเละ เริ่มหาลูกค้าเอง โดยการโพสต์ตามเว็บไซต์ดัง ๆ ซึ่งช่วงนี้ยอมรับว่าเครียดมาก งานการไม่เป็นอันทำ ไม่กล้าบอกครอบครัว กลัวพ่อเเม่จะเครียดตาม
ทุกปัญหามีทางออก
จากการวิ่งหาลูกค้าเอง ลูกค้าเริ่มเข้ามาพักบ้าง เเต่ยังติดลบอยู่ดี ถ้าเป็นเเบบนี้ตายเเน่ ๆ แต่โชคดีที่มีเพื่อนดี กลุ่มที่เรียนอสังหาฯ ด้วยกัน (เเละเจอชะตากรรมแบบเดียวกัน) พวกเรารู้ว่าถ้ามีคนเช่าก็คงไม่เน่ากันเเบบนี้ และ นายหน้าที่ใช้บริการอยู่ไม่สนใจห้องของพวกเราปล่อยห้องทิ้งไว้เละเทะ เลยตกลงจะเปิดบริษัทนายหน้า เพื่อที่จะหาลูกค้าด้วยตัวเอง ก็ได้กั๊กเงินไว้จ่ายค่าผ่อนธนาคารจำนวนนึง ที่เหลือลงหุ้นบริษัททั้งหมด เจ้าของเคสกับพื่อนรวมเงินกันได้ ล้านกว่า ๆ เช่าอาคารพาณิชย์ทำออฟฟิตกัน ไม่รู้ว่าทุกคนเชื่อมั่นบริษัทนี้รึป่าวนะ เเต่เพื่อนคนนึง เธอลาออกจากงาน และ น้องชายเจ้าของเคสก็มาช่วยด้วย เราทุกคนร่วมสร้างบริษัทนี้มาโดยเเบบทุ่มทั้งชีวิตก็ว่าได้ บริษัทนี้คือไพ่ตายของเรา
อยู่ดี ๆ มี บริษัทญี่ปุ่นเข้ามาหาห้องพักจำนวนมาก เพื่อให้พนักงาน ทางบริษัทของเจ้าของเคสก็ได้ดูเเลจัดหาให้ ทำให้คนเข้าพักห้องของพวกเราเกือบเต็ม พวกเราเริ่มมี Partner ธุรกิจ เป็นบริษัทซักรีด เเละ เคเบิ้ลทีวีญี่ปุ่น ทำให้ได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น และ มีกำไรเข้าบริษัท ตอนนี้เราสามารถดูเเลจัดการอะไรได้มากขึ้น ทำให้สามารถปล่อยห้องเเบบระยะสั้นขึ้นได้ ทำให้ได้ค่าเช่าสูงขึ้นอีก ตอนนี้กระเเสการเงินเเทบจะไม่ติดลบเเล้ว มีความสุขขึ้นเยอะ
บริษัทเติบโต การลงทุนก็วางใจได้
บริษัทไปได้สวยมาก ๆ เริ่มได้สัมภาษณ์ลงหนังสือบ้าง มีลูกค้าที่ประทับใจบอกต่อกันเรื่อย ๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าโชคดีมาก ๆ ที่รอดจากวิกฤต เเละ ได้รับบทเรียนอันมีค่า ซึ่งตอนนี้มั่นใจมาก ๆ ว่า อสังหาฯ ไม่สามารถทำให้ขาดทุนได้อีกเเล้ว
สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ
เราอยู่ในโลกของการตลาด กระตุ้นให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา อาจจะเคยเห็นคำประเภทนี้ “ โค้ช A ทำปีเดียว ตอนนี้มีทรัพย์สิน 100 ล้าน” …ลองถามเค้าว่าเป็นหนี้เท่าไหร่? “ลงทุนอสังหาฯ ไม่ต้องใช้เงิน” …กู้เท่าไหร่ล่ะ
เเต่เจ้าของเคสไม่ได้บอกว่าสัมมนาไม่ดีนะ ความรู้ที่ได้มันคือของจริง เพราะสามารถสามารถทำบริษัท ลงทุนทุกวันนี้ได้ก็มาจาก สัมมนา เพียงเเต่ว่ามันไม่พอ ประสบการณ์ในการดูทรัพย์ต่างหากที่สำคัญ ถ้าจะลงเล่นสายนี้ต้องทำงานหนักเลยล่ะ ดูไปเรื่อย ๆ ศึกษาไปเรื่อย ยังไงก็เก่งเเน่นอน
ไม่มีใครที่รวยจากการลงทุนครั้งเเรก
ต่อให้รู้ทฤษฎีมากเเค่ไหน ก็ไม่สามารถรวยได้ตั้งเเต่อันเเรกอยู่ดี อย่าไปโลภ ค่อยเป็นค่อยไป เอาทีละห้อง เอาเเบบต่อให้เเย่เเค่ไหนก็ดูเเลได้ ไม่ลำบาก ทุก ๆ ครั้งที่ได้ซื้อ จะซื้อของดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยธรรมชาติ ดังนั้นควรศึกษาเรียนรู้ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ยังไงก็สำเร็จ ความสำเร็จในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้อยู่กับว่ากู้ได้มากเท่าไหร่ หรือมีเงินเท่าไหร่ มันอยู่ที่ ความรู้ ประสบการณ์ และ เครือข่ายต่างหาก
พี่ทุยเห็นด้วยกับเจ้าของเคสหลายอย่างเลยนะ ที่อยากจะบอกก็คือ ไม่ใช่ว่าการลงทุนนั้นไม่ดี มันเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะทำเพื่อต่อยอดทางการเงิน แต่การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงเสมอ หากว่าเราคิดจะลงทุนในสิ่งใด เราควรที่จะต้องศึกษาการลงทุนนั้น ๆ อย่างละเอียด เพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจ และทำมันให้ได้ดีที่สุด หากไม่มีความรู้ในการลงทุนเลย ยังไงก็ไปไม่รอดนะทุกคน
ขอบคุณประสบการณ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ จากคุณ KIM54 บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีหรือเรื่องเกียวกับการลงทุนอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ [email protected] ได้เลย

Comment